Jump to content


۩ﺴ ♪♭ บ้านหลังใหม่ของ Alec Su ซู โหย่วเผิง ♭♪۩ﺴ


8661 replies to this topic

#2746 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 11 March 2010 - 05:25 PM



http://tieba.baidu.com/f?kz=727518139

+++++++++++++++++++++

http://tieba.baidu.com/f?kz=727351676

++++++++++++++++++++

http://tieba.baidu.com/f?kz=727284841

รบกวนพี่เล็ก อัพรูปตามลิ้งค์ข้างบนได้ไม๊ค่ะ
ป๊อปมีเวลาให้โหย่วเผิงวันละชั่วโมง (แวะมาได้เท่านี้จริงๆค่ะ)

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2747 fanalec

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 415 posts

Posted 12 March 2010 - 05:25 PM

มาแล้วร้อนๆค่ะน้องป๊อบ
http://tieba.baidu.com/f?kz=727518139

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image
user posted imageuser posted imageuser posted image

#2748 fanalec

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 415 posts

Posted 12 March 2010 - 06:07 PM

ยังเหลืออีก 2ลิงค์ค่ะ
user posted imageuser posted imageuser posted image

#2749 fanalec

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 415 posts

Posted 12 March 2010 - 08:22 PM

http://tieba.baidu.com/f?kz=727284841

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image
user posted imageuser posted imageuser posted image

#2750 fanalec

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 415 posts

Posted 12 March 2010 - 08:54 PM

http://tieba.baidu.com/f?kz=727351676

Posted Image

Posted Image


Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image


Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

Posted Image

[url="http://www.picinw.com/show/2ad826112fda933bd7cc89c1b214171c"]Posted Image
user posted imageuser posted imageuser posted image

#2751 ซวงยี้2

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 2,529 posts

Posted 12 March 2010 - 09:43 PM

สวัสดีค่ะพี่เล็ก พี่ป๊อบ

#2752 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 05:20 PM

fanalec, on Mar 12 2010, 05:25 PM, said:

มาแล้วร้อนๆค่ะน้องป๊อบ
http://tieba.baidu.com/f?kz=727518139

โอ้วเข้ามายิ้มไม่หุบเลย :lol:
พี่เล็กเป็นงานแล้ว

ขอบคุณ ความรักที่พี่เล็กมอบให้โหย่วเผิงค่ะ
(น้องสะใภ้คนนี้) จะถวายหัวให้เลย

ช่วงนี้ป๊อปอาจจะยุ่งมาก
ไม่สามารถทำในเรื่องบางอย่างได้
เช่นการ อัพรูป โพสต์บทสัมภาษณ์ยาวๆๆ
ดังนั้นช่วงนี้ป๊อปรบกวนพี่ๆด้วยนะค่ะ

ขอเพียงเข้ามาทักทายเล็กน้อย
เข้ามาอ่านเป็นกำลังใจ
ช่วยงานบ้างนิดๆหน่อยๆ
แค่นี้ก็เท่ากับเป็นน้ำหล่อเลี้ยง ที่ดีแล้วค่ะ

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2753 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:30 PM

บทสัมภาษณ์ซูโหย่วเผิง จาก นิตยสาร V World Life
วันที่ 1 มกราคม 2010


Posted Image

นิตยสาร V World Life‏

สำหรับการชอบดาราคนหนึ่งแล้ว มักจะเริ่มจากการประทับใจ เป็นความประทับใน เสมือนรักแรกพบ อะไรอย่างนั้น สำหรับการที่ชื่นชอบเขานั้น ไม่เพียงแต่เป็นการชื่นชอบที่คนบนเวทีกับคนอยู่ข้างล่างเวที แต่เป็นความรู้สึกจินตนาการที่สวยงามและง่ายๆ

ซูโหย่วเผิง ก็เป็นชื่อหนึ่งที่เป็นอย่างนี้ สำหรับเขาแล้ว เป็นทั้งดารา และเป็นเพื่อน แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด ก็ไม่เคยรู้สึกว่าเขาดังจนไม่มีใครไม่รู้สึก หรือไม่เคยคิดว่าอยากจะเจอเขาในร้านอาหารที่ใดที่หนึ่ง ร่วมดื่มเบียร์ด้วยกัน โหย่วเผิงนั้นจะคล้ายกับแม่ที่เป็นเด็กนักเรียนที่ดีเด่นและฉลาด เป็นคนที่ไม่หดหู่ในชีวิต สิ่งเหล่านี้แม้จะเตะต้องไม่ได้ แต่ก็จะรู้สึกได้ จากการเข้าสู่วงการจนถึงวันนี้ เมื่อเห็นเป็นคนที่ดี สะอาด ก็รู้สึกมีความสุข และตั้งแต่การร้องเพลง จนเข้าสู่การแสดงก็เห็นถึงภาพลักษณ์ที่ดีของเขา ก็รู้สึกสุขใจด้วย บางครังแม้จะเห็นเขาตกต่ำ เสียใจ แต่ก็สุขใจ ที่เขายังอยู่ในวงการ


ความโชคดีของ ไป๋เสียวเหนียน

นิ้วมือเหมือนผู้หญิงที่เห็นใน เฟิงเซิง นั้น ทำให้ทุกคนอดสงสัยไม่ได้ นี่เป็นโหย่วเผิงหรือ? รอจนดูทั้งเรื่องจบแล้ว ถึงจะได้รับคำตอบที่ชัดเจน จะกลัวทำไม ที่ในเรื่องจะเป็นแบบนี้ ความกระนุ้งกระนิ้งของไป๋เสี่ยวเหนียนนั้น ก็เป็นที่ยอมรับของคนมากมาย พูดถึงตรงนี้แล้ว ในใจโหย่วเผิงมีคำพูด “มีหลายฉากถูกตัดทิ้งไป มีอีกฉากหนึ่งนั้นแทบจะไม่ได้ถ่ายเลย ตัวละครนี้นั้นมีความซับซ้อน มันหลากหลายมาก”

Posted Image

โหย่วเผิงวิจารณ์ตัวละคร ไป๋เสี่ยวเหนียน ว่า “มันไม่ธรรมดาเลย”

เริ่มจากการเตรียมถ่าย เรื่อง เฟิงเซิง ก็เป็น เฟิงเซิง จริงๆ มันลี้ลับ โหย่วเผิงกล่าวว่า “ เรื่องการเก็บความลับนั้น ทางค่ายขอมาว่า จะต้องลับสุดๆ ตอนที่ผมได้รับตัวเนื้อบทละครข้างบนยังเขียนไว้ว่าเป็นฉบับของ เฉินก่อฟู่ พวกเขากลัวเรื่องจะรั่วไหล” เมื่อดูรายละเอียดจบแล้ว เขาพูดว่า “เนื้อเรื่องนั้นเป็นที่สนใจมากๆ” ความรู้สึกที่ใหญ่ที่สุดคือ แม้ตัวเนื้อบทยังต้องปกปิดให้มิดชิดที่สุด มันปกปิดมิดชิดมากๆ จนทำให้ชอบมากๆ จนถึงเวลาถ่ายทำ เขากล่าวว่า เพิ่งรู้ว่าตัวละครนี้ยังมีการแย่งกันด้วย แต่ “ได้รับโดยไม่รู้อะไรเลย มันเป็นโชคของผมอย่างยิ่ง”

พูดก็พูดอย่างนี้ แต่ความทุ่มเทของโหย่วเผิงต่อบทนี้นั้น ไม่น้อยเลยทีเดียว “หลังจากที่รับบทแล้ว ยังไม่ทันดูนิยายของเรื่องนี้เลย ก็ต้องรีบไปหาอาจารย์ กลัวตัวเองทำไม่ได้” โหย่วเผิงบอกว่า “สำหรับผลงานของ ก่อฉุ่ย นั้นตัวเองไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ รู้เพียงว่ามันลี้ลับ มันเกินเข้าใจ” และครั้งแรกที่ได้สัมผัสหรือเข้าศึกษาก็ตอนที่เข้าไปดูนิทรรศการ “มู่ตันเสียง” เพราะว่าสำหรับเรื่องแนวอย่างนี้นั้น มันไม่รู้อะไรสักนิดเลย (เรื่องร้องละครเพลงหรืองิ้ว ) และตอนนั้นโหย่วเผิงเองก็ฟิตร่างกายด้วย จะต้องพยายามเป็นนักร้องละครเพลง มันเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา “คงไม่มีนักร้องละครเพลง(งิ้ว)คนไหนที่มีกล้าม?” และเขาเองก็ลดหุ่นโหย่วเผิงบอกว่า เป็นครั้งแรกที่เขาดูเรื่อง “อิ๋วเหยียนจิงม่ง” และเขาก็ได้ดูเรื่องนี้แล้วเลียนแบบการร้องเต้นละครเพลงของเรื่องนี้ “ครั้งแรกที่ร้องเต้นนั้นรู้สึกยากมากเหมือนกัน” จากนั้นเขาก็ได้ฟังกับอาจารย์ เขาได้เริ่มฝึกขั้นแรก เดินเป็นวงกลม

เริ่มจากการเตรียมตัว ถึงเวลาไปถ่าย ประมาณ 4-5 เดือน โหย่วเผิงกล่าวว่า เขานั้นเรียนไปด้วย แล้วถ่ายทำไปด้วย และนักแสดงในเรื่อง เฟิงเซิง แต่ละคนล้วนเป็นนักแสดงมืออาชีพ ไม่เป็นมืออาชีพก็เป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง หลายคนได้เข้าฉากกับเขา แม้คนเหล่านั้นที่เป็นมืออาชีพยังมีความกดดันเลย แล้วนับประสาอะไรอย่างผมจะไม่กดดัน โหย่วเผิงเล่าว่า การเข้ากองถ่ายของเขานั้น ต้องมีอารมณ์อย่างนั้นตลอด หลังเข้าฉากเสร็จเขาไม่ไปยุ่งกับใคร และไม่ไปดูว่าถ่ายได้ดีไหม เขาเดินไปหลบมุมหนึ่งแล้วเก็บอารมณ์อย่างนั้นไว้ รอจนกว่าเขามาบอกว่าเรื่องนี้ได้ถ่ายเสร็จแล้ว


เริ่มจากตอนแรกตื่นเต้นมากจนไม่รู้จะอ้าปากอย่างไร ฝึกจนวันหนึ่งอาจารย์บอกว่าสามารถไปทำมาหากินได้เลย ไป๋เสี่ยวเหนียนที่โหย่วเผิงแสดงนั้น อารมณ์ต้องอิงกับบทมากๆ และทุกย่างก้าวของเขาเริ่มจากเสี่ยวหู่ตุ้ย และการแสดงละครต่างๆ มาจนถึงภาพยนรต์ล้วนแต่เป็นความทุ่มเทของเขาจริงๆ หากว่าเรื่องรัก ยังทำภาคต่อไป ผมอยากจะแสดงอีก นี่เป็นเสียงของโหย่วเผิง สำหรับเขาแล้ว เขาแฮปปี้การงานภาพยนตร์เป็นอย่างมาก เขาบอกว่า ประสบการณ์เล่นละครของเขานั้นมาถึงขั้นอิ่มตัวแล้ว ตอนนี้อยากจะหันมาทางด้านนี้

ไป๋เสี่ยวเหนียนเป็นก้าวแรกที่ดีมาก ตอนนี้ได้เข้าใจอะไรหลายอย่างแล้ว ต่อไปอีก 2-3 ปี ก็คงจะตั้งใจเล่นภาพยนตร์ โหย่วเผิงกล่าว ไป๋เสี่ยวเหนียนเป็นประสบการณ์บางๆของโหย่วเผิงที่มารับบทนี้ และการที่โหย่วเผิงมารับบทไป๋เสี่ยวเหนียนนั้น ไม่รู้เป็นความโชคดีของไป๋เสี่ยวเหนียนหรือเปล่า?


โดดเดี่ยวภายใต้ความคิดที่เพอร์เฟรค

แม้จะดูภายนอก โหย่วเผิงสง่า ภาพลักษณ์ดี แต่ข้างในมีความโดดเดี่ยวได้ซ่อนอยู่ และนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาแสดงบท ไป๋เสี่ยวเหนียน ได้ดี

คุณดูเขาซิ ต่อหน้ากล้องเขาพูดไม่หยุด แต่เบื้องหลังเขานั้นเงียบ เขาหวนคิดเวทีเพลงในอดีตของเขา โหย่วเผิงได้คุยถึงฉากที่ถูกตัดทิ้งไม่ได้ถ่ายในเรื่องเฟิงเซิง “ฉากนั้นเป็นฉากที่มีฝุ่นควันฟุ้งไปหมด ทันใดก็มีเสียง “อ้าย่า” ดังไปทั่ว ไม่ว่าบนเวทีหรือล่างเวที มีการส่งสายตาหวานของไป๋เสี่ยวเหนียน สุดท้ายก็ได้เห็นถึงใบหน้าที่สงสารตัวเองและไม่เต็มใจของเขา” เมื่อเขาได้เอ่ยขึ้นมา ได้เห็นถึงเขา ที่มีประสบการณ์ผ่านมาอย่างโชกโชน

ในเรื่องนั้น ไป๋เสียวเหนียนนั้นได้ดังแต่แรกแล้ว แต่ว่าด้วยตอนหลังเกิดความวุ่นวายขึ้น ไปสมัครเป็นทหาร ความไม่ยุติธรรมและความโดดเดี่ยวของตัวละครนี้นั้นมันเยอะมาก ผู้กำกับเกาก็ได้เคยแนะนำโหย่วเผิงว่า “คุณจำเป็นต้องลืมตัวเองให้หมด ถึงจะเป็นไป๋เสียวเหนียนได้” ในเรื่องนั้นเพลงที่ไป๋เสี่ยวเหนียนร้องเป็นเพลง “อิ๋วเหยียนจิงม่ง” ตอนนี้นั้นโหย่วเผิงได้ร้องเบาๆอย่างไม่ได้ตั้งใจ มันรู้สึกว่าเพราะดี ทั้งท่าทางกิริยามือไม้ของเขาก็ยอดเหมือนกัน เสร็จแล้วเขาเองก็ไม่รู้ผีเข้าหรือเปล่าหัวเราะออกมาดังๆ เลย ทำให้เราคิดถึงเขาในอดีต

Posted Image

โหย่วเผิงบอกว่าตัวเองนั้นราศีกันย์ มีความคิดที่เพอร์เฟรก ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นทุกข์หรือสุขก็ได้มาจากความคิดนี้ และได้มีประสบการณ์ผ่านร้อนหนาวมามากมายในวงการบันเทิง ตอนนี้เริ่มรู้จักปล่อยไปตามธรรมชาติ และที่ยิ่งกว่านั้น เมื่อก่อนนั้นแคร์แต่ผลลัพธ์ของงาน แต่ตอนนี้กลับให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงานมากกว่า ทุกอย่างล้วนเห็นธาตุแท้แล้ว เข้าใจแล้ว ของให้มันไปตามโชคชะตา

สิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือ การยอมรับจากทุกคน หวังว่าตัวเองจะเป็นนักแสดงที่ดี นักแสดงที่เขาชื่นชอบที่สุดในชีวิตคือพี่หัน หรือ จางหันอี๋ ใ นตัวละครทั้งหมดที่โหย่วเผิงได้เล่นไปนั้น บทที่เหมือนและคล้ายนิสัยและชิวิตจริงของโหย่วเผิงนั้นก็คงเป็น เตียบ่อกี้ ในเรื่องกระบี่ฟ้าดาบมังกร ในเรื่องนั้นเตียบ่อกี้มีผู้หญิงห้อมล้อมทุกสี่ด้านเลย แต่ท้ายสุดนั้นกลับไม่มีผู้หญิงคนใดอยู่เคียงข้างกายเขา และเคยถูกถามว่าชอบผู้หญิงแบบไหน โหย่วเผิงได้ตั้งหน้าตั้งตาคิดสักครู่ สุดท้ายบอกว่า เป็นคนที่ชอบคุย เขาบอกว่าจริงๆแล้ว ยิ่งโตยิ่งยาก เมื่อได้ผ่านความหุนหันของวัยหนุ่มไปแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือทั้ง 2 คน ต้องมีภูมิหลังที่เข้ากันได้

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2754 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:31 PM

]Posted Image

เมื่อได้ถามถึงอะไรที่เขาชอบที่สุด เขาคิดไปกว่าครึ่งวัน สุดท้ายเขาพูดอย่างตรงๆ ชอบกินแล้วขี้เกียจ

จริงๆแล้วสิ่งที่โหย่วเผิงชอบคือ การสะสมซีดี เขาที่มาจากการเป็นนักร้อง มาจนถึงวันนี้อาชีพดั้งเดิมเขายังไม่เคยลืมเลย เพียงแต่ “การที่จะทำอัลบั้มสักหนึ่งอัลบั้มนั้นมันต้องใช้เวลาพอสมควร มันใช้เวลามากจนเกินไป”

หลายปีมานี้ เขาบอกว่าเขาจะขอทุ่มเทให้กับงานภาพยนตร์ ความตั้งใจมุ่งมั่นของเขาคือ สามารถจะเลือกบทเล่นได้ รอคอยที่จะเล่นบทที่ท้าทาย ถ้าละครทีวี วันหนึ่งจะต้องถ่ายหลายๆ ฉาก มันเหมือนการซ้ำซาก แต่ภาพยนตร์มันต่างกัน มันละเอียดอ่อนมากๆ พิถีพิถันด้วย ทำให้คุณเข้าสัมผัสถึงตัวละครนั้นได้เลย มีความหลากหลายในการจะแสดงออกมา อย่างไรก็ตาม อนาคตหากว่าได้เจอบทไป๋เสี่ยวเหนียนอย่างนี้อีกนั้น มันจำต้องมีโชคด้วย โหย่วเผิงได้กล่าวไว้อย่างนี้

จากขวัญใจวัยรุ่นสู่นักร้องละครเพลง(งิ้ว) ย้อนหันดูเส้นทางนี้ มันก็ไม่หนักหนาเท่าไหร่ โหย่วเผิงที่เริ่มต้นด้วยการที่ไม่ค่อยกล้าทำอะไร เหมือนกับการร้องเพลงของเขานั้นธรรมชาติ แสดงได้ธรรมชาติ เล่นละครขวัญใจได้ธรรมชาติ แสดงเรื่องไขปริศนาก็ธรรมชาติมาก พริบตาเดียว10 กว่าปีก็ได้ผ่านไปแล้ว แน่นอนโหย่วเผิงจะมีภาพลักษณ์ขวัญใจใสๆตลอดกาลนั้น เป็นไปไม่ได้ ตัวเขาเองก็ยังได้พูดว่า การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของผู้ชายนั้นมีหลายขั้น ความมีอารมณ์ขำ ความรับผิดชอบ การให้อภัย สิ่งเหล่านี้ที่เข้ามาในชีวิตล้วนได้ฝากรอยแผลเอาไว้

พอดีเวลานี้นั้น โหย่วเผิงได้ใส่เสื้อสีขาว ถุงมือสีดำและมีใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ชีวิต เวลายิ้มนั้น บางที่เห็นฟันทั้ง 32 ซี่เลย กำลังจะชมเขา เขาได้ยืนขึ้นแล้วถอดเข็มขัดลงมาวางไว้ แล้วบอกว่าเหนื่อยมากๆ
ดูแล้ว เชื่อเขาพูดตัวเขา “เข้าไปในห้องฟิตเนส จะต้องมีครูฝึกสอนคอยประกบ ไม่งั้นจะแอบขี้เกียจ” และในชี้วิตของเขานั้นก็จะปล่อยไปตามธรรมชาติ แล้วแต่โชคชะตา พยายามที่จะเข้าใจผู้อื่น และต้องดูอารมณ์วันนั้นด้วย


Posted Image

เคยมีนิตยสารฉบับหนึ่ง ได้ลงเขียนยี่ห้อที่เขาชอบ เขายิ้มแล้วพูดว่า “มีหรือ” ผมเคยพูดไว้เมื่อไหร่กัน เสื้อผ้าก็เสมือนเงินทอง เป็นของนอกกาย ผมต้องการสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจมาประดับตัวเองมากว่า” คำนี้ตอนแรกๆ ฟังแล้วรู้สึกแสลง แต่เมื่อค่อยๆไปคิด ก็เริ่มรู้สึกว่ามันคล้ายกับไป๋เสี่ยวเหนียนเลย

และได้พูดคุยถึงสมัยวัยหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ โหย่วเผิงได้กล่าวออกมาไม่กี่คำ แล้วก็รีบบอกว่า “เปลี่ยนเรื่องพูดดีกว่า” เขาไม่ได้ตั้งใจจะปกปิดเรื่องอดีต แต่อยากจะให้ความรุ่งเรืองของช่วงนั้นเป็นแค่ความทรงจำ เป็นของตนเองเพียงคนเดียว

เขาที่ถูกจ้องมองจากสายตานับหมื่นแสน และผ่านเวทีมาแล้วมากมาย โหย่วเผิงบอกว่าตัวเองก็ยังเป็นคนที่ชอบอยู่บ้าน และความหวังที่ใหญ่ที่สุดคือ ได้ไปท่องเที่ยวสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักเขา เชื่อว่ามันสุดยอดมากๆ” นี่แทบจะเป็นความใฝ่ฝันของศิลปินทุกคน

คำว่า “โหย่วเผิง” จริงๆแล้วเป็นการระลึกถึงวันคล้ายวันเกิดของเขาและคุณแม่ ทั้งสองคนเกิดในวันและเดือนเดียวกัน คือ 15 สิงหาคม (นับแบบจีน ตรงกับเทศกาลไหว้พระจันทร์) เป็นดวงจันทร์2 ดวงโผล่ขึ้นมา กลายเป็นเผิง (เผิงมาจากตัวหนังสือคำว่า ดวงจันทร์ 2 ตัวประกบกัน) และตัวเขาเองที่ยืนอยู่ข้างหน้านั้น ทำให้ทุกคนอดคิดไม่ได้ว่า “โหย่วเผิงมาจากแดนไกล จนอะไรเป็นอะไรก็ไม่รู้” จะเข้าใจผิดตลอดไปอย่างสนุก

ในโลกนี้มีเผิง จะไม่มีวันโดดเดี่ยว


จบสัมภาษณ์
user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2755 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:35 PM

บทสัมภาษณ์ในนิตยสาร ฉบับวันที่ 29 พ.ย. 2003

Posted Image

"โหย่วเผิงได้เขียนหนังสือเล่าถึงเรื่องราวอดีต ปีนั้นเกือนจะไปตายต่างแดน"


Posted Image


โอกาสที่ได้พบโหย่วเผิงนั้นไม่บ่อยนัก

แต่ว่าครั้งนี้พิเศษหน่อย ไม่ใช่เป็นเรื่องการแสดงหรือการร้องเพลงของเขา แต่เป็นหนังสือ “ชิงชุนเตอฉางสั่ว- วันเวลาสมัยวัยหนุ่ม” ที่เขาเขียน หนังสือเล่มนี้ได้หวนถึงสุขทุกข์ในอดีตสมัยเป็นนักเรียนของโหย่วเผิง การเขียนนั้นน่าตื่นเต้นมากๆ และด้วยเหตุเพราะหนังสือเล่มนี้ การสนทนาของผมกับโหย่วเผิงนั้นได้ทะลวงกาลเวลา กลับไปถึงสมัยเรียนและสมัยเสี่ยวหุ่ตุ้ยของเขา

นักข่าว : หนังสือเล่มนี้กับเล่มก่อน (หว่อไจ้เจี้ยนจงเตอยื่อจื่อ)ที่คุณเคยเขียนนั้น เป็นเล่มเดียวกันหรือเปล่า?

โหย่วเผิง : ใช่ แต่เล่มนี้ได้เพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ เข้าไปบ้าง ปีที่แล้วสำนักพิมพ์ของไต้หวันอยากจะพิมพ์อีก ฉะนั้นคิดถึงในจีนก็อยากจะผลิตและจำหน่ายด้วย ได้ข่าวว่าในจีนมีของเลียนแบบด้วย ผมได้กลับไปหาอดีตอาจารย์ที่เจี้ยนจง พวกเราได้คุยถึงเรื่องต่างๆ มากมาย ล้วนได้เพิ่มเข้าไปในเล่มใหม่นี้ เนื้อหาบางอย่างนั้นฉบับไต้หวันจะไม่มี ตอนนั้นเวลาที่ได้เขียนหนังสือเป็นช่วงเรียนมหาลัย ได้เขียนระลึกถึงอดีตสมัยมัธยมของผม

นักข่าว : ทำไมถึงคิดอย่างจะเขียนหนังสือเล่มนี้?

โหย่วเผิง : เป็นการเรียกร้องของสำนักพิมพ์ อาจเป็นเพราะพวกเขาคิดว่าประสบการณ์ในช่วงนั้นของผมนั้น เป็นประโยชน์ที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่น จริงๆ แล้วผมไม่ได้มีความคิดมากมายขนาดนั้น ผมไม่เคยคิดอยากจะพิมพ์ออกมาอย่างนี้ หรืออยากเป็นนักเขียน แท้จริงความจำผมไม่ดีเลย เวลาผ่านไปนานก็จะลืมเอง ยังดีตอนที่พวกเขาให้ผมเขียนนั้นผมเรียนมหาลัยปี 1 หรือปี 2 หากว่าตอนนี้ให้ย้อนคิดนั้นคงจำอะไรไม่ได้เลย

นักข่าว : ช่วงเวลาที่คุณเรียนนั้น อะไรเป็นสิ่งที่สุขที่สุด กับสิ่งที่ทุกข์ที่สุด?

โหย่วเผิง : ก่อนจะเข้าไปเป็นสมาชิกเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นเป็นเด็กหนอนหนังสือ การเรียนดีมาก มีความสุขในการท้าทายอันดับของห้องเรียน มีความสุขที่สามารถชนะคนอื่น ม.4 เมื่อได้เข้าเป็นสมาชิกเสี่ยวหุ่ตุ้ย การเรียนก็เริ่มถดถอย นั่นนับว่าเป็นวันแห่งความทุกข์ของผม


คุณพ่อเคยค้านผมเรื่องเข้าวงเสี่ยวหู่ตุ้ย

นักข่าว : การที่คุณแม่สนับสนุนคุณเข้าเสี่ยวหู่ตุ้ย เป็นเพราะนิสัยที่เงียบๆ ของคุณ?

โหย่วเผิง : เพราะว่าผมเป็นหนอนหนังสือ ไม่รู้เลยว่าสังคมข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จริงๆแล้วสมัยอยู่มัธยมต้น ก็มีความฝันเป็นดารา ดาราในดวงใจผมคือ มาดอนน่า ยังมีวงและเหล่าดาราหนุ่มสาวของญี่ปุ่น ผมก็เลยไปสมัครเป็นผู้ช่วยรายการ ตอนหลังก็ได้เป็นสมาชิกเสี่ยวหู่ตุ้ย แต่คุณพ่อได้คัดค้าน คุณพ่อเป็นหัวอนุรักษ์นิยม อายที่ผู้ชายจะเอาหน้าตาไปหากิน ท่านคิดว่าลูกเป็นเด็กที่เรียนเก่ง น่าจะไปสอบเข้าเรียนมหาลัย คุณแม่เป็นคนความคิดกว้าง ท่านรู้ว่าผมชอบดนตรี ท่านก็ได้มีเงื่อนไขกับผม อย่าให้งานมากระทบต่อการเรียน ตอนนั้นมีรายการหนึ่งชื่อว่า “ชิงชุนต้าตุ้ยคั่น” เวลาของรายการจะอยู่ช่วงเที่ยงวันเสาร์ คุณแม่เป็นคนที่เนียน ก็ได้คิดวางแผนที่จะดูรายการนี้กับคุณพ่อ แล้วพูดว่า “รายการนี้ไม่เลวเลยนะ ภาพลักษณ์ดีมาก” คุณพ่อก็พยักหน้า จากนั้นดูไปดูไปก็เห็นว่า โอ้ ลูกเราอยู่ตรงนั้น หลังจากนั้นคุณพ่อก็เริ่มเห็นด้วย

นักข่าว : แต่ว่ามันก็กระทบต่อการเรียนคุณนะ

โหย่วเผิง : ใช่ ตอนมัธยมต้นนั้นผมได้ที่ 1 ตลอด น้อยครั้งที่ได้ที่ 2 เมื่อขึ้นมัธยมปลายแล้วน้อยมากที่หลุดพ้นจากอันดับท้ายๆ

นักข่าว : ตอนนั้นดูเหมือนว่าไม่มีเวลาทำการบ้านเลย?


โหย่วเผิง : ใช่ ตอนเรียนยังง่วงนอนเลย เสี่ยวหู่ตุ้ยมีคอนเสิร์ดทัวร์ทั่วไต้หวัน ทุกเสาร์ 1 รอบ อาทิตย์ 2 รอบ เสาร์เลิกเรียนปุ๊ป ก็จะมีรถบริษัทมารอรับไปขึ้นเครื่อง เ มื่อเสร็จคอนเสิร์ดคืนวันอาทิตย์ก็กลับบ้าน จากนั้นผมก็ได้มาพักผ่อนหลับในห้องทั้งอาทิตย์เลย เหตุเพราะร่างกายไม่สามารถฟื้นได้

นักข่าว : การเรียนย่ำแย่ตลอด แต่กลับสอบเข้ามหาลัยได้ มันเป็นเรื่องปฏิหาริย์เปล่า?

โหย่วเผิง : ตอนนั้นเครียดกับการสอบเข้ามหาลัยมากๆ สายตาทุกดวงจะจ้องที่ผม ผมเป็นไกวไกวหู่ นี่ ภาพลักษณ์ดีมาก ผมก็ได้ไปคุยกับบริษัท สุดท้ายหยุดงานทุกอย่าง พัก 1 ปี ตั้งใจเตรียมสอบเข้ามหาลัย

นักข่าว : งั้นคุณหยุดพัก เสี่ยวหู่ตุ้ยก็ต้องหยุดหมดซิ?

โหย่วเผิง : ใช่ ทางบริษัทนั้นมีเงื่อนไขอยู่ว่า เสี่ยวหู่ตุ้ยจะต้องแสดงนั้นจะต้องครบทั้ง 3 คน ถึงจะได้ ไม่เหมือน F4 ที่ไม่ครบหรือแยกกันออกงานก็ได้ ทางบอสนั้นได้เข้มงวดกับเรื่องนี้มาก ฉะนั้นตอนนั้นพวกเขา 2 คนก็หันไปเล่นละคร

นักข่าว : แล้วพวกเขา 2 คนโทษคุณไหม?

โหย่วเผิง : เป็นพี่น้องกันนี่ พวกเขาก็เข้าใจผมว่ามันไม่มีทางอื่น


เกือบจะเป็นวิศวะช่างกลแล้ว

นักข่าว : ตอนหลังคุณลาออก ไปอังกฤษทำอะไร?

โหย่วเผิง : ไม่ได้ทำอะไร ปลดปล่อยตัวเอง หาทิศทางชีวิต ตลอดเวลาของปีนั้น สิ่งที่ไกวไกวหู่ให้กับผมนั้นมันหนักมาก ทุกคนก็จ้องมองแต่ไกวไกวหู่ที่เก่งทั้งเรียนทั้งแสดง แรงปะทะที่ผมตัดสินใจลาออกนั้นแรงมาก จนผมไม่แรงที่จะไปเผชิญกับสายตาของทุกคน หนักหน่วงมาก และจะขอพูดตรงๆ ตอนนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอะไร ขวัญใจที่เข้าสู่วงการกว่า 6 ปีนั้น ความตื่นเต้นกับวงการนั้นหายไปแล้ว ตอนนั้นสับสนมาก ฉะนั้นเลยตัดสินใจไปอังกฤษ

นักข่าว : จริงๆแล้วคุณเรียนถึงปี 3 แล้ว ทำไมไม่ต่อสู้ไปอีกนิดล่ะ

โหย่วเผิง : ตอนนั้นคณะที่ผมสอบได้คือ ช่างกล เพราะผมคิดว่าผมจะต้องสอบเข้าคณะที่ดังๆอันดับต้นๆ ถึงจะเป็นที่พอใจของทุกคนได้ สุดท้าย ก็สามารถสอบเข้าคณะช่างกลได้ แต่ว่าตอนหลัง ผมถึงรู้สึกว่าวิชาเหล่านี้กลับเป็นวิชาที่ผมไม่ชอบในสมัยนักเรียน เช่น ศิลปแบบ ช่างฝีมือ เขียนแผน เทอม 2 ของปี 1 ผมกับเพื่อนๆ อีกหลายคนย้ายไปเรียนคณะบริหารธุรกิจ เป็นคณะที่ฮิตเหมือนกัน สุดท้ายพวกเราก็ได้ไปลงเรียนวิชาของคณะนี้ แต่วิชาของคณะช่างกลนั้นไม่ลงเรียนเลย แต่ตอนหลังพยายามทำเรื่องเปลี่ยนก็ไม่สามารถเปลี่ยนคณะได้ แล้วคณะช่างกลก็ไม่สามารถจะจบได้ เพราะหลายๆวิชาไม่ได้ลงเลย

นักข่าว : ทำไมไม่เอาความฮึกเหิมตอนจะสอบเข้าอย่างนั้นมาสู้

โหย่วเผิง : ก็สู้นะ ผมสู้มาตลอด สู้มา 2 ปี จนรู้สึกว่ายิ่งเรียนยิ่งทรมาน คนอื่นมองผมว่าเป็นซุเปอร์แมน แต่ว่ามีเพียงผมเท่านั้นที่รู้จักตัวเองดี ความเครียดผมนั้นหนักหน่วงมาก สุดท้ายผมคิดว่า หากจะปากกัดตีนถีบอย่างนี้ต่อไป แม้จะได้ใบปริญญา ก็ใช่ว่าอนาคตผมจะไปเป็นช่าง คงไม่ใช่ ผมทำไปก็เพื่อจะทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทุกสายตาที่จ้องผมเท่านั้นเอง เพื่อจะเอาใบปริญญาให้กับทุกคนดู แต่ว่าตัวเองต้องทรมานมาก สุดท้าย ก็ได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ตอนนั้นดูเหมือนเป็นเด็กดื้อมากๆ


อยู่อังกฤษคนเดียว ไข้ขึ้นตั้ง 3-4 วัน

นักข่าว : ไปอยู่อังกฤษกี่เดือน รู้สึกปรับตัวได้ดีไหม?

โหย่วเผิง : ตอนนั้นสนุกมากๆ เพราะดังแต่อายุยังน้อย ถูกปกป้องมาตลอด คนรอบข้างก็จะรู้สึกว่าผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่ ผมเลยไม่พอใจ ผมตัดสินใจที่จะไปคนเดียว หลังจากที่ผมกลับจากอังกฤษผม ได้ออกอัลบั้มหนึ่ง “โจ่ว- เดิน” เนื้อเพลงได้บรรยายว่า “รองเท้าขาดก็เปลี่ยนใหม่” นั่นเป็นประสบการณ์ของผมจริงๆ แบกเป้คนเดียว และไม่ไปหาซื้อแผนที่ด้วย ไปท่องเที่ยวสถาที่ที่ไม่เคยไป เดินจนรองเท้าขาดไปแล้วเปลี่ยนคู่ใหม่

นักข่าว : คงจะเจอปัญหามากมาย?

โหย่วเผิง : ก็เจอเรื่องทุกข์ไม่น้อยเหมือนกัน ต่อมทอนซิลอักเสบ ไข้ขึ้นหลายวันไม่ลด ก็ไม่รู้จะทำไง ภาษาอังกฤษของผมก็ยังไม่ดี ไปโรงพยาบาลพูดครึ่งวันก็ไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นคอเจ็บมากขนาดกลืนน้ำลายก็ยาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องกินอาหาร ตอนนั้นได้นอนที่เตียงแล้วคิด ตายแน่ คงต้องตายต่างแดนแน่

นักข่าว : ไม่ได้โทรให้เพื่อนมาช่วย?

โหย่วเผิง : ไม่เคยคิด ตอนหลังไข้ 3-4 วันก็หาย ในคืนหนึ่ง ดึกๆ ก็รู้สึกว่าตัวมีแต่เหงื่อ แล้วก็หายเลย


นักข่าว : ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวยังมีอะไรน่าสนุกบ้าง?

โหย่วเผิง : มีเยอะ ผมไปป้อมอ้ายติง สำเนียงภาษาที่นั่นฟังยาก ฟังไม่รู้เรื่องเลย ตัวเองก็เดินมั่วๆ ยังได้ถ่ายรูปสุสานของพวกเขาเลย

นักข่าว : คุณไม่รู้หรือว่าสุสานนั้นจะถ่ายรูปมั่วๆไม่ได้?

โหย่วเผิง : ผมเพิ่งรู้ ตอนนั้นไม่รู้ ก็คือเดินไปมั่ว ยังไปตลาดมือสองของพวกเขา แล้วไปหาซื้อของ ซื้อของมือสองมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ซีดี สนุกมากๆ เรื่องราวประสบการณ์เหล่านี้ล้วนเขียนไว้ในอัลบั้ม “โจ่ว” ยังได้วาดภาพด้วย

นักข่าว : แล้วตอนนี้ทำไมไม่จดเขียนเรื่องราวเหล่านี้ออกมาล่ะ?

โหย่วเผิง : อายุยิ่งเยอะก็ยิ่งไม่กล้าเขียน ตอนนั้นผมคิดว่า ว้าว ผมได้ทำสิ่งที่เจ๋งมากๆ รู้สึกถึงตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว ตอนนี้โตแล้ว ผมจะรู้สึกว่า ไม่มีอะไรเลย เขียนแล้วมันอายคนอื่น

นักข่าว : เด็กหนุ่มสาวทั้งแฟนคลับคุณ ได้ยินประสบการณ์นี้ของคุณ จะต้องประทับใจแน่ๆ และประสบการณ์นี้สำหรับคุณแล้ว มันมีความหมายมิใช่หรือ?

โหย่วเผิง : ผมคิดว่าการออกไปเดินเที่ยวก็ดีนะ ได้รับหลายอย่าง ตอนนั้นย้ายคณะไม่ได้ ผมคิดว่าทั้งชีวิตผมคงต้องจบลง ไม่รู้ว่าหนทางอนาคตจะเดินต่อไปอย่างไร แต่ว่าได้ออกมาแล้วถึงจะรู้ว่า มีหนุ่มสาวหลายคนได้หยุดการเรียนแล้วออกมาท่องเที่ยว หาความรู้ ประสบการณ์เหล่านี้เมื่อเขาไปเรียนแล้วจะมีการเพิ่มคะแนนให้ด้วย ระบบการเรียนของพวกเขานั้นดีมากๆ พวกเขาสนับสนุนให้นักศึกษาออกไปมองดูต่างประเทศ ไปหาประสบการณ์ชีวิต แต่พวกเราไม่ใช่อย่างนั้น หลังจากที่กลับมาจากครั้งนั้น ผมรู้สึกว่า ชีวิตคนมีความเป็นไปได้หลายอย่าง ใช่ว่ามีแต่สังคมเล็กๆ อย่างที่เราคิด ความคิดของผมก็ได้เปิดออก ฉะนั้นผมคิดว่าวัยหนุ่มควรออกไปเที่ยวเดิน ไปดูว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไร เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ


จบสัมภาษณ์
user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2756 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:38 PM

โหย่วเผิงให้สัมภาษณ์กับสถานีหยางซื่อ 4 มีนาคม 2010

Posted Image

โหย่วเผิงบอกว่า “ผมได้ปฏิเสธ “ตำแหน่งยืนตรงกลาง”กับทางสถานียางซื่อ”

คืนที่ซ้อมการแสดงนั้น ขณะที่นักข่าวเจอโหย่วเผิง เขาได้รออยู่ด้านหลังสุดของห้องรับรอง นั่งเหม่ออยู่บนเก้าอี้ นิ่งเงียบไม่พูดกับผู้จัดการส่วนตัว

นักข่าวเข้าไปทักเขา โหย่วเผิงได้ตอบรับอย่างใจเหม่อลอย ว่า “สวัสดี” มองจากสายตาของเขาเห็นถึงความเหนื่อยหล้าของเขา อาจเป็นเพราะที่เขาไว้หนวดคราว ในคืนนั้นบรรดา 3 คนดูเหมือนเขาหน้าซีดที่สุด

วันนั้นเขาได้ตอบรับนัดให้สัมภาษณ์กับนักข่าวเร็วเกินไป ตี 4 ของวันที่ 2 มีนาคม ทางนักข่าวได้รับจดหมายจากทางโหย่วเผิงอย่างตรงเวลา


ชิงเหนียนโจวม่อ : ตอนนั้นที่เสี่ยวหู่ตุ้ยต่างคนต่างบินนั้น วงในพวกคุณ 3 คนนั้น ได้มีการนัดหมายกันไหมว่า อนาคตจะมารวมตัวกันร้องเพลงอีก?

โหย่วเผิง : อื่ม ไม่มีนะ งานของพวกเรานั้นเป็นช่วงที่ไม่มีเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้ว ตลาดหรืองานมาเป็นตัวกำหนดเส้นทางของพวกเรา จะก้าวไปที่ไหนนั้นพวกเราแทบจะกำหนดอะไรไม่ได้เลย ได้เพียงไปตามโชคชะตา

ชิงเหนียนโจวม่อ : จะเล่าเรื่องราวอดีต “บินไปอย่างสบายใจเลย” ได้ไหม?

โหย่วเผิง : ตอนนั้นจื้อเผิงไปเกณฑ์ทหาร จริงๆแล้วตัวเองก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากมาย เพราะคุณก็ทราบว่าตอนนั้นผมอายุยังน้อย เรื่องการจากกันนั้น ตอนแรกๆก็ไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไร รอจนถึงช่วงคอนเสิร์ด ไจ้เจี้ยน ถึงจะรู้สึกว่าคงจะไม่มีโอกาสได้ร้อง “ชิงผิงก่อเล่อเหยียน” อีก จนตอนนั้นบนเวทีไม่สามารถที่จะกลั้นอารมณ์ตัวเอง


Posted Image

ชิงเหนียนโจวม่อ : เสี่ยวหู่ตุ้ยในตอนนั้น พวกคุณ 3 คนมีจุดเด่นด้อยอะไรบ้าง?

โหย่วเผิง : อู่ฉีหลงอายุแก่สุด ในช่วงนั้น เขาเป็นคนที่อารมณ์หนักแน่น นอกจากนี้ บุคลิกบนเวทีของเขานั้นดีมาก มีแววเป็นซุเปอร์สตาร์มากๆ และเป็นคนที่มีเสน่ห์ ส่วนจื้อเผิงเก่งเรื่องเต้น เรียนรู้เร็ว ร้องเพลงก็มีอารมณ์ท่าทางมากๆ จนเห็นชัดว่าบนเวทีนั้นเขาเป็นคนที่เต้นได้เก่งมากทีเดียว

ส่วนผมนั้นคงจะให้เวลากับการเรียนมากกว่า ฉะนั้นตอนนั้นในเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น ให้คนรู้สึกว่าเก่งเรียนเก่งแสดง


ชิงเหนียนโจวม่อ : บรรดาเพลงทั้งหมดของเสี่ยวหุ่ตุ้ยนั้ คุณชอบเพลงไหนมากที่สุด เพราะอะไร?

โหย่วเผิง : คนที่ผลักดันอยู่ด้านหลังของเสี่ยวหู่ตุ้ยถึงจะเป็นคนที่น่ายกย่อง ในทุกช่วงและทุกเรื่องของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น ล้วนได้สร้างเสียงเพลงที่ไพเราะออกมา หากเปรียบกับวันนี้ มันเป็นสิ่งที่เหมาะกับเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้วแฟนๆของเสี่ยวหุ่ตุ้ยด้วย อยากจะขอขอบคุณผู้สร้างเสี่ยวหู่ตุ้ยแล้วผู้ผลักดันด้วย

เพลงคลาสสิกของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นเยอะมากๆ ผมไม่สามารถจะบอกว่าชอบเพลงไหนมากที่สุด หากว่าวันนี้คุณจะบีบให้ผมเลือก เพลงที่ผมคิดได้ทันทีนั้น เป็นเพลง “ฟ่างซินชี่เฟย” อยากจะพูดกับแฟนคลับและเพื่อนๆที่ร่วมโตมาด้วยกันว่า พวกเราไม่สามารถจะย้อนกลับไปเป็นอย่างสมัยอดีตที่หน้าใสๆอย่างนั้นได้ แต่ก็อย่าเสียใจ พวกเราจะสร้างอนาคตที่ดีกว่าเก่า ไม่ใช่หรือ?



ชิงเหนียนโจวม่อ : เสี่ยวหู่ตุ้ยได้อยู่ในใจของแฟนคลับมันนานมากๆเลย มันเกินกว่าที่พวกคุณได้คิดไว้ไหม?

โหย่วเผิง : ผมได้ฟังสิ่งเรื่องราวมากมายจากคนที่ได้ร่วมโตมาด้วยกัน ทั้งประทับใจและภูมิใจ ราตรีตรุษจีนปีนี้มีการตอบรับที่ใหญ่มากอย่างนี้ มันเกินความนึกคิดของพวกเราจริงๆ ผมอยากจะบอกกับแฟนคลับเสี่ยวหู่ตุ้ยว่า พวกเราล้วนเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกัน พวกเรายังจะเคียงข้างช่วยเหลือกันต่อไป ขอบคุณทุกคน

ชิงเหนียนโจวม่อ : ช่วงเวลาที่เสี่ยวหุ่ตุ้ยแยกกันต่างคนต่างบินนั้น ทุกย่างก้าวของคุณนั้นเดินไปอย่างไม่บ่น ไม่เสียใจเลยหรือเปล่า? สิ่งที่คุณรู้สึกเสียดายที่สุดคืออะไร?

โหย่วเผิง : ทุกย่างก้าวที่เดินนั้น ตอนนั้นคิดว่าเป็นการเลือกที่ดีที่สุด และตัวเองก็ได้ทำอย่างสุดกำลัง ชะตาจะพาคุณไปในทางที่ชีวิตคุณจะไป หลายอย่างนั้นเรื่องร้ายกลับกลายเป็นดี เรื่องดีกลับกลายเป็นร้าย ไม่มีใครรู้หรอกว่าสุดท้ายจะเป็นอย่างไร

ชิงเหนียนโจวม่อ : การรวมตัวกันอีกในงานราตรีตรุษจีนปีนี้นั้น สิ่งที่ประทับใจและยังอยู่ในใจคืออะไร?

โหย่วเผิง : ได้สร้างความอัศจรรย์อีกรอบให้กับเสี่ยวหุ่ตุ้ย พวกเราทั้ง 3 คนล้วนได้พิทักษ์ปกป้องสปิริต และความเป็นเกียรติของเสี่ยวหู่ตุ้ยไว้ นอกจากจะขอบคุณฝ่ายจัดงานและแฟนๆที่โหวตให้แล้ว ส่วนตัวก็ยังรู้สึกภูมิใจมากๆเหมือนกัน

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2757 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:40 PM

Posted Image

ชิงเหนียนโจวม่อ : คุณจำได้ไหมว่า การรวมตัวครั้งนั้นกับครั้งก่อนหน้านี้นั้นมันเว้นห่างกี่ปี?

โหย่วเผิง : การรวมตัวกันในครั้งที่แล้ว เป็นคอนเสิร์ดที่เซี่ยงไฮ้เมื่อปี 2002 พวกเขา 2 คนเป็นแขกวีไอพีที่มาให้กำลังใจผม ตอนนั้นเวลากระชั้นชิดมาก ไม่มีเวลาซ้อม หากเปรียบแล้ว การแสดงครั้งนี้ น่าจะสื่อถึงการแสดงของเสี่ยวหู่ตุ้ยมากกว่า

ชิงเหนียนโจวม่อ : ครั้งนี้ได้คงรูปแบบทุกอย่างของเสี่ยวหู่ตุ้ยไว้นั้นเป็นความคิดของใคร?

โหย่วเผิง : จริงๆแล้วเริ่มแรก ที่สถานียางซื่อมาเชิญผมนั้น พวกเขาได้เสนอให้ผมยืนตรงกลาง แต่ผมกับผู้จัดการส่วนตัวได้ปฏิเสธไป รูปแบบเป็นความคลาสสิกของเสี่ยวหู่ตุ้ย พวกเรา 3 คนไม่จำเป็นต้องมาตกลงกัน แน่นอนต้องคงความเดิมไว้

ชิงเหนียนโจวม่อ : ตอนซ้อมการแสดงนั้นทุกคนฟังใครพูด?

โหย่วเผิง : ตอนซ้อมนั้น หลักๆคือ หวนระลึกท่าเต้นในอดีต จื้อเผิง เป็นคนที่จำได้ดี ฉะนั้นท่าที่ผมกับฉีหลงจำไม่ได้ก็ถามเขา เราต่างช่วยกันและกัน และส่วนที่เติมเสริมเข้ามานั้น เป็นอาจารย์สอนเต้นมาสอนเรา และบวกความคิดของพวกเขาไปด้วย

ชิงเหนียนโจวม่อ : หลังจากที่เสี่ยวหู่ตุ้ยได้ขึ้นแสดงแล้ว กระแสสุดฮอตอีกครั้ง ก่อนหน้านี้คุณเคยคาดคิดไว้ไหม?

โหย่วเผิง : ไม่เคยคิดว่ามันจะฮอตขนาดนี้ บรรยายกาศอย่างนี้ ใช่ว่าจะมีให้เห็นบ่อยๆ คำว่าเสี่ยวหุ่ตุ้ย นั้น เป็นคำที่สร้างปฏิหารย์จริงๆ



Posted Image

ชิงเหนียนโจวม่อ : คุณเคยพูดว่า ไม่ชอบเดินซ้ำอดีต ชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆและการเปลี่ยนแปลง ปีนี้หลักๆ คิดอยากทำอะไรบ้าง?

โหย่วเผิง : ครึ่งปีแรกนั้นคงจะมีภาพยนตร์ที่ตัวเองแสดงเป็นตัวหลัก 2 เรื่องจะฉาย จะมีการไปโปรโมท นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องที่จะเปิดกล้อง เป็นเรื่องที่ในประเทศไม่มีใครเคยสร้างเลย มีบางอย่างคล้ายกับเรื่องเฟิงเซิง มันมีความลี้ลับแฝงอยู่ ดึงผู้ชมอยากชมถึงจบ ตอนจบนั้นจะทำให้คุณตื่นเต้นมากๆ

ชิงเหนียนโจวม่อ : การรวมตัวอีกครั้งของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น จะเปลี่ยนแผนงานของคุณไหม? แล้วพวกคุณ 3 คนจะมีโอกาสร่วมงานในด้านการแสดงบ้างหรือเปล่า?

โหย่วเผิง : เหตุเพราะเรื่องตารางเวลา เรื่องทัวร์คอนเสิร์ดนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่ผมหวังว่าอนาคตเสี่ยวหู่ตุ้ยจะได้รวมกันในงานการกุศล เช่นการระดมเงินการกุศล เป็นต้น อยากจะนำพวกเราที่อยู่ในยุคของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้น ทำในสิ่งที่เป็นบุญกุศล เรื่องร่วมงานด้านการแสดงนั้นตอนนี้ยังไม่มีโครงการ

ชิงเหนียนโจวม่อ : ได้ยินว่าจากนี้ไปงานหลักของคุณจะเป็นภาพยนตร์ คุณมีเป้าหมายอะไรกับงานการแสดงของคุณไหม? นักแสดงหรือนักร้องนั้น คุณประทับใจใครบ้าง?

โหย่วเผิง : นักแสดงในดวงใจผมนั้นเป็น จางหันอี๋ ผมฝันว่าวันหนึ่งผมจะเป็นได้อย่างเขา เป็นนักแสดงที่ดีมากๆ เขาไม่จำเป็นต้องใช้วิธีที่ไม่สวยงามมาทำให้ตัวเองมีชื่อเสียง หากสามารถเลือกได้ ผมไม่อยากจะให้เป็นข่าว ผมชอบอะไรที่มันเงียบๆ ขอให้แสดงให้ดีก็พอแล้ว แต่ผมเองก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้

ชิงเหนียนโจวม่อ : ในใจคุณนั้น งานสำคัญหรือชีวิต(ความรัก)สำคัญ?

โหย่วเผิง : ผมบอกกับตัวเองตลอดว่า ชีวิต สำคัญ แต่ว่ามันดูเหมือนว่า การงานนั้นมันกินเวลาชีวิตผมไปมากพอสมควร

จบสัมภาษณ์

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2758 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:49 PM

เขียนโดย : 258笑笑

รดดอกไม้ชีวิตด้วยรัก

เขียนโดย แฟนคลับ

เห็นข้อความหนึ่งในโปสเตอร์ ได้เขียนถึงความรู้สึกของฉัน และความคิดทั้งหมดของฉัน ฉันอ่านข้อความนี้ไปด้วยและฟังเพลงของจางหยี่เซิงไปด้วย ทันใดรู้สึกปวดใจ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า ฉันพยายามที่จะควบคุมอารมณ์ของตัวเอง แต่หลายๆครั้งอารมณ์ของคนเรานั้นจำต้องระบายออกมา ฉันพร้อมพูดกับตัวเองว่า มีเพียงตัวฉันเท่านั้น ที่จะเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง ความตื้นตันใจ ความสะกิดใจอันนั้น ฉันได้แต่เก็บไว้ในใจ มันเป็นอะไรที่งดงามมากๆ

วันนี้ได้นั่งรอการปรากฏตัวของเขาหน้าคอมฯ ตั้งแต่บ่าย 3 แล้ว กับเพื่อนๆอีกหลายๆ คนที่กำลังรอคอยเขาอยู่ เวลาแห่งการรอคอยนั้นดูเหมือนจะผ่านไปช้ามาก แต่ก็มีความสุข เมื่อมีช่องสนทนาได้กระพริบขึ้นมา วินาทีนั้นใจเต้นจนเกือบจะหลุดออกมา เหมือนกับว่าเขาจะมายืนต่อหน้าเราในทันใด ไม่นานเขาได้ปรากฏตัว ชุดขาวที่ดูสง่ากับความหล่อที่คมกลิบทำให้รอบยิ้มฉันปากแทบจะฉีก มันดีใจสุดๆเลย

เวลาผ่านไปเร็วมาก เริ่มจากเก็บตกเรื่องราวเสี่ยวหุ่ตุ้ย เล่าจนถึงการเปลี่ยนแปลงช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา มันจริงจังขนาดไหน มันบากบั่นขนาดไหน เหมือนกับต่อหน้าพวกเรานั้นเขาพูดหมดทุกอย่าง เขาได้ใช่คำพูดสั้นๆ ได้กล่าวถึง 20 กว่าปีแห่งการผ่านร้อนผ่านหนาว และพวกเราก็ล้วนได้เดินเคียงข้างเขาผ่านมากว่า 20 ปีเหมือนกัน อุปสรรค์มากมาย ประสบการณ์ที่โชกโชน สิ่งเหล่านี้ได้สะท้อนอยู่บนใบหน้าของเขา ในนัยตาเขา นัยตาของเขานั้นความหนุ่มใสเดียงสาของไกวไกวหู่ได้หายไปจากเขาไปนานแสนนานแล้ว สิ่งที่มองเห็นคือความเป็นผู้ใหญ่ของเขา สำหรับการให้สัมภาษณ์ต่อพิธีกรเจี่ยนยุ้ย(หวงยุ้ย)นั้น ปฏิกิริยาเปลี่ยนไปแล้ว เขาตื้นตันใจมาก เห็นถึงการที่แคร์ เขาได้ตอบคำถามของนักข่าวว่า “ในจีนมีนิทานเรื่องหนึ่งที่คุ้นกันมากคือ รวย 2 ช่วงอายุคน” “ไม่ได้ปฏิเสธว่าผมเป็นลูกคนหนึ่งของบ้านหลังนี้ แม้ผมจะขยันทำงานนอกบ้านเพียงใดก็ไม่สามารถที่จะหาเงินได้มากเทียบเท่าสมบัติในบ้าน พวกท่านสามารถเรียกผมว่าเป็นลูกชายของบ้านหลังนี้ แต่ใช่ว่าผมจะขอนั่งกิน นอนกินสมบัติของบ้านของผม ผมก็ต้องขยันเหมือนกัน” แม้ว่านิทานที่โหย่วเผิงพูดมาฉันเขียนไม่ละเอียด แต่สามารถสัมผัสถึงความตั้งใจของเขา

ตอนหลัง จากการที่นักข่าวได้ซักไซ้ถามเขาตลอดเวลา น้ำตาของเขาก็เริ่มเต็มเบ้าตา จากนั้นเพื่อจะตอบสนองการเรียกร้องของพิธีกร เขาได้ร้องเพลงหนึ่งเพลง ซึ่งเป็นเพลงเก่าของเขา “ลี่เกอ” ทำให้เขากลั้นน้ำตาไม่อยู่ นับแล้วเขาร้องไห้ประมาณ 3 ครั้งแล้ว ตอนแรกเขาพยายามที่จะกลั้นไว้ ไม่ให้น้ำตาไหลออกมา ปกปิดความโดดเดี่ยวของเขา อำพรางความอ่อนแอของเขา อำพรางความกดดันที่ได้รับมา กว่าหลายปีของเขา แต่ว่าสุดท้ายเขาทนกลั้นไม่ได้จริงๆ หยดน้ำตาแต่ละหยดได้ตกลงมาจากตาเขา ตกใส่จิตใจของผู้ชมทุกคน รวมถึงฉันด้วย


ได้ดูเรื่อง “รักข้ามขอบฟ้า” จบตั้งแต่อาทิยต์ที่แล้ว จิตใจยังไม่สงบ มีความเศร้า ไม่สบายใจมากๆ จริงๆ ก็อยากจะเขียนอะไรลงไปบ้างเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากจุดไหนดี รายการในวันนี้ทำให้ฉันประทับใจตื้นตันใจอีกครั้ง ไม่เพียงแต่ประทับใจเพื่อนเขา สิ่งที่เข้าใจกว่านั้นคือ ในชีวิตคนเรามีเรื่องราวอุปสรรคมากมายเหมือนกัน เราจำต้องยืนหยัดที่จะต่อสู้กับมัน เผชิญกับมันอย่างมีความสุข อย่าทำให้ชีวิตต้องเสียใจ ขณะที่เวลาไหลผ่านไป แล้วย้อนคิดดู อย่าให้ชีวิตของเราผ่านไปโดยไร้ความหมาย แม้จะเต็มไปด้วยอุปสรรค แม้จะเต็มไปด้วยขวากหนาม แต่เราต้องเดินต่อไป ไม่หยุดที่จะก้าวต่อไป

ให้ชีวิตเต็มล้นหน่อย ให้ชีวิตมีสีสันหน่อย ใช้เลือดเนื้อ ใช้รักรดดอกไม้แห่งชีวิตของเรา ให้มันออกดอก (Ming)

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2759 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:50 PM

เขียนโดย 桃子树09


เสี่ยวหู่ตุ้ยที่อมตะ : ความทรงจำสมัยปี 70

เขียนโดย แฟนคลับจากเขตฯซินเจียง ประเทศจีน

ยุ่งกับง่ายทั้งวันกลับไปแล้วยังต้องรอลูกนอนหลับก่อน หลายวันนี้จะเข้าไปในเน็ตเพื่อหาข่าวข้อมูลของเสี่ยวหู่ตุ้ยรวมตัวกันอีกครั้งเป็นประจำ จริงๆ แล้วก็ไม่จำต้องเจาะจงหา เพราะเป็นข่าวติดอันดับหนึ่งของปีใหม่ตรุษจีนปีนี้ ข่าวเรื่องนี้นั้นดูแล้วมีมากมาย เมื่อดูเว็ปไซน์หนึ่ง เริ่มจาก รับจื้อเผิงจากสนามบิน มาถึงห้องซ้อมการแสดง จนถึงช่วงแต่งตัวและซ้อมการแสดง ไม่รู้ว่ามีคนเท่าไหร่นั่งเฝ้าดูข่าวของพวกเขาที่เหมือนกับฉัน

การเป็นคนยุคปี 80 อย่างแท้จริงนั้น เมื่อได้เห็นข่าว ราตรีตรุษจีนของเสี่ยวหุ่ตุ้ยแล้วจะรู้สึกดีใจสุดๆ

หวนคิดถึงอดีตที่ตัวเองเป็นเด็กเรียนคนหนึ่ง ที่ไม่ฟังเพลงฟังแต่เสียงดนตรีเท่านั้น ทุกวันกลับถูกรายการร้องเพลงในทีวีของเสี่ยวหู่ดึงดูด เด็กหนุ่มสามคนนี้ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์หรือเพลงล้วนแต่เป็นแบบอย่างที่ดี ฉันเองที่เป็นคนไม่บ้าดารากลับมีความรู้สึกชอบเสี่ยวหุ่ตุ้ยขึ้นมา งานคอนเสิร์ตช่วยเหลือผู้ประสบภัยในปี 1991 นั้น หลิงเฟิงได้นำเสือน้อย 3 คนขึ้นเวที ทั้ง 3 คนได้ร้องเพลง “อ้าย” กับ “ซิงซิงเตอแยฮุ่ย” ฉันรอจนให้รายการนี้มาฉายซ้ำอีกครั้งแล้วเอาม้วนเทปมาอัดเสียงเพลงของพวกเขา ด้วยเหตุนี้ทำให้นึกขึ้นมาได้ว่ามีครื่งหนึ่ง คุณพ่อได้ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วได้ซื้อม้วนเทปของเสี่ยวหู่ตุ้ยกลับมา แต่ตอนนั้นด้วยเหตุที่ฉันยังมีความคิดมองเพลงเหล่านี้ในแง่ไม่ดีเลยเอามัวนเพลงเหล่านี้ยกให้พี่ชายไป แต่นึกได้แล้วรีบไปหาออกมาดู แท้จริงแล้วเป็นอัลบั้ม “เซียวเหยาอิ๋ว”กับ “หนันไหปู้คู” 2 อัลบั้มนี้ ต้องขอขอบคุณคุณพ่อจริงๆ เพราะตอนหลังไปหาซื้ออัลบั้ม “หนันไหปู้คู”นั้นไม่มีขายแล้ว คิดว่าคุณพ่อน่าจะซื้อในช่วงที่ “เฉา .. เพลงที่มาจากไต้หวัน” ชุดนี้ออกมาไม่นานแล้วซื้อมันมา ตอนนั้นได้ฟังในทีวี รู้สึกว่ามันเพราะมากๆ แต่ว่าไม่ได้ชอบถึงขั้นเป็นแฟนคลับของเสี่ยวหุ่เลยทันใด ตอนนี้เมื่อย้อนคิดแล้วยังรู้สึกเสียดายอยู่

ตอนนั้นเมืองหนึ่งที่ซินเจียง ฉันได้ซื้อม้วนเพลงตลับหนึ่ง ก็คือ “อ้าย” ของเสี่ยวหุ่ตุ้ย ตอนนั้นได้ไปห้างที่ใหญ่ที่สุดในเมือง ได้หยิบเงินที่สะสมแรมปีขึ้นมา ได้ซื้อม้วนหนึ่งที่มีราคากว่า 7.5 หยวน แม้แพงแต่ก็ยังเป็นม้วนก๊อปปี้ ตอนนั้นไม่รู้เรื่องของม้วนเทป ใจที่เดียงสาไม่เคยรู้เลยว่ามีเทปผีเทปเถื่อน แต่เมื่อหยิบม้วนขึ้นมาดูแล้วรู้สึกว่ามันแปลกๆ ชื่อเพลงในม้วนมันดูไม่ชัดเจน แม้เสียงเพลงจะดี ตอนหลังถึงจะหาซื้อม้วนจริงได้ เพิ่งจะรู้ว่าราคาของม้วนจริงมันกว่า 8.9 หยวน

Posted Image

ตอนหลังมารู้ว่า “อ้าย” เป็นอัลบั้มที่ 4 ของพวกเขา และแล้วก็คิดหาวิธีที่จะได้ทั้ง 5ชุดมาครอง อัลบั้ม 4 “ซิงซิงเตอแยฮุ่ย “ นั้นได้มาหลังจากชุด “อ้าย” และปกของม้วนนี้จะไม่เหมือนกับปกทั่วๆ ไป ในใจคิดว่าเป็นของปลอมอีกหรือเปล่า แต่เมื่อเปิดออกมาดูแล้ว แท้จริงเนื้อเพลงได้ซ่อนไว้ข้างใน ยังมีรูปสามหนุ่มที่ใส่ชุดขาว ตอนนี้มีอัลบั้มที่ 4 แล้ว ก็อยากจะมีอัลบั้มที่ 3 อีก “หงชิงถิง” ศูนย์การค้าก็ใหญ่เท่านี้เอง ในไปรษณีย์มีร้านขายม้วนเทปเล็กๆ ร้านหนึ่ง ฉันได้ไปดูบ่อยๆ เพื่อจะหาอัลบั้มของเสี่ยวหู่ตุ้ยเท่านั้น มีอยู่วันหนึ่ง ฉันเจออัลบั้ม “หงชิงถิง”จริงๆ ความรู้สึกที่ดีใจอย่างนั้นจนวันนี้ยังไม่ลืมเลย เพราะความคิดในตอนนั้นคิดว่ามันเป็นอัลบั้มที่ทำเมื่อปี 1990 คงจะไม่มีแล้ว

คิดอยู่ตลอดเวลาว่า จะพยายามสะสมอัลบั้มของเสี่ยวหู่ตุ้ยให้ครบทุกชุด แต่สิ่งที่เสียดายคือหลังจากอัลบั้ม “ซิงซิงเตอแยฮุ่ย” แล้ว ไม่นานมีอัลบั้ม “ไจ้เจี่ยน”ออกมา ตอนนั้นยังไม่มีอินเตอร์เน็ต ทางทีวีโฆษณาเรื่องพวกนี้น้อยมาก ได้รับข่าวจากนิตยสารว่าเสี่ยวหู่ตุ้ยกำลังจะแยกทางกัน ความทุกข์ใจในตอนนั้นยากจะบรรยาย ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกที่ไม่เชื่อว่าพวกเขาจะแยกทางกันหรือเปล่า แต่รู้เพียงว่าหน้าปกของอัลบั้มนี้เป็นหน้าปกที่เก่าที่สุดในบรรดาอัลบั้มทั้งหมด สำหรับอัลบั้มเทปต่างๆของพวกเขานั้น รวมทั้งอัลบั้มที่พวกเขาได้ทำหลังจากที่แยกทางกันแล้ว ฉันได้เอากระดาษห่อเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ตอนฟังยังต้องระมัดระวังในการเก็บด้วย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะยืมให้กับใครมันไม่มีทางเลย ฉะนั้นเวลาผ่านไปสิบกว่ายี่สิบปีแล้ว พวกเขายังใหม่เหมือนเดิมเลย

ไม่นานได้เห็น “ยอดฮิตBest”กล่องหนึ่ง ในใจสงสัยว่าเป็นของปลอมเปล่า (เป็นเพราะได้อัลบั้มแรกเป็นของปลอม) แต่ก็ได้ซื้อกลับบ้าน นี่เป็นอัลบั้มเพลงยอดฮิตที่ทำใหม่ แนวเพลงนั้น หลายปีแล้วฉันยังจำได้แม่นว่าในเพลง “วันนี้มองฉัน”นั้นมีเสียงกระจกแตกด้วย เนื้อเพลงของอัลบั้มนี้เขียนไว้ข้างใน หลังเนื้อเพลงยังมีประวัติอัลบั้มของเสียวหู่ตุ้ยด้วย ฉันเพิ่งรู้ว่าพวกเขายังมีหนังสือประวัติเล่มหนึ่ง “เสี่ยวหู่ตุ้ยที่นิรันดร์กาล” แถวๆนั้นไม่มีขายเลย ฉะนั้นขณะที่คุณพ่อไปทำงานที่เซี่ยงไฮ้ถามฉันว่าจะเอาอะไร ฉันบอกว่าอยากได้เพียงหนังสือเล่นนี้ สิ่งที่เสียดายคือ ความฝันของฉันไม่เป็นจริง จนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เลย หนังสือเล่นนั้นจะหาซื้อก็ไม่มีขายแล้ว

ในช่วงเวลาที่ยาวนานช่วงหนึ่ง ในโรงเรียนจะมีการแสดงต่างๆ ก็คือในห้องกลุ่มหนึ่ง 3 คนจะมาเลียนแบบการร้องเพลงท่าเต้นของเสี่ยวหู่ตุ้ย ฉันในตอนนั้นนับว่าเป็นนักเรียนที่สอบได้ไม่ที่หนึ่งก็ที่สองเลยทีเดียว และภาพลักษณ์ของนักเรียนดีเด่นในสมัยนั้น จะต้องเป็นนักเรียนที่ไม่รู้เรื่องของวงการบันเทิง รู้เพียงเรียนหนังสือ การฟังเพลงเสมือนการประพฤติที่ไม่ถูกต้อง ตอนนั้นฉันรู้สึกมันขมขื่นและไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพลงทั้งหมดของเสี่ยวหู่ตุ้ยนั้นฉันร้องได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเพลงไหนหรือจะร้องท่อนไหนก็ได้หมด


ครั้งหนึ่งในห้องมีกิจกรรม มีนักเรียนหญิง 2 คนจะร้องเพลง “หูเตียเฟยยา” ตอนนั้นฉันน่าจะกำลังทำอะไรสักอย่าง แล้วดูพวกเขาซ้อมกัน แล้วเนื้อเพลงที่พวกเขาลืมไปนั้น ฉันเองเป็นคนบอกพวกเขา แต่พวกเขาใจยอมที่จะขาดไปหนึ่งคนแต่ไม่ยอมให้ฉันเข้าร่วมกลุ่มเป็น 3 คนให้เหมือนเสี่ยวหู่ตุ้ยเลย เพราะพวกเขาคิดว่าเด็กเรียนไม่ควรมาร้องๆ เต้นๆ อย่างนี้ จำได้ว่าตอนมัธยมปลาย ช่วงบ่ายก่อนจะเรียนนั้นคาบศิลป์จะมีการสอนร้องเพลงหนึ่งเพลง มีครั้งหนึ่งเพลงที่สอนคือ “อ้ายหว่อจิ้วเกินหว่อโจ่ว” ในอัลบั้ม”ซิงซิงเตอแยฮุ่ย” ทุกคนกำลังเขียนเนื้อเพลง เพื่อนร่วมโต๊ะนั้นฉันเป็นคนเขียนเนื้อเพลงให้เขา เพราะฉันคุ้นเคยกับเพลงของเสี่ยวหู่ตุ้ยมากๆ แต่ว่าทุกคนไม่กล้าเชื่อว่าฉันสามารถทำเรื่องนี้ได้ ฉันท้อใจมาก เจ็บปวดใจมากอยากบอกว่า พวกคุณไม่รู้เลยหรือว่าโหย่วเผิงนั้นทั้งเรียนเก่งและร้องเพลงเก่ง

Ming :แปล

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/

#2760 alecmoon

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 3,589 posts
  • Gender:Male
  • Interests:เมียโหย่วเผิง ชู้จื้อหลิน หุหุ

Posted 13 March 2010 - 06:51 PM

(ต่อ) เสี่ยวหู่ตุ้ยที่อมตะ : ความทรงจำสมัยปี 70

การเป็นเด็กเรียนนั้น จะไปหาซื้อโปสเตอร์รูปดาราศิลปินตามท้องถนนหรือตลาดไม่ได้ ไม่รู้เพราะอะไร ทุกครั้งที่ฉันไปซื้อโปสเตอร์ของเสี่ยวหู่ตุ้ย กลัวคนอื่นเห็นจัง ซื้อกลับไปแล้วก็ไม่กล้าที่จะติดไว้ในห้องนอนอย่างเพื่อนๆ นี่น่าจะเป็นความทุกข์ของเด็กเรียนในสมัยนั้น ผนังห้องฉันติดโปสเตอร์เพียงรูปเดียว เป็นรูปหน้าปกของอัลบั้ม “เซียวเหยาอิ๋ว” โบว์ผีเสื้อกับเสื้อสีเหลืองและแจ๊กเก็ตสีขาว ฉันได้เอาคำหนึ่งของไกวไกวหู่ มาเป็นปรัชญาชีวิตของตัวเอง “มีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่กลัวความยากลำบาก มุ่งหน้าด้วยความกล้า ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้” โหย่วเผิงที่สอบเข้ามหาลัยไต้หวัน ก็เป็นหนึ่งในเสี่ยวหุ่ตุ้ยที่ฉันชื่นชอบที่สุด ตอนนั้นในใจฉันเขาเป็นแบบอย่างที่ดีคนหนึ่งแต่ไม่ใช่เป็นขวัญใจ จะต้องเป็นคนหนึ่งที่เก่งเรียนเก่งร้องเพลง โปสเตอร์รูปนั้นได้ติดอยู่ที่ห้องฉันและเป็นแรงใจให้ฉันตลอดเวลา จนฉันสอบเข้ามหาลัยที่เซี่ยงไฮ้ ไม่พูดไม่ได้เลยว่า โหย่วเผิงที่ได้อิทธิพลชีวิตฉันทำให้ฉันได้ดีจนมาถึงวันนี้

“ไจ้เจี่ยน”นำความประทับใจให้กับฉัน ในใจนั้นคิดอยู่ตลอดเวลาว่าอยากจะให้ จื้อเผิง เกณฑ์ทหารเสร็จเร็วๆ ให้เสี่ยวหู่ตุ้ยยังคงเป็นเสี่ยวหู่ตุ้ย และในที่สุดก็ได้เห็นอัลบัมแรกของ ฉีหลง อัลบั้ม“จุยเฟิงเส้าเหนียน” ฉันยอมรับว่าฉันได้ซื้อเทปก๊อปอีกครั้ง เมื่อได้ยินเพลงขออวยพรให้คุณโชคดีตลอดไป แล้วรู้สึกจิตใจหวิวๆ เสี่ยวหู่ตุ้ยได้ต่างคนต่างบินจริงๆ และเพลง “ฉันขอเพียงให้เธอรักฉัน” ของโหย่วเผิงนั้นได้ยินครั้งแรกตอนดูรายการทีวี ตอนนั้นไม่กล้าเชื่อจริงๆว่า ไกวไกวหู่ก็ได้บินเดี่ยว ดูเอ็มวีเพียงรอบเดียวก็รู้สึกชอบเลย แต่เมื่อไปหาซื้อตามร้านก็ไม่มี ฉะนั้นทุกวันก็จะเอาเตรียมเครื่องเทปเพื่อจะมาอัดตอนจะออกรายการทีวี รอคอยว่าจะมีคนขอเพลงนี้ไป เพื่อฉันจะรออัด สุดท้ายก็เห็นว่าเพลงนี้กลับเปิดถี่มาก ฉันได้อัดใส่ม้วนเทปหนึ่งม้วนแต่เป็นเพลงนี้ทั้งม้วนเลย เปิดฟังซ้ำๆอย่างนั้น จนฉันซื้อม้วนอัลบั้มนั้นได้

ต่อจากนั้นก็ได้ซื้ออัลบั้มต่างๆของ ฉีหลง โหย่วเผิง และ จื้อเผิง ฉันเองก็ล้วนเก็บมันไว้อย่างดี สำหรับไกวไกวหู่ที่ชื่นชอบนั้น แน่นอนทุกอัลบั้มของเขานั้นฉันซื้อแต่ของแท้เท่านั้น หากว่าซื้อมาเป็นของปลอมก็จะไปหาซื้อของแท้ให้ได้ แต่สิ่งที่น่าเสียดายคือ ชุดที่เขาร้องเป็นภาษากวางตุ้งนั้นฉันหาซื้อไม่ได้ พูดอย่างนี้ก็ต้องขอโทษอีก 2 คนแล้ว เพราะอัลบั้มของพวกเขา 2 คนนั้น ฉันแทบจะหาซื้อของแท้ไม่ได้ เพราะว่าค่าขนมของเด็กนักเรียนคนหนึ่งนั้นมันน้อยมากทีเดียว ไม่นานในเมืองก็มีร้านขายเทปมาเปิดใหม่ ฉันไปบ่อยจนพวกเขาเห็นหน้าก็รู้เลยว่าจะมาซื้ออะไร และอัลบั้ม 4 ของโหย่วเผิงนั้นเป็นพวกเขาเองที่เอามาให้ฉัน

พูดถึงเรื่องใช้เทปอัดเพลงของเขา ไม่ตกใจไม่ได้กับการพัฒนาของอินเตอร์เน็ต ฉันในสมัยนั้น ได้เพียงใช้เครื่องเทปมาอัดเพลงของพวกเขาผ่านทางทีวี บางครั้งทันทีที่ได้ยินเพลงของเขา ก็รีบวิ่งไปหยิบเครื่องเทปมาอัด ไม่เหมือนตอนนี้แค่เข้าเน็ตก็สามารถฟังได้แล้ว ทั้งยังมีเอ็มวีให้ดูอีกด้วย มีครั้งหนึ่งได้ไปเที่ยวที่แห่งหนึ่ง แล้วไปเจอม้วนเทปของเสี่ยวหู่ตุ้ย ฉันไม่เสียดายที่จะควักเงินที่สะสมมานานกว่า 38 หยวน เพื่อจะซื้อวีดีโอม้วนนั้น แม้ตอนนั้นในบ้านจะไม่มีเครื่องวีดีโอ จะดูอย่างไรล่ะ ยังดีตอนนั้นคุณพ่อมีเครื่องเล่นวีดีโอ แต่เพื่อเรียนภาษาอังกฤษ แต่ฉันก็แอบเอาไปเปิดบ้างนิดหน่อย แล้วมาเปิดดูของเสี่ยวหุ่ตุ้ยจนจบ ม้วนวีดีโอนั้นเป็นเอ็มวีเพลง “หงชิงถิง” กับ “ซิงซิงแต่แย่ฮุ่ย” เป็นสิ่งที่หาดูไม่ได้ในทีวี

Posted Image

มีช่วงหนึ่งที่พ่อแม่ได้ติดตั้งดาวเทียมในบ้าน สามารถรับช่องรายการบันเทิงของฮ่องกงได้ แต่ว่าทีวีมีปัญหาไม่ชัด หากจะดูให้ชัดก็ต้องไปปรับหมุนด้านหลังตรงเสาทีวี ไม่งั้นภาพก็จะไม่นิ่ง แต่หากจะดูรายการปกติก็ต้องไปปรับให้เข้าที่เดิม ด้วยเหตุที่ในบ้านเคร่งในเรื่องการการเรียน จึงไม่สามารถที่จะเปิดดูรายการบันเทิงจากดาวเทียมได้ และในช่วงนั้นช่องดาวเทียมก็จะมีเพลงของโหย่วเผิง ฉะนั้นฉันจะหาจังหวะที่พ่อแม่ออกจากบ้านแล้ว รีบฉวยโอกาสนี้หมุนเสาแล้วเปิดดูช่องดาวเทียม แต่เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ก็รีบวิ่งไปหมุนกลับมาที่เดิมเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตอนนี้หวนคิดแล้ว รู้สึกขำเหมือนกัน ตอนนั้นช่องดาวเทียมจะมีรายการเปิดเอ็มวี ฉันยังจำได้ว่าหลังจากรายการ “คุณแม่ที่ดี”แล้วก็จะเป็น “รอจนถึงวันนั้น”ของโหย่วเผิง ยังมีรายการของหลี่หมิงโหย่วที่ โหย่วเผิง ได้มาร่วมร้องเพลงอีกด้วย มันจึงทำให้ฉันชื่นชอบเธอไปด้วย และได้ซื้อการ์ดลายเซ็นของเธอด้วย และยังมีอีกรายการที่โหย่วเผิงไปร้องเพลง ฉันก็พลอยชอบพิธีกรรายการนั้นไปด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเหมือนรักของสิ่งหนึ่งแล้วก็รับสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นด้วย แต่มาจนถึงวันนี้ฉันเองยังไม่มีการ์ดลายเซ็นของเสี่ยวหู่ตุ้ยสักใบเลย

และได้รู้ที่อยู่ของ โหย่วเผิง ผ่านช่องดาวเทียม ฉันก็เคยเป็นเหมือนกับแฟนคลับทั่วๆไปที่เขียนจดหมายไปหาเขา ฉันเคยเขียนจดหมายไปหา ไกวไกวหู่ ที่เป็นต้นแบบให้กับฉันในสมัยวัยรุ่น ฉันเองที่คิดไม่เหมือนกับแฟนคลับคนอื่น ฉันมักจะเขียนจดหมายไปหาเขาหลังจากที่ฉันซื้ออัลบั้มใหม่ของเขา ได้บรรยายความรู้สึกหลังฟังทุกเพลงในอัลบั้มนั้นของเขา อย่างเช่น เมื่อเห็นเป็นเพลงที่ ฉีหลง หรือ โหย่วเผิงเขียนเองร้องเอง ฉันก็จะเขียนจดหมายไปให้กำลังใจพวกเขา ว่าให้ทำต่อไป

ฉันกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ไปโดยไม่มีข้อกังขา ส่งจดหมายจากซินเจียงไปถึงไทเปนั้นต้องติดแสตมป์ตั้ง 2.9 หยวน ตอนหลังแพงกว่าเดิมเป็น 5.4 หยวน แม้จะรู้แก่ใจดีว่าไม่มีทางที่เขาจะตอบให้ฉัน แต่ฉันก็ยินดีที่จะเขียนไปให้เขา ฉันเคยเอาเพลง “กระทบไหล่เดินผ่าน” เพลงนี้มาใส่เนื้อใหม่ เป็นเพลงจบการศึกษา และเคยส่งสร้อยข้อมือที่ทำด้วยมือของตัวเองส่งให้เขา ก็พูดคุยกับเขาเหมือนกับเพื่อนเก่าคนหนึ่ง วันนี้ได้ย้อนคิดแล้วมันคงเป็นความซื่อๆของช่วงวัยหนุ่มสาว

ประมาณปี 1993 ตอนฉันเดินผ่านร้านขายม้วนเทปร้านหนึ่งได้เปิดเพลงหนึ่ง เป็นเพลงที่ฉันไม่เคยได้ฟัง แต่ไม่กี่ประโยคฉันก็ฟังออกว่านี่เป็นเพลงของเสี่ยวหู่ตุ้ย ที่ร้องด้วยกัน 3 คน หัวใจแทบจะเต้นออกมาเลย แล้วรีบมุ่งวิ่งเข้าไปในร้านหาซื้อเทปนั้น “ซิงกวางอีจี้วช่างลั่น”
“กลับมาที่ที่เรานัดกันจนได้ ได้ทำตามคำมั่นสัญญาของเราแล้ว” เสี่ยวหุ่ตุ้ยกลับมาแล้วจริงๆ วันนั้นรู้สึกดีใจแทบดินถล่มฟ้าทะลาย แต่หลังจากนี้พวกเราไม่มีข่าวหรือดังเหมือนกับอดีต และจากนั้นอีกอัลบั้ม “ความสุขนั้นยังคงเหมือนเดิม” แทบจะเงียบกริบเลย อัลบั้มนี้แม้จะเพราะก็ตาม อาจเป็นเพราะตอนนั้น ต่างคนต่างก็ทำอัลบั้มของตัวเอง ความรู้สึกที่เสี่ยวหุ่ตุ้ยกลับมานั้นเป็นเพียงเสี่ยวนาที แล้วก็เงียบไป ตอนหลังได้ข่าวว่า โหย่วเผิงไปที่อังกฤษแล้ว


ปี 1995 ฉันได้มาเรียนมหาลัยที่เซี่ยงไฮ้ ปีนั้นฉันได้ซื้ออัลบั้มใหม่ของโหย่วเผิง “โจ่ว” กับ “ยงเหยินจื้อเหย่า” ของเสี่ยวหุ่ตุ้ยที่ร้านขายเทปข้างๆโรงอาหาร และยังมีม้วนตอนไปจัดคอนเสิร์ตอีกด้วย ตอนปี 1999 ที่จะจบการศึกษานั้น ฉันเป็นคนดูแลจัดการเรื่องการงานจบของคณะนั้น ฉันไม่ได้เลือกเอาเพลงที่ทุกคนฮิตกันอย่าง “ไจ้เจี่ยน” “ลี่เกอ” หรือ “จู้หนี่อีลู่ซุ่นฟง” เหล่านี้มาเป็นดนตรี แต่จะเลือกเอาเพลง “หนันเต๋อจือซินเตอเผิงโหย่ว” ฉันรู้สึกว่า มีเพลงนี้เหมาะแก่การที่พวกเราได้มีโอกาสศึกษาด้วยกันมา 4 ปี นี่ก็เป็นอีกเพลงที่น่าฟังเหมือนกัน เพลงที่สามารถจะให้มีความทรงจำดีๆ ในวัยเรียน และเป็นเพลงที่ฉันชอบมากๆเหมือนกัน

Ming :แปล

user posted image
บ้านซูโหย่วเผิง:http://www.baansuyoupeng.com/





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users