Jump to content


[FIC]╬═♥╬We’re Dong Bang Shin Gi & GirlS╬═♥╬


72 replies to this topic

#1 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:23 PM

Posted ImagePosted ImagePosted ImagePosted ImagePosted ImagePosted ImagePosted ImagePosted Image









Posted Image



หวัดดีคร่า เพื่อนๆชาว CASSIOPIEA ทุกคน

วันนี้เรามาเปิดบ้านหลังใหม่ ด้วยฟิคของ 5 หนุ่มเรื่องแรกนะค้า

ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยละกันน้า ฟิคเรื่องนี้เราตั้งใจมากๆ

เพื่อที่จะให้มันส่งมอบความสุข สนุกสนานให้เพื่อนๆทุกคน

เพื่อนๆที่ติดตามก็ขอบคุณมากนะ เข้ามาอ่านกันเยอะๆนะ

อ่านแล้วเม้นติชมให้กำลังใจกันบ้างนะคะ







เรามาเริ่มแนะนำตัวละครทั้งหมดกันก่อนเลยดีกว่านะค้า







(เรื่องนี้ทุ่มทุนหลายสิบล้านวอนเลยน้า ลงทุนจ้างตัวหนุ่มๆมา 5555+)




Posted Image




ดงบังชินกิประกอบไปด้วยสมาชิก 5 คน ดังต่อไปนี้



รหัส 001 : ( พี่หมียุนยุน)
ชื่อในวงการ : U-know หรือ จอง ยุนโฮ

Posted Image

Posted Image



รหัส 002 : (โลมาน้อย)
ชื่อในวงการ : Xiah หรือ คิม (ซีอา) จุนซู

Posted Image

Posted Image



รหัส 003 : (แจจุง)
ชื่อในวงการ : Hero หรือ คิม (ยองอุง) แจจุง

Posted Image

Posted Image



รหัส 004 : (มิคกี้...กุ๊ก กุ๊ก)<<ต่างจากไก่มั้ยน้า ? เอิ๊กกส์
ชื่อในวงการ : Micky หรือ ปาร์ค ยูชอน

Posted Image

Posted Image



รหัส 005 : (มินมิน)
ชื่อในวงการ : Max หรือ เชวกัง ชางมิน

Posted Image

Posted Image




:i0: และเหล่าบรรดา My GirlS ของหนุ่มๆค้า :i4:

จะบอกว่าอย่าเพิ่งอิจปายยน้า เพราะว่า มันเป็นแค่ฟิคชั่นเท่านั้นเองนะคร้า

เริ่มจาก



Sung Yuri รับบทเป็น อึลฮันเจ

Posted Image


หญิงสาวที่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต ตั้งแต่เล็กจนโต
เธอดูแลและเดินตามเส้นทางชีวิตของตัวเองมาโดยตลอด
มีร้านอาหารเกาหลีเล็กๆที่สืบทอดมาจากผู้เป็นพ่อ
ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถคว่ำ เหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียใจ
และฝังใจมากเธอจึงดูแลและปรนนิบัติต่อผู้เป็นมารดาอย่างดี
เพราะกลัวว่าท่านจะจากไปอีกคน
(คนนี้ถูกใจป๋ายุนฮับบ..)

Posted Image



Bae SeulGi รับบทเป็น ฮองซาอึล

Posted Image


หญิงสาวที่เติบโตมาอย่างขาดความอบอุ่น เธออาศัยอยู่กับคุณยายเพียงแค่สองคน
ในบ้านที่ไม่ใหญ่โตอะไรนัก คุณยายของซาอึลดูแลเอาใจใส่หลานสาวเป็นอย่างดี
สมกับที่เป็นตระกูลผู้ดีเก่า..

ทำให้ซาอึลมีกิริยามารยาทที่งดงามเรียบร้อย
แต่เสียอย่างนึงคือซาอึลจะเป็นคนขี้น้อยใจและขี้งอนไปหน่อย
(เหมือนจะถูกใจนู๋เซียยังไงมิรู้...)

Posted Image




Yoon EunHye รับบทเป็น เคียวโซลิ


Posted Image


ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ที่มีกิจการกว้างขวาง โซลิคือรักแรกของแจจุง
เธอกับเค้าเคยคบกันเมื่อตอนอยู่มัธยมต้นและก็แยกทางกันโดยไม่ได้เอ่ยลา
เมื่อแจจุงตัดสินใจเดินทางเข้ามาในกรุงโซลเพื่อตามหาความฝันของตัวเอง..
จากวันนั้นจนถึงวันนี้แจจุงก็ยังรักเธอ แต่แจจุงไม่รู้ว่าเธอจะยังรักเค้ารึเปล่า
เพราะในอดีตเค้าเคยทำให้เธอเสียใจ ด้วยการมีคนอื่น แจจุงรู้ดีว่าโซลิเสียใจมากแค่ไหน
คำว่าขอโทษยังอยู่ในใจเค้าเสมอ เมื่อต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง
ก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่แจจุงจะได้พิสูจน์ในความรักที่เธอมี...
โซลิคือผู้หญิงที่แจจุงไม่สามารถลืมได้ ด้วยบุคลิคที่ดูร่าเริงและสดใสทำให้เค้าหลงรักเธอ
ได้อย่างง่ายดาย เมื่ออยู่ใกล้แล้วทำให้เค้ามีความสุข..(แฟนเก่าแจ...คนแต่งเศร้าง่ะ)

Posted Image



Park HanBaul รับบทเป็น จวนจียอง


Posted Image

เด็กสาวที่มีทุกอย่างเพรียบพร้อม แต่สิ่งที่เธอต้องการไม่ใช่เงินทองหรือเสื้อผ้าสวยๆราคาแพงๆ
รถยนต์ราคาหลายสิบล้านที่พ่อและแม่ของเธอมอบให้ เธอเพียงต้องการเวลาและความอบอุ่นอันที่
ครอบครัวอื่นมีให้กัน นั่นคือสิ่งที่จียองต้องการที่สุด

แต่..พ่อและแม่ของเธอไม่เคยมอบสิ่งนั้นให้ บ่อยครั้งที่เธอต้องอยู่คนเดียว
จนเคยคิดฆ่าตัวตาย แต่แล้วพรหมลิขิตก็ทำให้เธอมาพบกับปาร์ค ยูชอน ผู้ชายในอุดมณ์คติ
ที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้และทำให้เธอรู้ว่าคนที่เธอรอคอยนั้นไม่ใช่ความฝัน
เค้าคนนั้นมีตัวตนอยู่จริง..

Posted Image




Go Ara รับบทเป็น ซุนเฮคิม


Posted Image



ลูกสาวของผู้อำนวยการโรงเรียนที่พ่อและแม่ของชางมินสอนอยู่
เธอแอบชอบชางมินตั้งแต่แรกเห็นที่เค้ามาหาพ่อและแม่ที่โรงเรียน
เฮคิมไม่เคยเอ่ยปากบอกเรื่องนี้กับใคร เธอรู้ว่าพ่อของเธอนั้นเข้มงวดกับเรื่องนี้แค่ไหน
แม้จะเป็นดาราเธอก็อาจจะไม่สามารถชื่นชอบได้และด้วยความเรียบร้อยแบบกุลสตรีที่มี
จึงทำได้แค่เพียงแอบมองชางมินและติดตามชางมินตามรายการทีวีเท่านั้น

Posted Image





Guest Girl....Boa Kwon


Posted Image


ผู้หญิงที่มิคกี้คิดกับเธอเพียงแค่น้องสาว
แต่..เธอก็ยังมุ่งมั่นที่จะครองใจเค้าให้ได้และมีความหวัง
อยู่เสมอว่าสักวันเค้าจะหันกลับมามองและรักเธอบ้าง..สิ่งที่เธอทำให้เค้าเหมือนสูญเปล่า

แต่โบอะก็ไม่เคยท้อและลดละความพยายาม...
เธอต้องการให้มิคกี้ยอมรับในความรักที่เธอมีต่อเค้าให้ได้...
เพราะผู้ชายในอุดมคติของเธอมีเพียงแค่มิคกี้คนเดียวเท่านั้น
(เข้มแข็งชะมัดเรยยย!!!งานนี้มีศึกชิงมิคกี้ฮับบ)

Posted Image



#2 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:24 PM

Quote

*ประกาศ I*



เนื่องด้วยว่าบอร์ดฟิคในบ้านไร่นั้น เริ่มตั้งกฏของฟิคที่ลงแล้วนะค่ะ ..
ก็เลยอยากจะขอความกรุณาจากพี่ๆน้องๆที่ตามอ่านฟิคกิ๊บอยู่ทำตามด้วยนะ.. เพื่ออะไร ? ..
ก็เพื่อตอนพิเสดที่ทุกคนรอคอยอยู่ไง เพราะว่าอะไรถึงลงไม่ไ้ด้ .. เพราะว่ามันเรทค่ะ จบ !

เอามาให้อ่านกันอีกที ว่าบ้านไร่ห้ามอะไรบ้าง กันลืม !



1. แนะนำสมาชิกไม่ควรนำเรื่องที่มีลิขสิทธิ์แล้ว หรือ บทความที่เป็นของผู้อื่น จากหนังสือ และตามเว็บต่างๆ แล้วนำมาดัดแปลงแก้ไข โพสลงในเว็บไซต์ เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องได้ตามกฏหมาย

2. ฟิคที่แต่งไม่ควรเขียนถึงฉากรัก ฉากเซ็กส์อยู่ในเนื้อหา เนื่องจากมีกฏหมายรองรับในส่วนงานเขียนชนิดนี้ ซึ่งมีโทษต่อผู้เขียนโดยตรง และอยากให้คำนึงถึงคนอ่านที่เป็นน้องๆเด็กๆที่เข้ามาใช้งาน ถ้าหากมีกระทู้ที่เขียนอยู่แล้วพบเจอแจ้งลบได้ทันทีครับ

พบเจอกระทู้ที่เป็นปัญหาจะลบโดยทันที และหากเตือนแล้วไม่เชื่อฟังจะมีการแบน user นั้น


และนี่ก็คือส่วนที่ลิ้นจี่ขอร้องทุกคนนะค่ะ

ทำตามด้วยนะ  ไม่ยากเกินไป !



    ทุกครั้ง ที่ลงตอนพิเศษ หรือติดเรท จะประกาศนะคะ แล้วให้เพื่อนๆพี่ๆ น้องๆ Comment ขอ
     ตอนพิเศษและทิ้งเมลไว้  ทางเราจะส่งตอนนั้นให้ทางเมล






e-mail : lychee_zeez@hotmail.com  แอดกันได้เลยนะคะ  ทักทายด้วยน๊า จาได้รู้  คิคิ ^^





*ขอบคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือแล้วก็ทำตามกฏของบ้านไร่ด้วยนะค่ะ *


แล้วก็อีกอย่างสำหรับคนที่ตามอ่านแล้วก็ปรากฏตัวไม่เม้นด้วย!
ถึงเวลานั้นแล้วท่านจะเสียใจ .. หุหุ  บอกแค่นี้นะ .. สลายตัว!




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -




* ประกาศ II *





[[สำหรับคนที่ลิ้นจี่  PM ไปบอกเวลาฟิคลงนะคะ....ก็ทำตามในส่วนตรงนี้ด้วยเหมือนกันน้า  ขอบคุณค่ะ]]



New!!



ถ้าอยากจะมีรายชื่อขึ้นหน้าบ้านฟิคนี้ต้องทำไง ?

1.ยูส / ชื่อเล่น /อายุ
2.ชอบตัวละครตัวไหนมากที่สุดค่ะ เอาตัวหลักๆนะ
3.ความรู้สึกเกี่ยวกับฟิคชั่นเรื่องนี้
4.ให้กำลังใจกับคนแต่งหน่อยค่ะ .. แล้วท่านจะติดตามฟิคเรื่องนี้ขนาดไหนกันน่ะ ? (ได้100%รึเปล่า?)



ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ..




ถ้าคุณไม่เม้น...
มันก็เป็นสิทธิ์ของคุณ
คนที่เม้น มันก็จะเป็นสิทธิ์ของคุณ

เหอๆ...


เวลาจะส่งตอนพิเศษหรือติดเรท 55+ เราก็จะดูจากเปอร์เซนต์การเม้น โดยเฉพาะ
หรือดูจากชื่อที่ติดไว้หน้าบ้าน ในโซนของแฟนฟิคเรื่องนี้ โหะๆ



Ps* ลงติดเรทไป 1 ตอน รู้สึกผิดมาก  หลังจากตอนที่ 30 เป็นต้นไป จะส่งทางเมลคร่า ถ้ามีติดเรทนะ (คาดว่ามีแน่นอน)





แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน






credit : giibx_yc*@ popcornfor2




oO ━━━ ミ● FC Fiction ミ● ━━━ Oo



••★ jjr_satou * น้องน้ำตาล

••★ hmon * น้องโบว์

••★ ►Cassiopeia► * น้องแวว

••★ in_skye * น้องฟ้า

••★ PoYYeR * ปอย

••★ ~YunYun~ * ไนท์

••★ THE BEAUTIZII* น้องบิว

••★ eire-juria * น้องวัน

••★ Jslave * น้องอัส

••★ tenZa * น้องเท็น

••★ shinnygirl * แอมป์

••★ vicky_zai99 * น้องน้ำ

••★ yunjean * ฝน

••★ploykikkuk * น้องพลอย

••★gienoy * ออนนี กี้

••★KimChiYun * ฟะ

••★yupyip * ออนนี่ ยี่

••★Lovemalang_por * ปอ Posted Image

••★MR_PUS * pus

••★maybee1987 * เมเม่



Posted Image





ฝากเรื่องนี้ด้วยน๊า ◙ FIC ◙ :Micky:『Scared Of Love』





Intro….


บริษัทเพลงยักษ์ใหญ่และค่ายเพลงที่มีอำนาจและอิทธิพลมากที่สุดในเกาหลีคงหนีไม่พ้น
ค่ายเพลงสุดอลังการณ์อย่างSM Entertainment

ถ้าคนในเกาหลี ได้ยินชื่อนี้คงไม่มีใครที่จะบอกออกมาว่าไม่รู้จักอย่างแน่นอนและศิลปินชั้นนำที่เป็นที่รู้จักกันและกำลังโด่งดังอย่าง
ที่สุดในขณะนี้คงหนีไม่พ้นกลุ่มศิลปินบอยแบนด์ชายล้วน 5 คนนามว่า

ดงบังชินกิ





Posted Image




ทั้ง 5 คนต้องผ่านการออดิชั่นและต้องกลายเป็นหนักร้องฝึกหัดก่อนที่จะมาออกอัลบั้มที่ทำให้โด่งดังอย่างในทุกวันนี้ บางคนอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าพวกเค้าต้องฝึกหนักมากเพียงไหน ต้องเสียน้ำตาซักกี่หยดเพื่อแลกกับความฝันที่ตัวเองรัก ต้องใช้ความอดทนมากมายแค่ไหน ในมุมกลับกันอาจไม่มีใครรู้ แต่ในเมื่อมีวันนี้พวกเค้าทั้ง 5 คนก็ตั้งใจและพร้อมที่จะรักษาความฝันที่กลายเป็นความจริงและเวลาอันมีค่ารวมไปถึงโอกาสที่ดีที่บริษัท SM Entertainment รวมไปถึงแฟนเพลงที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจพวกเค้ามาตลอด แน่นอนว่าเค้าทั้ง 5 คน พร้อมที่จะช่วยกันรักษาทุกๆอย่างเอาไว้.....

ทั้ง 5 คนได้ผ่านการฝึกซ้อมอย่างหนัก จนเมื่อบริษัทได้เห็นความสามารถ
เมื่อทั้ง 5 คนรวมตัวกันกลายเป็นดงบังชินกิที่โด่งดังแล้วเพื่อความสะดวกต่อการทำงานทางบริษัทต้นสังกัดก็ได้จัดให้พวกเค้าทั้ง 5 คนอยู่บ้านหลังเดียวกัน พวกเค้าทั้ง 5 คนจึงสนิทสนมกันมาก เนื่องมากจากพวกเค้าทั้ง 5 คน ใช้ชีวิตประจำวันอยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง พวกเค้าทั้ง 5 คนมาอยู่ด้วยกัน ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันเหมือนเป็นเหมือนครอบครัวครอบครัวเดียว รักกันเหมือนญาติเหมือนพี่น้องกันจริงๆ และเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งสนุกสนาน ฮาแตก ขำกลิ้งและเคลือบปนความเศร้าเคล้าน้ำตา ก็จะเริ่มขึ้น....ในบ้านดงบังชินกิแสนสุขหลังนี้




~*~*~*~*~*~*~*~



~*: .lc_JaeJoong. :*~


ภูมิใจเสนอ



★~*:. We’re Dong Bung Shin Gi & GirlS .:*~★



Ps*...อ่านกันแล้วอย่าลืมเม้นด้วยน้า กำลังใจจากท่านผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดแล้วค่ะ




แนะนำตัวละคร (Actor - Actress)

Intro....

Chapter....1 - 2

Chapter....3

Chapter....4 - 5

Chapter....6

พาชมบ้านทงบังชินกิคร่า เชิญชม!!

Chapter....7

Chapter....8 - 9

Chapter....10 - 11

Chapter....12

Chapter....13

Chapter....14

Chapter....15

Chapter....16

Chapter....17

* Special Chapter *H a p p y V a l e n t i n e' s D a y 2007 Part.1

* Special Chapter *H a p p y V a l e n t i n e' s D a y 2007 Part.2

Chapter....18

Chapter....19

Chapter....20

Chapter....21

Chapter....22

Chapter....23

Chapter....24

Chapter....25 - 26

Chapter....27

Chapter....28

Chapter....29 --- บางสิ่ง ที่ ขาด หาย ---

Chapter....30 ...NC-17 LoVe Sick...

Chapter....31 ~..EternAl Love..~

Chapter....32 ((..neVeR mind..))

Chapter....33 |||HapPy Or Un HapPy|||

Chapter....34 So Far Away "ความห่าง"

Chapter....35 หัวใจแหกกฏ

Chapter....36 Last Hope <All>

Chapter....37 : -Three- S'T'O'R'Y : New Update !! 06.11.2008


Posted Image



#3 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:25 PM

Posted Image









Chapter 1






เช้าวันหนึ่ง




จุนซูที่ตื่นขึ้นมาแต่เช้า สัปดาห์นี้เป็นวันหยุดของพวกเค้า วันที่ได้พักผ่อนแบบนี้โลมาน้อยจะมีความสุขเป็นพิเศษเพราะว่าเวลาว่างทั้งหมดของเค้าจะกลายไปเป็นเวลาของเกมเพลย์ 3 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เค้าทะนุถนอมเป็นพิเศษ เพราะเค้าต้องใช้งานมันอย่างหนักเลยทีเดียว จึงต้องขยันเช็ดถูเป็นประจำ




ชีวิตประจำวันของโลมาน้อยนอกจากจะซ้อมร้องซ้อมเต้น สิ่งที่เค้าชอบมากที่สุดอีกอย่างนึงก็คือฟุตบอลและการเล่นเกมส์นั่นเอง ส่วนเพื่อนเลิฟอย่างยูชอนก็จะมาเป็นเพื่อนคอยเล่นเกมส์กับโลมาเป็นประจำ แต่เพราะวันนี้เป็นวันหยุดประกอบกับเมื่อคืนเค้านอนไม่หลับ ยูชอนเล่นเปียโนอยู่จนดึกเลยทำให้เช้านี้ไม่ได้ตื่นเช้าเหมือนกับจุนซู





ผ่านไปพักใหญ่สมาชิกที่เหลืออีก 3 คน ยุนโฮ ยูชอนและมินมิน ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น แต่จุนซุก็ไม่ได้สนใจว่าใครจะตื่นจะหลับ ขอเพียงเค้าได้กดเกมส์อย่างเมามันในอารมณ์เท่านี้ก็มีความสุขมากแล้ว



ส่วนแจจุงนั้น ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้เค้าสังเกตได้ว่าน้องมินมิน ดูเหมือนจะไม่สบาย เลยต้องรีบลุกขึ้นมาทำอาหารให้มินมินและทุกคนทาน รวมถึงอาจจะต้องพาน้องมินมินไปหาหมอด้วยตัวเค้าเอง.....





“นี่แหน่ะ...... GOAL LL… เข้าแล้วเว้ยยยยยย” เสียงโลมาตะโกนโหวกเหวก เมื่อยิงลูกโทษเข้าประตูไปได้อย่างหวุดหวิด แต่โลมาหารู้ไม่ว่าเสียงของตัวเองนั้นแสบแก้วหูถึงเพียงไหน ถึงขนาดทำให้ยุนยุนตื่นขึ้นมาชะโงกหน้ามอง แต่แล้วเค้าก็หลับต่อไปเช่นเดิม....




เมื่อแจแจทำอาหารเสร็จแล้ว ก็จัดแจงเดินเข้าไปหาน้องมินที่ห้องนอน เพื่อปลุกให้น้องเล็กลุกขึ้นมากินข้าวเช้า




“มิน...ตื่นเถอะ พี่ทำกับข้าวไว้ที่โต๊ะให้แล้ว” เมื่อแจสัมผัสไปโดนที่แขนของมินก็ต้องตกใจมาก เมื่อรับรู้ได้ว่าตัวมินนั้นร้อนแค่ไหน นี่เค้าไม่สบายขนาดนี้เลยหรอเนี่ย รู้ว่าน้องเล็กไม่ชอบแสดงอาการว่าตัวเองเหนื่อยหรือว่าไม่สบาย แจลนจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบพยุงมินไปที่รถแล้วพามินไปโรงพยาบาล






ผ่านไปอีกพักใหญ่





โลมาก็ยังเล่นเกมส์ต่อไปอย่างขมักเขม้น ส่วนยุนยุนก็ลุกขึ้นมาล้างหน้าล้าตา ทานอาหารเช้า เหลือเพียงแค่ยูชอนเท่านั้นที่ยังนอนอยู่ จนเมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือเค้าดังขึ้น จึงลืมตาขึ้นมาดูว่าคนที่โทรมารบกวนเวลานอนเค้าแบบนี้คือใครกัน.....เมื่อมองเห็นเบอร์ที่ปรากฏอยู่หน้าจอ ก็กดปิดเครื่องทันทีเนื่องจากเค้าเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครตามตอแย





“Boa….เฮ้อออ.....” ยูชอนถอนหายใจออกมาอย่างรู้สึกว่าเหมือนจะเบื่อก็ไม่ใช่ จะเซ็งก็ไม่เชิง




“จุนซู...แจไปไหนอ่ะรู้มั้ย ? ” ยุนยุนเดินเข้ามาเอ่ยถามขึ้นเพราะรู้สึกว่าจุนซูนั้นตื่นเช้า น่าจะเห็นว่าใครต่อใครทำอะไรบ้าง




“อ่อ...พี่แจหรอ ผมว่าน่าจะอยู่ในห้องน้ำนะครับ” และแล้วพี่ยุนก็คิดผิดที่ถามน้องคนนี้





เมื่อได้รับคำตอบยุนโฮก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อจะถามอะไรบางอย่างกับแจ แต่เค้าก็พบกับห้องน้ำที่มีแต่เสียงหยดน้ำดังติ๋งๆ ยุนยุนชะโงกหน้าเข้าไปสำรวจก็ยังพบกับความว่างเปล่า




“แจ....อยู่ในนี้รึป่าวอ่ะ...แจ” ยุนโฮตะโกนเรียกชื่อ แต่ก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา




“เอ๊ะ...ไปไหนของเค้านะ” ยุนบ่นกับตัวเองเบาๆ เดินผ่านห้องครัวลงไปยังชั้นล่างก็พบกับแจที่พยุงชางมินที่ดูหน้าตาอิดโรยอย่างมากเข้ามาในบ้าน ยุนจึงรีบเดินกึ่งวิ่งเข้าไปช่วยแจพยุงมินอีกแรงขึ้นมายังห้องนอนชั้นบน




“แจ....ให้น้องนอนเตียงเราดีกว่า ตรงนั้นแสงแดดมันส่อง” ยุนออกความเห็น





“อืม” แจพยักหน้ารับและวางมินลงบนที่นอนอย่างเบามือ





เมื่อวางมินลงบนที่นอนนุ่มๆเรียบร้อยแล้ว แจก็เดินมานั่งที่โซฟาอย่างใช้ความคิด โดยมียุนยุนเดินตามมานั่งลงข้างๆ



“แจ...มินเป็นอะไรมากรึป่าว ?” พี่ยุนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง




“ไข้หวัดธรรมดาอ่ะ....เพราะเรื่องที่คุณฮันกาอินแต่งงานนั่นล่ะ มินคงเสียใจมาก เมื่อวานที่เรากลับมาจากอัดรายการ SBS Yashimmanman มินเลยออกไปใช้ความคิดนอกบ้านจนดึกดื่น จำได้ม่ะ ที่เมื่อวานมินบอกว่าออกไปหาเพื่อนน่ะ นั่นล่ะเค้าไปนั่งตากลม ตากน้ำค้างเลยทำให้เป็นหวัดแบบนี้ เฮ้ออ....มิน ” แจถอนหายใจออกมาอย่างเป็นห่วง





“เราคงช่วยเค้าได้ไม่มากหรอกนะ....นอกจากบอกให้เค้าทำใจและช่วยปลอบเค้า มินยังเด็กมาก เราควรทำยังไงกันดีนะ....เพื่อให้น้องสบายใจ”




“เวลาไงยุน...เวลาเท่านั้นล่ะ ที่จะช่วยมินได้ ว่าแต่กินข้าวรึยัง?” แจเอ่ยถาม




“อืม..กินแล้วๆ จุนซูกับยูชอนอ่ะยัง ยูชอนยังไม่ตื่นส่วนจุนซูก็เล่นเกมส์ ยังไม่แตะข้าวเลย”
ยุนรายงานความเคลื่อนไหวในบ้านให้แจได้รับรู้



“อืม...หรอ เดี๋ยวเค้าคงกินล่ะมั้ง” แจเอ่ย




“เออ..แจ จดหมายที่แฟนคลับส่งมาแจเอาไว้ไหนอ่ะ” ยุนเอ่ยถามในเรื่องที่จะถามแจตอนแรก





“อ่อหน้าบ้านน่ะ...ยังไม่ได้หยิบเข้ามาเลย มัวแต่ห่วงมิน ยุนเดินไปเอาเองได้ม่ะล่ะ” แจเอ่ยบอก พร้อมกับค่อยๆเอนตัวนอนลงที่โซฟา




ยุนโฮเดินลงบันไดไปยังหน้าประตูบ้าน พร้อมกับจะออกไปหยิบกองจดหมายของแฟนๆที่เขียนถึงพวกเค้า




“อ๊อดดดดดดดดดดดด....” เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้น





ยุนโฮจึงเดินไปเปิดให้ ก็พบกับโบอะ ที่หิวถุงของกินมาเยอะมากมาย เหมือนจะมาปิกนิกอะไรสักอย่าง





ยุนโฮมองถุงที่หญิงสาวถือมา แต่ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร กลับรู้สึกชินซะแล้วเพราะเธอมาที่นี่ออกจะบ่อยกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ



“สวัสดีค่ะ ยูชอนตื่นรึยังคะ” โบอะเอ่ยทักทายพี่ชายคนโตของบ้านอย่างอารมณ์ดีและเอ่ยถามถึงยูชอนสุดที่รักของเธอ แม้ว่าเค้าจะมองว่าเธอเป็นพียงแค่น้องสาวก็ตาม เกิดมาทั้งทีเมื่อได้เจอกับผู้ชายในฝันแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะยอมตัดใจจากเค้าง่ายๆ เธอไม่มีวันยอมแพ้ นอกซะจากว่าเธอจะตายจากเค้าไปเอง




“อ่อ...ยูชอน ยังไม่ตื่นอ่ะ เข้ามาก่อนสิจ๊ะ” ยุนเอ่ยพร้อมกับหลีกทางให้โบอะเดินเข้ามาได้สะดวก





“อยู่ข้างบนน่ะ....” แม้ยุนโฮจะรู้ว่ายูชอนนั้นคิดกับโบอะเพียงแค่น้องสาว แต่เค้าก็เห็นว่าเธอน่ารักดี ถึงจะออกแนวแก่นไปหน่อย แต่ก็ดูน่ารักเป็นธรรมชาติ สมวัย คงต้องให้ยูชอนตัดสินใจเอาเองว่าจะยอมเปลี่ยนฐานะของโบอะเป็นคนรู้ใจหรือไม่




“ยูชอน....ลุกขึ้นมาสิ ตื่นได้แล้ว” โบอะเอ่ยเรียกให้ยูชอนตื่น เมื่อขึ้นมายังชั้นบน ที่มีมินนอนอยู่เตียงข้างๆด้วยอาการอิดโรย แต่เป้าหมายสำคัญคือ ยูชอน ที่นอนขี้เซาไม่ตื่นสักที




“โอ๊ยยยย....จะนอน..ปล่อยสิ” ยูชอนร้องออกมาทั้งที่ยังหลับตาอยู่




“อื้ม...ไม่เอาอ่ะ ตื่นนะ ตื่น ตื่น เค้าซื้อของกินมาเต็มเลย มีไก่ทอดของโปรดตัวเองด้วยนะ”




โบอะเอาไก่ทอดมาล่อ แผนนี้ของเธอสำเร็จทุกครั้ง ยูชอนได้ยินคำว่าไก่ทอดเสียงหัวใจเต้นโครมคราม แต่วันนี้เค้าจะต้องอดใจ ไม่กินมันให้ได้ จะรอให้เธอกลับไปก่อนแล้วค่อยกินทีหลัง





เหลือบสายตามองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆก็เห็นว่าเธอมองอยู่ จึงรีบหลับตาลงต่อ เมื่อโบอะเห็นว่ายูชอนลืมตาขึ้นมามองเธอก็รีบเรียกต่อ จนยูชอนต้องจำใจตื่นขึ้นมาแล้วไปล้างหน้า อาบน้ำ




เมื่อยูชอนเดินเข้ามาในครัวก็เห็นว่าโบอะกับแจ กำลังยุ่งอยู่กับการจัดอาหารในจาน





“พี่แจ...ไก่อยู่ไหนอ่ะ ไก่ ไก่” ยูชอนพูดไปยิ้มไปที่จะได้กินไก่ทอด





“อยากรู้หรอ....ไปถามจุนซูสิ...ป่านนี้คงย่อยแล้วมั้ง” เมื่อยูชอนได้ยินคำตอบ ก็แทบจะถลาวิ่งเข้าไปในห้องที่จุนซูนั่งเล่นเกมส์อยู่ เมื่อเข้ามาถึงก็พบกับกองกระดูกไก่ที่จุนซูกินเข้าไปเกือบหมด




“จุนซู...ไก่ชั้นล่ะ” ยูชอนเอ่ยถาม





จุนซูสต๊อปเกมวินนิ่งที่เล่นอยู่ทันที แล้วหันมามองหน้ายูชอน พร้อมกับเอามือชี้ไปที่พุงกะทิของตัวเอง เป็นคำตอบว่าไก่ที่เพื่อนรักหา มันอยู่ในท้องของเค้านั่นเอง





ยูชอนมองตามอย่างเข้าใจความหมาย...





“ฮึ่ยย...!! จุนซูบ้าเอ้ยย...ไก่ทอดของช้านน”






ยูชอนกระโดดล็อคคอจุนซุทันที แล้วก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่พักใหญ่ จนต่างคนต่างเหนื่อย
และแจจุงเข้ามาเหมือนเสียงระฆังที่บอกถึงเวลาพักยก






“อ่าว..นี่มัวทำอะไรกันอยู่..” แจจุงเดินเข้ามาในห้องที่ยูชอนและจุนซูนั่งอยู่ด้วยกัน





เมื่อทั้งคู่ได้ยินเสียงที่ออกแนวโหดของพี่แจจุงที่เดินตรงเข้ามา ก็หยุดสิ่งที่กำลังทำกันอยู่ทันที ยูชอนรีบเด้งตัวลุกขึ้นมานั่ง เมื่อเห็นถุงกระดาษสีน้ำตาลที่พี่แจจุงถือขึ้นมา มองดูก็สามารถเดาได้ทันทีว่ามันคือไก่ทอด.....




“เอ่า....ยูชอน ไก่ของนาย..”ยูชอนได้ถุงไก่มาก็เดินแยกตัวออกไปทันที





“จุนซู....อาบน้ำบ้างก็ได้นะ เสร็จแล้วช่วยล้างจานให้พี่ด้วย” แจจุงเดินขึ้นมาสั่งงานให้น้องทำแล้วก็เดินกลับออกไป เพื่อไปดูอาการของชางมินในห้องนอน




“คร๊าบบบบบบ.....” จุนซูรับคำในขณะที่สายตายังจดจ้องอยู่ที่เกมส์วินนิ่ง แล้วก็คิดได้ว่างานล้างจานเค้าไม่ชอบทำมันเอาซะเลย ดันไปรับปากพี่แจจุงแล้วด้วยทำไงดีเนี่ย....รีบเลิกเล่นเกมส์ ปิดเครื่อง แล้ววิ่งเข้าไปหายูชอนในห้องแต่งเพลง ห้องเปียโนทันที...





“ยูชอนจ๋า....ขอโทษน้าที่เมื่อกี้กินไก่ของนายจนหมดเลยอ่ะ...โทษนะ” จุนซูออดอ้อน





“เออ...ช่างเหอะ ได้ถุงใหม่แระ...มีอะไรเนี่ย” ยูชอนแกล้งพูดเน้นคำ แต่ในใจก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรเพื่อนคนนี้นักหรอก ออกแนวขำจุนซูซะมากกว่า แถมตอนนี้ดันมารู้สึกผิด เลยแกล้งซะเลย




“เพื่อนต้องช่วยเพื่อนใช่มั้ยอ่ะ....เวลาที่เพื่อนเดือดร้อน ใช่มั้ยยูชอน?” จุนซูเซ้าซี้เอาคำตอบ





ยูชอนแทะไก่ไปก็พยักหน้าไป อย่างเห็นด้วยในสิ่งที่จุนซูพูด จุนซูเห็นว่าเพื่อนคงยอมรับในความจริงข้อนี้ จึงบอกให้เค้าพูดออกมาแทนการพยักหน้า คงจะดูเวริ์คกว่า




“ยูชอน ทำไมไม่พูดล่ะ...พูดสิพูด” เซ้าซี้อีก




“เออ....ออกอว่าอินไอ่อู่...อูดอว่ะไอ้เอว้ยย” (เออ...บอกว่ากินไก่อยู่พูดม่ะได้เว้ยย) ยูชอนก็ตอบกลับไปด้วยเสียงที่อู้อี้ เพราะเนื้อไก่อยู่เต็มปาก



“หยุดกินก่อนได้มั้ยล่ะ....ไม่งั้นโกรธจริงๆด้วย” จุนซูยืนกอดอกพูดพร้อมกับเหลือบสายตาลงมองก็เห็นว่ายูชอนรีบเคี้ยวไก่ในปากให้หมด เพื่อที่จะพูดกับเค้า




เมื่อไก่ที่อยู่ในปากถูกกลืนลงไปหมดแล้วตามด้วยน้ำเพื่อทำให้เนื้อไก่ลื่นคอยิ่งขึ้น ยูชอนก็เอ่ยพูดกับจุนซุ





“นายพูดถูกเพื่อนต้องช่วยเพื่อน...ว่าแต่นายมีไรอ่ะ” ยูชอนเอ่ยถาม โดยไม่ได้เอะใจ




“แล้วนายจะช่วยชั้นใช่มั้ย เวลาที่ฉันเดือดร้อน” จุนซูเอ่ยถาม แอบอมยิ้ม





“อืม...ช่วยสิ ก็นายเป็นเพื่อนชั้นนี่นา” ยูชอนเผลอพูดออกมาจนได้




“อ่า...จิงๆนะ”




“อื้มม....อย่าเซ้าซี้น่า”




“โอเค....งั้นฉันไปนะ” จุนซูพูดพร้อมออกไปเพื่อตรงไปที่ห้องครัว






เมื่อเข้ามาในครัวจุนซูก็เขียนโน๊ตแปะไว้ที่หน้าตู้เย็นเพื่อบอกกับพี่แจจุงว่าจานกองนี้ มิคกี้เค้าอาสาจะเป็นคนล้างแทนผมครับ...แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า แปรงฟันและกลับมาเล่นเกมส์วินนิ่งต่อไปอย่างไม่คิดจะสนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัว




แจจุงเฝ้าไข้ชางมินอย่างเป็นห่วงเป็นใย โดยมีโบอะนอนหลับอยู่ตรงโซฟาด้านข้าง คงเพราะเหนื่อยที่ต้องคอยตามยูชอนทั้งวัน หมอนั่นก็ไม่ได้คิดจะดูแลเอาใจใส่เอาซะเลย ปล่อยทิ้งๆขว้างๆลอยแพหลายต่อหลายครั้ง ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องทำเหมือนเค้าไม่มีจิตใจเลยนี่นา
แต่แปลก...ทำไมโบอะก็ยังยืนยันที่ซื่อสัตย์ต่อยูชอนนะ แจจุงคิดเรื่องทั้งสองคนอย่างเงียบๆ




“พี่กาอินฮะ....พี่อย่าแต่งงานเลยนะ ไม่นะครับพี่ พี่ !!” ชางมินโดนพิษไข้เล่นงานจนละเมอออกมา ประกอบกับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทำให้ชางมินเสียใจอยู่ข้างในลึกๆ






แจจุงตื่นจากภวังค์ความคิด หันมามองที่ชางมินอย่างรู้สึกสงสาร เอื้อมมือไปหยิบผ้าผืนเล็กที่แปะไว้ที่หน้าผากของชางมินมาใส่ลงในกะละมัง ชุบน้ำแล้วบิดขึ้นมาแปะไว้ที่หน้าผากชางมินเหมือนเดิมเพื่อให้ไข้ลดลง...





แจจุงลุกจากเตียงที่ชางมินนอนอยู่เพื่อเดินไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้โบอะแล้วเดินไปหายุนโฮด้านล่าง





“ยุน...นั่นจดหมายแฟนๆหรอ..เยอะกว่าคราวที่แล้วอีก” แจจุงพูดขณะที่กำลังจะเดินลงมาถึงพื้นชั้นล่าง




“อืมมาอ่านสิ...มีคนบอกว่าเราเป็นแฟนกันด้วยแหน่ะ..ขำดีแจ” ยุนโฮเอ่ยเรียกแจให้เข้ามาอ่านจดหมายจากแฟนๆด้วยกัน




แจจุงเดินมาถึง ก็นั่งลงแล้วเอ่ยบอกในสิ่งที่กำลังคิดอยู่





“เออ...นี่ยุน เราหยุดตั้ง 1 อาทิตย์แหน่ะ พาน้องๆไปเที่ยวกันม๊ะ?” แจจุงเอ่ยถามเชิงขอความคิดเห็น




“อืม..ก็ไปสิ....ว่าแต่จะไปที่ไหนล่ะ” ยุนโฮเอ่ยถาม





“เกาะเซจู...เป็นไง…จุนซูจะได้ดูมะพร้าวด้วย” แจจุงออกความเห็น





“ลองถามพวกเค้าดูก่อนมั้ยล่ะ” ยุนโฮเอ่ย





“อืมก็ดี...งั้นตอนกินข้าวเย็นแล้วกัน”






แจจุงกับยุนโฮก็นั่งอ่านจดหมายจากแฟนคลับไปเรื่อยๆ รวมทั้งแยกกองไว้ให้ของแต่ละคนเพื่อสะดวกในการตอบและการอ่าน




~*~*~*~*~*~*~*~







ทานอาหารเย็น





ชางมินดีขึ้นบ้างแล้ว หลังจากที่นอนหลับพักผ่อนมาหลายชั่วโมง เมื่อแจจุงถามความเห็นกับทุกคนเรื่องไปเที่ยวพักผ่อนกันที่เกาะเซจู สมาชิกที่เหลืออีก 3 คนก็ตอบตกลงทันที โดยเฉพาะ จุนซู ที่ชอบต้นมะพร้าวเป็นพิเศษ เพราะที่นั่นมีแต่ต้นมะพร้าวเยอะแยะ ทำให้เค้าไม่ลังเลเลยที่จะตอบตกลง




“นี่....ทุกคนไม่ต้องบอกโบอะนะ...ผมขอร้อง” ยูชอนพูดทำปากขมุบขมิบ




“อ้าววว..ทำไมล่ะ ?” จุนซูแว้กออกมา




“ก็ชั้นไม่อยากให้ไปน่ะสิ..เผื่อไปที่นั่นจะได้อยู่เงียบๆ ใช้ความคิดอันปราดเปรื่องบ้าง” ยูชอนพูดไป จิตนาการถึงเกาะเซจูไป




“เออ...นี่ ล้างจานรึยังอ่ะยูชอน” แจจุงเอ่ยถาม





ยูชอนทำหน้างงเล็กๆกับคำถามของพี่แจจุง




“จานไรฮะ..พี่ ???”



จุนซูเงียบทันที ก้มหน้าลงนิ่งๆ




“ก็จานที่เธอจะล้างแทนจุนซูไง...ทำซะนะ” แจจุงพูดเชิงสั่ง





ยูชอนได้ยินชื่อ เหลือบสายตาหันมามองจุนซูทันที




“ก็เพื่อนต้องช่วยเพื่อนไง แฮะๆ” แล้วทั้งสองก็ไล่ฟัดกันอีกตามเคย จนมีใครคนใดคนนึงเหนื่อยถึงยอมหยุด…ไปเอง






สุดท้าย…..




จุนซุและยูชอนก็ถูกลงความเห็นว่าต้องช่วยกันล้างจานกองใหญ่ที่ดองมาตั้งแต่เช้า เหมือนเป็นการทำโทษไปในตัวด้วยที่เค้าทั้งสองคนชอบทะเลาะและแกล้งกันอยู่บ่อยๆ แต่มันก็สร้างสีสันให้กับบ้านดงบังชินกิหลังน้อยได้ดีทีเดียว....








จบฮับจบ Chapter 1

Dong Bung Shin Gi………….


#4 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:26 PM

:T_T: หวาดดีคร้า ทุกคน ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ชอบกัน :>_<:




Posted Image





Chapter 2


เกาะเซจู...


รถตู้โฟล์คสีบลอนด์เงิน แล่นเข้ามาจอดที่ลานจอดรถที่กว้างใหญ่สำหรับนักเดินทางและคนที่มาเที่ยวพักผ่อน เมื่อรถจอดสนิท ชายหนุ่ม 3 คนที่หลับอยู่รู้สึกตัวและลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เหมือนต้องการจะหลับต่อ....


วันนี้...ยูชอนเป็นคนขับรถ เค้าใช้เวลาเพียงไม่นานมากนักก็พาสมาชิกที่เหลือมาถึงเกาะที่สุดแสนจะบรรยากาศดี แจจุงที่นั่งอยู่เบาะหน้าคอยมองทางอยู่ตลอด ก็รู้สึกว่ายูชอนขับรถได้นิ่มนวลและรวดเร็วทันใจดีจริงๆ แจจุงหันกลับไปยังเบาะหลังเพื่อปลุกอีก 3 คนที่หลับอยู่ แล้วเค้าก็ต้องตกใจเมื่อหันไปเจอเพียงแค่ยุนโฮกับน้องมินเท่านั้น รีบหันหน้ากลับมาถามยูชอนเสียงเจื่อนทันที


“จุนซูไมได้มาด้วยหรอ...ยูชอน” แจจุงถามอย่างใจเสีย เค้าก็ตกใจอยู่เหมือนกันที่ลืมเซียจุนซูไว้ที่บ้าน เพราะที่นี่คือที่ๆจุนซูต้องการมาพักผ่อนที่สุด

“เฮ้ยยย.....มาสิพี่ ผมเห็นมันตะกายขึ้นมาอยู่” ยูชอนเอ่ยบอกว่าเค้าเห็นจริงๆ

“แล้วหายไปไหน...เราไม่ได้แวะปั้มน้ำมันใช่มั้ย ตอนที่มาหน่ะ?” แจจุงเอ่ยถาม

“ฮึ......ป่าวนี่ ก็ตรงมานี่อย่างเดียว” ยูชอนพูดด้วยสีหน้างุนงงว่าเจ้าเพื่อนบ้าหายไปได้ไง

“พี่ว่าลงมาก่อนดีกว่า....นี่ยุนตื่นได้แล้ว...มินด้วย” แจจุงเอ่ยบอกยูชอนแล้วหันมาบอกยุนโฮ

ยูชอนได้ยินก็รีบลงมาจากรถ เดินไปที่หลังรถตู้แล้วยกจักรยานลง เมื่อคว้าจักรยานลงมาสิ่งที่ตามมาด้วยก็คือร่างอวบๆของเซียจุนซูที่ตกลง
มาที่พื้น...


“แอ๊กกก...” เสียงหลังกระแทกพื้น โฮกกกกกกก ( ฉ ง ฉ า ร )

“โอ๊ยยยยยย…” จุนซูร้องออกมา

“พี่แจๆ.....ผมเจอจุนซูแล้วนี่ไงพี่..นี่ไงๆ มันอยู่หลังรถ” ยูชอนจอดจักรยานแล้ววิ่งไปหาแจจุงที่หน้ารถทันทีด้วยความดีใจ


จุนซูยันตัวลุกขึ้น เพื่อพาตัวเองไปหาพวกพี่ๆที่หน้ารถ....


“แว่นหลุดเลยเรา...เฮ้ออ” จุนซุพูดจบก็ขยับแว่นให้เข้าที่แล้วเดินไป


~*~*~*~*~*~*~



“นอนดิ้นอีกแล้วนะ” แจจุงพูดกับจุนซู ในขณะที่ในมือก็ถือของพะรุงพะรังเดินไปที่บ้านพัก นานแล้วที่เค้าไม่เคยได้มาที่นี่เลย เนื่องจากตารางงานที่ยาวเหยียด


ยุนโฮมองตามแจจุงที่ถือของเดินไปยังที่พักที่หรูหราและใหญ่โต ซึ่งเป็นที่ที่ผู้จัดการวงจองไว้ให้ มองเข้าไปในรถแล้วหยิบของใช้ชิ้นใหญ่เดินตามแจเข้าไปบ้าง ส่วนยูชอนนั้นปั่นจักยานตามไป เซียรู้ว่าชางมินที่นั่งยองๆอยู่กับพื้นรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้มาพักผ่อนในวันที่จิตใจอ่อนล้าแบบนี้ แต่...เค้าไม่คิดจะถามอะไรทั้งนั้น ขอเพียงแค่เห็นน้องชายคนนี้รู้สึกดีเค้าก็พอใจแล้ว


“เข้าบ้านกันเถอะ” จุนซูเอ่ยชวน


ชางมินส่งยิ้มเล็กๆให้ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนเดินกอดคอพี่ชายที่ตัวเล็กกว่าจึ๋งนึง เข้าไปในบ้าน....


“นี่...พี่จุนซู วันนี้ห้ามตะโกนแหกปากตอนกลางคืนนะรู้มั้ย” ชางมินพูดยิ้มๆ

“รู้แล้วก็ได้....ร้องนิดร้องหน่อยทำเป็นบ่น” จุนซุพูดขึ้นน้ำเสียงงอนๆ


~*~*~*~*~*~



เมื่อเข้ามาในบ้าน แจจุงก็จัดแจงทำอาหารก่อนสิ่งอื่นใดเพราะกลัวว่าทุกคนจะไม่มีอะไรทานกัน


“พี่ยุน....ออกไปปั่นจักรยานกันม่ะ” ยูชอนที่นั่งเฉยๆมานานเอ่ยถามยุนโฮที่กำลังจัดข้าวของให้เข้าที่ โดยมีชางมินส่งของให้เงียบๆ


ส่วนจุนซูก็เตรียมตัวต่อสายเกมส์เข้ากับทีวีเพื่อที่จะบรรเลงเพลงบอลต่อ....



“อืมไปสิ….เด่วขอพี่จัดของตรงนี้แปปนะ” ยุนโฮเอ่ยตอบ “มินไปด้วยกันมั้ย” พี่ยุนหันมาถามชางมินที่ดูเหมือนจะเงียบๆลงไปทุกขณะ

“ไม่...ดีกว่าครับ...พี่ไปกับพี่ยูชอนเถอะ ผมพักผ่อนดีกว่า” ชางมินตอบออกมา

“พี่เป็นห่วงเรานะ” ยุนโฮเอ่ยบอก ตบไหล่น้องชายเบาๆพร้อมกับลุกขึ้นเดินไปหายูชอน


ชางมินยิ้มที่มุมปากเพียงนิด รู้ดีว่าที่ยุนโฮพูดนั้นหมายถึงเรื่องอะไร.....แต่ทำยังไงได้ เรื่องนี้มันสะเทือนใจและทำให้เค้าเสียใจจริงๆ เสียใจทั้งๆที่คุณฮันกาอินกับเค้าก็ยังไม่เคยรักกัน แต่ทำไมเค้าต้องเสียใจก็ไม่รู้

ยูชอนและยุนโฮ ยืนลังเลกันอยู่ที่หน้าบ้าน ว่าจะไปเช่าจักรยานอีกคันที่มันสามารถปั่นได้ 2 คน หรือว่าจะใช้จักรยานคันนี้แล้วคนนึงขี่ คนนึงยืนด้านหลัง.....


“พี่...ผมว่าคันใหม่ดีกว่ามั้ง” ยูชอนเสนอ

ยุนโฮเห็นด้วย ทั้งสองคนจึงเดินไปยังเต็นท์เล็กๆ ที่มีจักรยานจอดให้เช่า....ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก


~*~*~*~*~*~*~



“ขอโทษนะครับ.....จักรยานนี่เช่าคันละเท่าไหร่ครับ?” ยุนโฮเอ่ยถาม คุณลุงเจ้าของร้าน

“ว่าไงนะ...พ่อหนุ่ม” คุณลุงเอ่ยถาม เพราะไม่ค่อยได้ยินว่ายุนโฮพูดว่าอะไร



ยุนโฮเอามือป้องปากแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้คุณลุงที่เอียงหูมาฟัง.....


“จักรยานนี่...เช่าคันเท่าไหร่ครับ” ยุนโฮเอ่ยถามอีกครั้ง โดยมียูชอนยืนมองอยู่เฉยๆ

“อ่อ...จักรยานนี่หรอ....6000 วอน จะเอาสีอะไรล่ะ?” ลุงตอบพร้อมกับเอ่ยถาม

“สีแดงครับ..” ยูชอนพูดพร้อมกับยื่นมือไปจับรถคันที่หมายตาอยู่


ยุนโฮหยิบเงินส่งให้ พร้อมกับขึ้นคร่อมจักรยานสองตอน แล้วปั่นไปพร้อมกับยูชอน...


ทั้งสองคนปั่นไปเรื่อยๆตามถนนโล่งที่ทำไว้ให้จักรยานและเพื่อคนที่มาเที่ยวขี่ชมวิว มองนั่นมองนี่ไปเรื่อย


~*~*~*~*~*~



ผ่านไปพักใหญ่ทั้งสองคนก็มาหยุดอยู่ที่ศาลากลางเกาะที่ไม่มีใครขี่มาเท่าไหร่ เนื่องจากห่างไกลส่วนที่เป็นที่พักมาก เป็นช่วงที่ชาวพื้นเมืองของเกาะนี้อาศัยอยู่ แต่ยุนโฮและยูชอนก็ปั่นมาจนได้.....



“พี่...นี่มันเรียกว่าแถวไหนอ่ะ” ยูชอนเอ่ยถาม

“ไม่รู้สิ...ตรงนี้เงียบดีนะ....ว่ามั้ย?” ยุนเอ่ยถาม

“เงียบๆ....แปลกๆ” ยูชอนพูดพลางมองไปรอบๆ

“นั่งสิ....แถวนี้น่าจะมีร้านน้ำอยู้บ้างนะ....เด่วนายนั่งนี่ พี่ลองเดินดูก่อน” ยุนโฮพูดพร้อมก้าวลงจากศาลาพัก

“อ่าว...พี่ๆ ไหง ทิ้งผมล่ะ ไปด้วยกันดิ” ยูชอนพูดพร้อมกับลุกตาม

“นั่งนั่นล่ะ.....เด่วมา โอเค๊??” ยุนโฮหันกลับมาบอก ทำให้ยูชอนจำใจเดินกลับไปนั่งที่เดิม



ยุนโฮเดินหาร้านน้ำไปเรื่อยก็มาเจอร้านๆนึงที่มีแต่ชาวพื้นเมืองต่อแถวยาวเหยียดน้ำร้านนี้คงอร่อยมาก มีน้ำผลไม้สดเต็มไปหมดเลย น้ำมะพร้าวก็มี เด่วขากลับแวะซื้อให้จุนซูดีกว่า....ถ้าซื้อตอนนี้กว่าจะกลับไป คงไม่อร่อยแล้ว
ยุนโฮคิดในใจ แล้วเดินตรงเข้าไปต่อแถวบ้าง


~*~*~*~*~*~*~



ยูชอนเดินตากลมไปเรื่อยๆรอยุนโฮกลับมา จะเดินไปหาเค้าก็กลัวสวนกัน เลยทำได้แค่เดินไปเดินมาอยู่รอบๆบริเวณนั้น แล้วยูชอนก็คิดอะไรไปเรื่อย ถึงเรื่องชางมินบ้าง เรื่องโบอะบ้าง สำหรับโบอะในความรู้สึกแล้วเธอคือน้องสาวของเค้าคนนึงเท่านั้น ความรู้สึกลึกๆ เค้าไม่สามารถทำร้ายโบอะด้วยการยอมรับความรักของเธอได้ เค้ารู้ตัวเองดี ว่านิสัยของตัวเองนั้นเป็นยังไง ถึงแม้จะยอมรับโบอะเข้ามา ยังไงโบอะก็ต้องเป็นอดีตของเค้าไม่วันใดก็วันนึงอยู่ดี จึงยอมทำให้เธอไม่สมหวังและเป็นพี่ชายของเธอแบบนี้ตลอดไปดีกว่า.....


“ฮืออๆๆ ฮืออๆๆๆ” เสียงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อยๆ


ยูชอนพยายามตั้งใจฟังอีกครั้งว่า สิ่งที่เค้าได้ยินนั้นคือเสียงอะไร เสียงเหมือนคนร้องไห้ หรือว่า หรือว่า เราจะโดนผีหลอกเข้าแล้ว ผีชายทะเลซะด้วยทำไงดีวะเนี่ย ยูชอนนึกไปพร้อมกับจะก้าวเดินกลับไปยังศาลา แต่เสียงนั้นก็ทำให้เค้าต้องกลั้นใจหันกลับมาอีก


“ฮือๆๆๆๆ....ฮืออออๆๆๆๆๆๆๆ” หญิงสาวที่อยู่หลังพุ่มไม้ ลุกขึ้นวิ่งลงไปยังทะเล อย่างเร็ว จนยูชอนมองเกือบจะไม่ทัน แต่เมื่อเค้ามองเห็นว่าเธอเดินลงทะเลไปเรื่อยๆ จนเกือบจะหายลงไปในนั้น ยูชอนก็รีบวิ่งถลาไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปดึงร่างของหญิงสาวคนนั้นให้ขึ้นมา....


หญิงสาวขัดขืนจากการช่วยเหลือและร้องไห้ตลอดเวลา แต่เมื่อดึงเธอขึ้นมาได้สำเร็จ เธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักและหนักมากขึ้นกว่าเดิม......


~*~*~*~*~*~*~



ยุนโฮซื้อน้ำเสร็จก็เดินกลับมายังศาลาที่บอกให้ยูชอนรออยู่ แต่มองไปที่ศาลากลับมีเพียงแค่ศาลาว่างๆไม่มีใครอยู่ที่นั่นเลย ยุนโฮใจเสียอยู่มากทีเดียว กลัวว่ายูชอนอาจจะไปทำอะไรไม่ถูกใจใครเข้า อาจจะโดนจับไปทำมิดีมดร้ายก็อาจเป็นได้ เพราะที่นี่ก็ต่างที่ต่างถิ่น ยุนโฮพูดไปก็คิดไป โทรศัพท์ก็ไม่ได้หยิบมา กวาดสายตามองไปรอบๆก็พบว่ามีโทรศัพท์สาธารณะอยู่ตู้นึง ซึ่งสภาพมันช่างคล้ายโบราณวัตถุอย่างมาก แต่ก็ลองเสี่ยงดูเผื่อมันอาจจะใช้ได้....


แล้วมันก็ใช้ได้อย่างที่เค้าภาวนาเอาไว้.....จึงกดโทรศัพท์ไปหาแจจุงทันที


“ฮัลโหล...ครับ” แจจุงรับสาย

“แจ..นี่ชั้นเองนะ.. ยูชอนกลับที่พักรึยัง?” เอ่ยถามน้ำเสียงร้อนรน

“อ้าวว....เค้าออกไปกับยุนไม่ใช่หรอ..เกิดไรขึ้นอ่ะ?”แจจุงได้ฟังน้ำเสียงก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ

“อืม..มาด้วยกัน แต่ตอนนี้ไม่รู้ไปไหนแล้วอ่ะสิ...” ยุนเอ่ยบอก

“เอางี้....ยุนกลับมาก่อนนะ...แล้วว่ากันอีกที” แจจุงเอ่ยบอก


~*~*~*~*~*~



เมื่อคุยกับแจจุงเข้าใจแล้ว ยุนโฮก็รีบปั่นจักยานสองตอนกลับมาที่บ้านทันที เพราะเค้าคิดว่าต้องใช้ความคิดอย่างมาก ถ้ายูชอนเป็นอะไรไปจริงๆ ลำพังตัวเค้าเองคนเดียวคงไม่สามารถคิดและช่วยเหลือยูชอนได้ทั้งหมด


ทันทียุนกลับมาถึงที่บ้าน ทุกคนช่วยกันคิดกันคนละวิธีสอง วิธีเพื่อตามหายูชอน สรุปได้ว่าทุกคนจะออกไปตามหายูชอนด้วยรถตู้คันที่ขับมา พร้อมกับคิดไว้ว่าจะแจ้งตำรวจท่องเที่ยวเป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะไม่อยากให้ข่าวสะพัดออกไป ถ้ายูชอนโดนทำอันตรายจริงๆ.....


“หยุดร้องไห้ได้แล้ว....ฉันหนวกหู” ยูชอนเอ่ยบอกกับหญิงสาวที่ร้องไห้ยังไม่หยุด

“ฮืออออๆๆๆๆ.....ฮือๆๆ” ยิ่งพูดก็ยิ่งทำให้หญิงสาวร้องไห้หนักขึ้น

“นี่!!...ชั้นบอกว่าหยุดได้แล้วไง” ยูชอนพูดออกแนวเสียงดัง

“ฮือๆๆ” ร้องน้อยลง

“ชื่ออะไร?”

“ชั้นถามว่า...ชื่ออะไร?”

“.....................” ไร้แววว่าจะตอบ แต่เสียงร้องไห้หยุดไป

“นี่....ถ้าไม่ตอบ..ชั้นกลับ” ยูชอนพูดพร้อมกับจะลุกหนี แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะตอบ



ยูชอนเดินออกไปได้นิดนึง พลันคิดขึ้นมาได้ว่าถ้าเค้ากลับไป แล้วเธอคนนี้จะอยู่ยังไง ขนาดชื่อตัวเองยังไม่รู้เลย แล้วจะช่วยเหลือตัวเองได้ยังไงกัน ยูชอนหันหน้ากลับมาพร้อมกับเอ่ยเรียกอีกครั้ง


“นี่ยัย..บ้าใบ้ จะนั่งอีกนานมั้ย?” ยูชอนตะโกนเรียก


หญิงสาวฝังใจกับคำว่าเป็นใบ้ที่สุด เธอเกลียดคำนี้ ตั้งแต่เด็กเป็นเพราะเธอไม่รู้จะพูดกับใคร อยู่บ้านก็มีเพียงแค่บ้านที่เหมือนว่ามันขาดสีสันขาดความอบอุ่น เพราะพ่อและแม่ของเธอไม่เคยมาดูแลเอาใจใส่ มีเพียงแค่เงินทองเท่านั้นที่พ่อและแม่ของเธอมอบให้ได้ เธอมักจะโดนเพื่อนๆล้อเสมอว่ายัยใบ้ เนื่องจากการที่เธออยู่คนเดียวเล่นคนเดียวมาตั้งแต่เล็กๆ ไม่ชอบพูดกับใคร คำๆนี้มันฝังใจเธอ....จริงๆ.


“นี่.....ฉันมีชื่อเรียกนะ” หญิงสาววิ่งเข้ามาหายูชอนทันที

“อ้าวว...พูดได้แล้วหรอจ๊ะ” ยูชอนพูดล้อเลียน “ชื่ออะไร..ไหนบอกมาซิ”


หญิงสาวปาดน้ำตาที่เอ่อคลอออกมา เพราะเสียใจกับคำว่ายัยใบ้ที่เค้าเรียก แต่เมื่อหญิงสาวเงยหน้าขึ้นมา ก็ทำให้เธออึ้งไปชั่วขณะ เพราะผู้ชายคนที่อยู่ตรงหน้าเป็นเหมือนผู้ชายที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้ ตั้งแต่เด็ก ว่าเธอต้องการผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้มาคอยดูแล...หญิงสาวตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายพูดขึ้นมา (จียองยังไม่รู้นะฮับว่าคือ มิคกี้แห่งดงบังชินกิ)


“นี่อึ้งอะไรอยู่....ชั้นหล่อล่ะสิ..มัวแต่ร้องไห้อยู่ได้ พึ่งจะมาอึ้ง” ยูชอนพูดออกมาล้อเลียนเธออีกตามเคย

“ชื่ออะไรล่ะ...บอกได้รึยัง จะได้พาไปส่งถูกบ้าน ” ยูชอนพูดออกมาอีก

“จวนจียอง” หญิงสาวเอ่ยบอกไป ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบสายตา


จียองรู้สึกถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นผิดจังหวะ ตั้งแต่ที่เห็นหน้าเค้าเมื่อกี้ เธอรู้ดีว่าเธอตกหลุมรักเค้าเข้าให้แล้ว เค้าดูอบอุ่นและน่ารัก ตั้งแต่แรกเห็นและเธอเองก็คิดว่าคงจะคิดไม่ผิด ไม่งั้นเค้าคงไม่ทนฟังเธอร้องไห้อยู่ได้ตั้งนานสองนาน นี่ผู้ชายในอุดมคติของชั้นมีตัวตนจริงๆหรือเนี่ย จียองคิดไปอมยิ้มไป

“นี่....นี่ ยิ้มอะไรของเธออ่ะ” ยูชอนเอ่ยถาม


หญิงสาวหลุดจากภวังค์ความคิดอีกครั้ง....


“ขอบคุณนะ....ที่ช่วยชั้น” จียองเอ่ยขอบคุณที่เค้าช่วยชีวิตเธอเอาไว้


เธอเองก็ไม่รู้ว่าควรทำยังไงกับความเหงาและความอ้างว้างในหัวใจที่เกิดขึ้นมามากมายเหลือเกินในตอนนี้ ทำไมพ่อและแม่ของเธอถึงให้ความสุขและความอบอุ่นกับเธอไม่ได้ ตำแหน่งและหน้าที่การงานที่สูงส่งมันสำคัญกว่าลูกแท้ๆอย่างเธองั้นหรอ จียองคิดไปน้ำตาคลอไป วันนี้เธอเหงาและอยากร้องไห้ เธอไม่รู้จะไปที่ไหนแล้ว จึงนั่งรถโดยสารประจำทางมาที่นี่เพื่อมานั่งคิดอะไรคนเดียว อยู่ที่บ้านก็มีแต่คนประจบประแจง พะเน้าพะนอ จนเธอเองอยากจะหนีไปให้ไกลๆ มาที่นี่ถึงแม้เธอจะต้องอยู่คนเดียว แต่มันก็ช่วยได้บ้าง แต่เมื่อมองเห็นาพครอบครัวของคนอื่นที่มีพ่อและแม่พร้อมหน้า ก็กลับทำให้เธอเสียใจขึ้นมาอีกจนได้.....


“ไม่เป็นไรหรอก...ว่าแต่บ้านอยู่ไหน” ยูชอนเอ่ยถาม

“โซล....” จียองตอบออกมา มือเล็กยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่กำลังจะไหล ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้


คำตอบที่ได้รับทำให้ยูชอนตาโตเท่าไข่ห่าน โซลกับที่นี่ห่างกันตั้งเยอะ แล้วนี่เธอมากับใคร มายังไง ทำไมถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่คนเดียวแบบนี้

“แล้วเธอมาที่นี่ยังไง?” เอ่ยถาม

“รถประจำทาง” จียองตอบสั้นๆ

“ฮะ..!! มากับใคร” ยูชอนถามต่อ

“คนเดียว”

“หนีออกจากบ้านมาหรอ?” ยูชอนถามเหมือนรู้ทัน


จียองใจไหววูบไป ที่เค้าพูดแทงใจเธอเหลือเกิน แต่เราจะบอกเค้ายังงั้นหรอ ว่าเธอหนีออกจากบ้านมาจริง มีหวังถ้าเค้ารู้ คงคิดว่าเราเป็นผู้หญิงไม่ได้แน่ๆ....จียองคิดชั่งใจอยู่พักใหญ่และตัดสินใจว่าจะไม่ตอบคำถามนี้กับเค้า


“.....เงียบอีก นี่ชั้นจะทำยังไงกับเธอดีเนี่ย” ยูชอนพูดพลางยกมือขึ้นมาลูบที่ปลายคางอย่างใช้ความคิด

“งั้นเอางี้.....ยังไงวันนี้เธอคงกลับไม่ได้แล้วล่ะ ไปนอนที่บ้านพักชั้นแล้วกัน มีเพื่อนชั้นอยู่ทีนั่นอีก4 คน…”ยูชอนพูดพร้อมกับมองท่าทางของหญิงสาว ที่ดูเกร็งๆขึ้นมาทันที

“นี่...ไม่ต้องกลัวว่าพวกชั้นจะทำอะไรเธอหรอกนะ...ฉันไม่ค่อยสนใจผู้หญิงเป็นใบ้สักเท่าไหร่” ยูชอนพูดพลางเอามือล้วงกระเป๋า เค้าก็พอเข้าใจว่าผู้หญิงคงไม่กล้าไปกับผู้ชายแปลกหน้าง่ายๆ แต่เค้าก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่รู้จักเค้า ไม่กรี๊ดไม่กร๊าดดเค้าเหมือนทุกๆที ที่เค้าปรากฏตัวหรือว่ากระแสนิยมเริ่มเสื่อมซะแล้ว....

“ป่ะ.....ไปเถอะหน่า” ยูชอนยื่นมือไปจับมือของหญิงสาวให้เดินตามมา


จียองทำหน้าบูดทีเดียวกับคำพูดของยูชอน ใจนึงเธอก็กลัวเหมือนกันที่จะต้องไปที่บ้านพักของเค้า แต่ถ้าไม่ไปเธอก็ไม่รู้ว่าเธอจะไปอยู่กับใครอยู่ที่ไหนเหมือนกัน แต่เค้าคงไม่เลวร้ายอะไรนักหรอก จียองเดินตามยูชอนกลับไปอย่างเงียบๆ


~*~*~*~*~



เมื่อมาถึงหน้าบ้านยูชอนและจียองหอบแฮ่กๆ เนื่องจากระยะทางที่ไกลพอดู แต่ดีที่มีทางลัดเล็กๆที่สามารถย่นระยะทางให้สั้นขึ้นได้ สามารถเดินเท้าเข้ามาได้เท่านั้น แต่ยังไงก็ยังเหนื่อยอยู่ดี ยูชอนมองที่บ้านพักก็สงสัยว่าทำไมบ้านถึงได้เงียบนัก ไฟก็ยังไม่ได้เปิด จึงหยิบกุญแจในกระเป๋ากางเกงออกมา แล้วไขเข้าไป เข้ามาแล้วก็พบกับบ้านว่างๆที่ไม่มีใครอยู่เลยซักคน.....ยูชอนกดสวิตซ์ไฟและพาจียองมานั่งที่โซฟาสีขาวหน้าทีวี


“เธอรอก่อนนะ..” ยูชอนเอ่ยบอกจียองที่นั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ

“ค่ะ...แล้วไหนเพื่อนคุณล่ะ?” จียองเอ่ยถาม


ยูชอนหันมามองหญิงสาวที่เอ่ยถามคำถาม พลางคิดในใจว่ายัยคนนี้นี่ยังไงนะ อยู่ดีๆก็มาถามถึงเพื่อนเรา ตกลงจะกลัวหรือไม่กลัวกันแน่ แต่ยูชอนไม่รู้หรอกว่าตอนนี้จียองนึกว่าตัวเองถูกหลอกให้มาที่บ้านหลังนี้เพื่อทำอะไรซักอย่าง


“นี่...ไง ฉันกำลังจะโทรถามว่าพวกเค้าไปไหนกัน” ยูชอนตอบพร้อมกับเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางไว้ตรงโต๊ะรับแขก ตรงหน้าจียอง แล้วนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกัน


จียองสะดุ้งโหยง เมื่อยูชอนนั่งลงที่โซฟาที่เธอนั่งอยู่ ชำเลืองมองพร้อมกับขยับตัวหนีห่างนิดหน่อยเพื่อตังตัว ถ้าเค้าจะจู่โจม


“นายอยู่ไหนอ่ะ” แจจุงเอ่ยถาม เมื่อรับโทรศัพท์

“ผมหรอครับ...อยู่บ้านพักครับพี่” ยูชอนเอ่ยถามโดยที่ไม่รู้ว่าอีก4 คนออกไปตามหาเค้า

“ฮะ....อยู่บ้าน นายไปไหนมา” แจจุงเอ่ยถามอย่างร้อนรน “ยูชอนอยู่บ้านแล้ว..”หันไปบอกกับอีก3 คน

“แถวนี้อ่ะคับ....พี่ แค่นี้ก่อนนะ” ยูชอนบอกเมื่อเห็นว่าจียองคงเริ่มหนาว เพราะใช้อุ้งมือลูบที่แขนตัวเองเบาๆ จึงกดวางสาย

“นี่ไปอาบน้ำไป” ยูชอนบอกจียอง “เด่วชั้นไปหยิบเสื้อผ้าให้” พูดพร้อมกับลุกขึ้น


ยูชอนหยิบเสื้อยืดสีชมพูกับกางเกงสามส่วนสีครีมส่งให้หญิงสาวแล้วเดินแยกตัวไปข้างบน....


“ตามสบายนะ....” ยูชอนเหลือบสายตามองและพูดกับจียองขณะที่เดินขึ้นบันไดไป



จียองรับเสื้อผ้าชุดนั้นมาถือไว้ พร้อมกับเงยหน้าฟังในสิ่งที่ยูชอนบอก.....เมื่อเค้าขึ้นไปจนลัยสายตาแล้ว จียองจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมานั่งลงที่เดิมจนเผลอหลับบนโซฟาสีขาวตัวนั้น...และยูชอนเองก็ฟังเพลงจากไอพอดและเผลอหลับไปเช่นกัน



~*~*~*~*~*~*~



ผ่านไปพักใหญ่หลังจากที่อีก 4 คน เดินทางกลับมาที่บ้านพัก จากที่ที่ไปมันก็ระยะทางไกลพอสมควรจากที่นี่ แต่ยังดีที่มีรถขับไป ไม่งั้นคงต้องเดินขาลากแน่ๆ


เมื่อจอดรถได้ ไม่ห่างจากตัวบ้านนัก ทั้งหมดก็รีบเดินเข้ามาในบ้าน....


สายตาทุกคนก็ตะลึงกับหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ใส่เสื้อผ้าของยูชอนอีกตะหาก เธอเป็นใครกัน 4 คนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่รู้จะถามใครดี เพราะก็ออกไปด้วยกันมา คงต้องถามยูชอนในวันพรุ่งนี้แล้วล่ะว่าไปทำอะไร ที่ไหน ยังไง วันนี้ก็ดึกมากแล้ว ต่างคนต่างเข้านอนคงจะดีกว่า...


~*~*~*~*~




วันที่ 2 ในช่วงสาย....


ยูชอนตื่นขึ้นมา ก็พบว่าทุกคนอยู่ที่ด้านล่าง รื้อนั่น ก้มดูใต้ตู้ เปิดประตูห้องนั้น ห้องโน่น เหมือนกำลังหาอะไรอยู่ จนได้ยินบทสนทนาถึงรู้ว่าพวกเค้ากำลังหาจียอง ยูชอนท้าวมือไว้ที่ราวบันได แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนจียองมานอนที่นี้ แล้วตอนนี้เธอหายไปไหนแล้ว....


“นี่....หรือว่าผีหลอกเราอ่ะพี่ยุน…เมื่อคืนพี่เห็นใช่ม่ะล่ะ ว่าคนนั้นอ่ะนอนตรงนี้” จุนซูพูดขึ้นพร้อมกับเดินมาชี้ที่โซฟาสีขาวนวล



ชางมินมองตามมือของจุนซูอย่างเห็นด้วย เพราะเค้าก็เห็นเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นเพราะง่วงจนตาลายหรอก เพราะทุกๆคนก็คงเห็น


แจจุงมองหน้ายุนอย่างเป็นคำถามว่าสิ่งที่น้องพูด มันจะใช่ ผอสระอี รึเปล่า แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นยูชอนที่กำลังเดินลงมาจากบันได


“อ่ะ...นั่นไง ถามคนนั้นคงจะชัวร์กว่ามั้ง” แจจุงเอ่ยขึ้น



จุนซูรีบแจ้นเข้าไปหายูชอนก่อนเพื่อน ...


“นี่...ยูชอน เมื่อคืนพาสาวที่ไหนมาอ่ะ..” เอ่ยถาม

“แล้วเธอไปไหนซะล่ะ” ยูชอนตอบกัลไปอย่างไม่สนใจนัก


ทุกคนทำหน้าเข้าใจและสงสัยในเวลาเดียวกัน....ที่เข้าใจก็เพราะว่าเธอคนนั้นเป็นคนอย่างแน่นอน แต่ที่สงสัยอยู่ก็คือว่าเธอเป็นใครและมากับ
ยูชอนได้ยังไง....


“ไม่รู้” 4 คนตอบพร้อมกัน


ยูชอนทำหน้าตา Don’t care แล้วนั่งลงเปิดทีวีดู


“นี่เดี๋ยว!!” แจจุง นั่งลงตาม “ทีหลังจะไปไหนกับสาวๆเนี่ย หัดบอกล่วงหน้าหรือพกโทรศัพท์บ้างก็ดีนะ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง โอเค๊ ?” แจจุงจ้องหน้ายูชอนเป็นคำถาม

“คร๊าบบบ....แต่ผมก็เพิ่งรู้จักเธอเมื่อวานนี้เอง...ไม่ได้นัดกันมานะพี่” ยูชอนบอก

“อะไรนะ...เมื่อวาน แล้วเธอมากับนายนี่นะ..ช่างไว้ใจนายมิคกี้ซะเหลือเกิ๊นน” ยุนโฮพูดหยอกล้อ

“เอาล่ะ..นายปลอดภัยก็ดีแล้ว..เด่วชั้นไปทำของว่างก่อน วันนี้มีเมนูเด็ด ไปละ” พูดจบแจจุงก็เข้าครัวเล็กๆที่อยู่ตรงบาร์เหล้า

“ขอโทษนะครับ..ทุกคน ที่ทำให้เป็นห่วง” ยูชอนเอ่ยบอกทุกคน





เมื่อแจจุง ยุนโฮ ชางมิน แยกตัวไป จุนซูก็นั่งลงข้างๆ ยูชอนและถามถึงเรื่องราวที่เค้าไปเจอและพาผู้หญิงคนนี้กลับมาที่นี่



ยูชอนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ละเอียดทุกขึ้นตอน...... “@#!@!!#@#@#!#@!##@!##@#!#@#!&&”


“อ่อ..อย่างงี้นี่เอง..แต่นี่เธอก็ไม่อยู่แล้วนี่..แล้วนายจะทำยังไงกับเธอต่อไปละ..” จุนซูพูดขึ้น

“ชั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอนักหรอกนะ...ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำยังไงต่อไป” ยูชอนพูดไปมือก็กดรีโมทเปลี่ยนช่องไปแล้วก็ไปเจอรายการ SBS Yashimmanman ที่เค้าไปอัดไว้เมื่อสองสามวันก่อน จุนซูรีบวิ่งไปเรียกทุกๆคนให้มาดูด้วยกัน...



จียองเดินกลับเข้ามาในบ้านหลังจากที่ออกไปเดินเล่น คิดอะไรเงียบๆคนเดียวที่ชายทะเล เมื่อเธอเดินเข้ามาในบ้านก็ต้องตกใจที่เห็นผู้ชาย 5 คนนั่งอยู่ด้วยกัน....จียองทำตัวไม่ถูก ไม่รู้เธอจะกลับออกไปหรือเดินเข้ามา หรือยืนอยู่นิ่งๆแบบนี้ดี


“จียอง.....นั่งสิ ” ยุนโฮเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าเอเกร็งจนทำอะไรม่ถูก รีบลุกให้จียองนั่ง แต่ยูชอนนั้นเฉยซะจนหน้าตกใจ คงเพราะเค้าไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลยนั่นเอง.....


จียองเหลือบมองไปทางยูชอนก่อนเดินเข้าไปนั่งตามที่ยุนโฮบอก จียองก้มหน้าเดินมายังโซฟาที่ทุกคนทั้งนั่ง ทั้งเอนหลัง ทั้งพิงอยู่แถวนั้น....แล้วก็นั่งตรงโซฟาที่เป็นโซฟาเดี่ยว ตัวเดียวกับที่ยุนโฮลุกให้.....


จียองเงยหน้าขึ้นมา เพราะต้องการทักทายทุกๆคนที่เธอยังไม่เห็นหน้าและรู้จักแม้แต่ชื่อ......


“สวัสดีค่ะ....ชั้น จวนจียอง” เอ่ยออกมา

“เสื้อสีน้ำเงิน....แจจุง เสื้อสีส้ม...ชางมิน ข้างล่าง...จุนซู ส่วนเออ.....”ยุนโฮพูดละไว้ เพราะดูแล้วเจ้าของชื่อดูเครียดๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร? ที่อยู่ๆหน้าตาก็เกิดบึ้งตึงขึ้นมา “…ยูชอนและพี่...ยุนโฮจ๊ะ...ตามสบายนะไม่ต้องเกร็ง” ยุนโฮแนะนำสมาชิกจนครบแล้วก็หันไปดูทีวีต่อ....

แจจุง ชางมิน จุนซูยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ทั้งๆที่พวกเค้าก็ยังไม่รู้เลยว่าเธอเป็นใคร แต่ดูๆแล้ว ไม่น่าจะมีพิษภัยอะไร คงไม่ใช่ปาปารัซซี่แอบปลอมตัวมาหรอก.....


จียองก้มหน้านิ่งๆ เธอก็ไม่รู้ว่าเธอควรทำตัวยังไงและจะพูดอะไรกับพวกเค้าดี แค่ประโยคทักทายเมื่อกี้เอยังเกร็งแทบแย่สายตาก็ยังไม่กล้าสบ คนที่พาเธอมาก็กลับไม่ได้สนใจอะไรเธอเลย


ยูชอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนแยกตัวไปที่ห้องนอน.....

ทุกคนต่างมองยูชอนด้วยความแปลกใจที่แสดงกิริยาแปลกๆแบบนี้ น้อยครั้งที่จะได้เห็น ถ้าเค้าไม่โกรธหรือโมโหจริงๆ


แต่สาเหตุล่ะคือเรื่องอะไร........



“ผมขอตัวนะ” ยูชอนพูดแล้วเดินขึ้นบันไดไป

“แปลกๆเว้ย หมอนี่” จุนซูพูดขึ้นลอยๆ

“นั่นสิ” ชางมินพูดพร้อมกับเอี้ยวคอมองตามไปอีกครั้ง


จียองค่อยหายใจโล่งขึ้น เมื่อยูชอนไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้แล้ว ถึงแม้ว่าเธออยากจะมองเค้า อยากจะพูดกับเค้า สุดท้ายทุกอย่างก็กลับมาเป็นความฝันและคงได้แค่คิดเท่านั้น เพราะแม้แต่หน้าเธอ เค้ายังไม่อยากจะมองเลย จียองถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะสะดุ้งกับเสียงของโลมา


“นี่...เล่นเกมส์กันเอามั้ย?” จุนซูเอ่ยถาม

“.............มีด้วยหรอคะ” จียองยิ้มออกมา เมื่อเจอคอเดียวกัน อย่างจุนซู

“อืม...แต่ว่าวันนี้ไม่ได้เอาเกมส์แบบหญิงๆมาเลยอ่ะ มีแต่วินนิ่งส์อ่ะเล่นเป็นมั้ย ” ปากพูดไปมือก็เปิดในซองเก็บซีดีไป ว่าพอจะมีอะไรให้เธอคนนี้เล่นได้บ้างรึเปล่า

“อ้า.....นี่ๆ เกมส์ Hello Kitty ได้ม่ะอ่ะ มันติดมาแผ่นนึง” จุนซูเอ่ยบอกพร้อมกับมองจ้องที่แผ่นเกมส์

“จริงหรอ..?” จียองรีบกระโจนลงมาจากโซฟาตัวที่นั่งอยู่ทันที


ยุนโฮ ชางมิน แจจุง มองตากันปริบๆ อดขำไม่ได้ที่จุนซูและสาวน้อยคนนี้คุยกันเข้าขา เหมือนเพื่อนที่รู้ใจกันมานานทั้งสองคนคุยกันเรื่องเกมส์
ยกใหญ่ ถามนู่นตอบนี่ หัวร่อต่อกระซิกกันอย่างสนุกสนาน


แจจุงเดินเข้าไปหยิบของว่างตรงบาร์เหล้าด้านข้างมาวางไว้ที่โต๊ะให้เพื่อนๆกินกัน ยุนโฮก็ยังตั้งใจดูรายการทุกรายการที่ออกอากาศในวันนี้ เพื่อลองสังเกตข้อผิดพลาดของตัวเองและเพื่อนๆ

“จุนซู....คราวหน้าลองเปลี่ยนเข็มขัดเส้นนี้เป็นสีดำเส้นนั้นดูบ้างมั้ย ดูมันจะเข้ากว่านะ ถ้าใส่ชุดนี้อ่ะ” ยุนโฮเอ่ยถามจุนซูที่เม้าท์อย่างเมามันส์กับจียองอยู่ เมื่อได้ยินในสิ่งที่พี่ถามก็หันกลับมามอง...อย่างตั้งใจฟัง


“อะไรนะฮะ” จุนซูถามซ้ำ

“พี่บอกว่า ...เนี่ยเข็มขัดเนี่ย ลองเปลี่ยนเป็นสีดำดูมั้ย..มันเข้ากว่า” ยุนโฮเอ่ยย้ำ


โลมาหันไปมองที่จอทีวี ทำให้จียองมองตามสายตาเค้าไป แล้วก็ต้องอุทานอยู่ในใจ โอ้ววว...แม่เจ้า นี่มันคนที่คุยกับเรานี่ ทำไมเวลาอยู่ในทีวีดูเป็นผู้ใหญ่จังเลยอ่ะ อยู่ในทีวี แปลว่าเค้าเป็นดาราหรอนเย อุ้ย ตาย ว้ายกรี๊ด สลบ..ดูแบบนี้น่ารักเหมือนเด็กๆเลย ว่าอยู่แล้วเชียวว่าทำไมถึงหน้าตาดีทุกคน หน้าตาพวกเค้าคุ้นมาก แต่เราจำไม่ค่อยจะได้ ชื่อวงว่าอะไรน้า ดอนคัง ดงบัง อ่อ ใช่แล้ว ดงบังชินกิ...


จียองละสายตาจากจอทีวีหันมามองหน้าทุกคนที่นั่งล้อมตัวเธออยู่....เคยมีครั้งนึงเหมือนกันที่เคยมีดาราคนนึงมาสนใจเธอ จียองเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมดาราคนนั้นถึงได้ตาถั่วมาสนใจเธอได้ แถมตอนนี้เค้าก็ยังชอบเธออยู่ จียองหันหน้ากลับมาก็ต้องตกใจ เมื่อจุนซูมองเธออยู่ก่อนแล้ว จนหันมาใบหน้าเค้ากับเธอเกือบจะชนกัน

“ว้ายยยย...” จียองร้องออกมา

“อุ้ยยย…” จุนซูก็ตกใจเหมือนกัน มองเธอตั้งนานแล้วก็เห็นว่าเธอเงียบไป มองหน้าคนนั้นที คนนี้ทีเลยทำให้เค้าสงสัยอยากรู้ว่าเธอกำลังมองอะไร แทนที่จะมาคุยเรื่องเกมส์กันต่อ.....

“จียอง...เป็นเพื่อนกับยูชอนหรอ” แจจุงเอ่ยถาม

ยุนโฮละสายตาจากทีวี เพื่อหันมาฟังบทสนทนาระหว่างแจจุงกับจียอง

“คะ?” จียองหันมามองที่คนถามคำถาม

รู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่คนหน้าสวย ชื่อแจจุงคนนี้ ชวนเธอคุย เพราะไม่งั้นเธอก็ไม่รู้จริงๆว่าควรจะเริ่มพูดด้วยประโยคไหนดี

“ไม่ค่ะ...ไม่ใช่เพื่อน...คือชั้นเจอเค้าที่หมู่บ้านชาวพื้นเมือง ไกลออกไปจากที่นี่พอสมควร @@@%@%$@@^$^” จียองเล่ารายละเอียดที่คล้ายๆกับยูชอนให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด ทุกคนก็ตั้งใจฟังเรื่องเล่านี้ จึงเข้าใจว่าเธอคงต้องการให้พ่อและแม่สนใจเอบ้างก็เท่านั้น


~*~*~*~*~*~


ยูชอนที่ยืนแอบฟังอยู่ด้านบน รู้สึกสงสารเธอขึ้นมาทันทีที่ได้ยิน แต่เค้าก็รู้สึกว่าไม่ชอบการกระทำของเธอที่คิดจะฆ่าตัวตายแบบนั้นอยู่ดี คนเรามีทางออกเยอะแยะ แต่สิ่งที่เธอคิดหาทางออกให้ตัวเองมันกลับน่าโมโหสิ้นดี ตัวเค้าเองก็มีปัญหาครอบครัวเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยคิดอะไรแบบนี้เลยจริงๆ นี่ละมั้งเหตุผลที่เค้าไม่อยากพูดและคุยกับเธอ และที่พาเธอมาที่นี่ก็เพียงอาจจะช่วยให้เธอรอดตายเพราะความคิดบ้าๆก็เท่านั้น


ยูชอนดึงสายตากลับมาจากหญิงสาวและหมุนตัวเดินเข้าห้องนอนไปเช่นเดิม....


~*~*~*~*~*~



Continue Page 2

#5 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:27 PM

ช่วงบ่าย





สมาชิก 4 คน รวมทั้งจียองก็ออกไปที่ชายหาดและชวนกันเล่นวอลเล่บอลกันโดยมีจียองคอยนั่งเชียร์และจิบน้ำไปอยู่ที่โต๊ะและเก้าอี้ผ้าใบที่ถูกวางจัดไว้ให้ จียองแอบมองหาคนที่เป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ แต่ก็ไร้วี่แววว่าเค้าจะออกมา...




จียองถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างหมดสิทธิ์ที่จะหวังอะไร.......



เมื่อเล่นกันจบเกมส์แล้ว ก็พากันเดินมาที่เก้าอี้ผ้าใบที่จียองนั่งอยู่
ผลสรุปก็คือ คู่ของชางมินและแจจุงนั้นชนะ ....



~*~*~*~*~*~*~



บ้านพัก



ยูชอนเดินไปเดินมาอยู่หลายรอบ ในใจสับสน เค้าไม่รู้ว่าควรจะเดินไปสนุกสนาน หรือว่าควนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ เพราะไม่อยากเห็นใครบางคน ยูชอนพลางคิดอยู่ในใจ แต่แล้วเค้าก็เลือกที่จะอยู่ในบ้าน




ช่วงค่ำของวันเดียวกัน.....




ทั้ง 5 คนกลับเข้ามาในบ้าน ก็เห็ฯว่ายูชอนอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อย เค้านั่งอยู่ที่โซฟานั่งฟังเพลงอย่างสบายอารมณ์ แต่ทุกคนสังเกตได้ว่า ทันทีที่จียองก้าวเข้ามาในบ้าน สีหน้าของยูชอนก็แปลกไปทันที



ยุนโฮ แจจุง ชางมินและจุนซู ได้แอบคุยกันถึงเรื่องนี้แล้วว่า สาเหตุที่ทำให้ยูชอนเป็นแบบนั้น คงเพราะ เค้าไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่มีความคิด ถึงแม้เค้าจะยังไม่รู้ว่าเหตุผลที่จียองทำๆไปเพราะอะไรก็ตาม ( แต่พวกเค้าหารู้ไม่ว่ามิคกี้นั้นได้บิยหมดทุกอย่างถึงสาเหตุที่จียองคิดสั้นแล้ว )....



ทุกคนทานอาหารเย็นกันแล้วก็ขึ้นห้องนอน พร้อมกัน โดยที่จียองนั้นแยกนอนห้องที่ว่างอยู่คนเดียว....



หนุ่มๆชวนกันคุย ถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้ จนต่างคนต่างเผลอหลับไป.....เหลือเพียงแค่แจจุงที่ยังนอนหลับตาไม่ลง



~*~*~*~*~*~*~*~





Fast Back….



ที่ร้านขายอาหารทะเลในช่วงบ่าย......




แจจุงรับอาสาเดินไปสั่งอาหารทะเลสดในภัตตาคารมาให้เพื่อนๆได้ทาน เพราะเค้ารู้ว่าควรจะเลือกอาหารทะเลในแบบไหน ถึงจะได้อาหารที่สดจริงๆ แจจุงเดินเข้าไปในร้าน พนักงานก้เดินออกมารับเนื่องจากรู้ว่าเค้าคือนักร้องผู้โด่งดัง..




“สวัสดีครับ...เชิญด้านในได้เลยครับ” ผู้จัดการร้านเดินออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง


“ครับ...คือผมอยากจะเลือกอาหารทะเลสดออกไปทานนอกร้านอ่ะครับ” แจจุงเอ่ย


“ได้ครับ....ที่จริงคุณไม่น่าลำบากเลย แค่โทรมาก็ได้..เรายินดีให้บริการอยู่แล้วครับ” พนักงานหญิงอีกคนพูดเสริมขึ้น



แจจุงยิ้มรับ ก่อนเอ่ยพูดขึ้นอีกประโยค... “ครับ...คือผมไม่ได้มาเป็ทางการอะไร แค่มาเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อน ไม่อยากให้มันวุ่นวายนะครับ” ยิ้มให้อีกครั้ง


“นี่ครับ....ทุกตู้นี่คุณสามารถเลือกได้เลย แล้วเราจะมารับออเดอร์นะครับ” พนักงานของร้านพามายังส่วนของอาหารทะเลสดที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำ มีทั้งปลาหมึก กุ้ง ปลาต่างๆรวมไปถึงหอยตัวใหญ่ๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่


แจจุงมองผ่านตู้กระจกใสเข้าไป ในใจก็สงสารที่สัตว์เหล่านี้จะต้องมาเป็นอาหารของเค้าและเพื่อนๆ สัตว์ทะเลที่สิ้นลมหายใจแล้วก้ไม่มีซะด้วยสิ คิดชั่งใจดูอีกที ก่อนยืดตัวขึ้นมาแล้วก้มลงไปอีกครั้ง แจจุงมองรอดผ่านกระจกใสเข้าไปในตู้ปปลาและสัตว์เหล่านั้นอีกครั้ง แล้วเค้าก็ต้องตกใจเมื่อเห็นผู้หญิงที่อยู่ตรงข้ามกันโดยมีตู้ปลาขนาดใหญ่ขวางอยู่ มองเพียงแว๊บแรกแจจุงก็จำได้ทันทีว่าเธอคือเคียวโซลิ ผู้หญิงที่เค้ารักมากที่สุดในชีวิต จุงดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เค้ารีบยืดตัวเต็มความสูงแล้วเดินออกไปจากร้านทันที โดยลืมไปว่ากำลังจะสั่งอาหารไปให้เพื่อนๆทาน





ก้าวออกมาจากร้านได้เพียงนิด ก็ต้องหยุดชะงัก....




“แจจุง...นั่นคุณใช่มั้ย” โซลิที่เห็นเค้าเพียงแค่แผ่นหลังก็จำได้ทันที วิ่งตามเค้าออกมา เธอดีใจจนสุดจะบรรยาย ตลอดเวลาที่เค้าจากไป ไม่เคยมีวันไหนที่เธอไม่คิดถึง ไม่ห่วงหา คอยภาวนาให้เค้ากลับมาอยู่เสมอ แต่ความหวังมันก็ช่างริบหรี่เหลือเกิน โซลิเองรู้ว่าแจจุงมีความฝันที่เค้าอยากทำให้สำเร็จและเค้าก็ทำมันได้สำเร็จแล้วในวันนี้ มีวงเป็นของตัวเองโด่งดังและมีชื่อเสียงมากในเกาหลีและทั่วเอเชีย เธอดีใจแทนเค้าอยู่ไม่น้อย ถ้าในตอนนั้นเค้าบอกเธอซักคำ เธอจะดูแลและคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ห่างๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีเต็มเธอไม่เคยรักใครได้นอกจากเค้า น้ำตาของโซลิไหลลงมาอาบแก้มเมื่อคิดถึงวันเวลาเก่าๆ.....วิ่งเข้าไปกอดแจจุงไว้ทางด้านหลัง เมื่อได้กอดก็ทำให้นึกถึงสัมผัสที่คุ้นเคยในอดีต น้ำตาของหญิงสาวยิ่งไหลลงมามากกว่าเก่า ที่จริงแล้วเธออาจจะทำได้แค่วันนี้ เพราะมันอาจจะไม่มีโอกาสได้กอดเค้าแบบนี้อีกแล้ว อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะต้องแต่งงานกับคนที่ผู้เป็นพ่อเลือกให้ เธอไม่ได้รักเค้า ไม่ได้รักผู้ชายคนนั้น....




แจจุงรับรู้ได้ว่าหญิงสาวกำลังร้องไห้ มือใหญ่ยกขึ้นมากอดทับมือเล็กไว้ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากัน เมื่อเห็นน้ำตาของหญิงสาวกลับยิ่งทำให้แจจุงรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก แต่เค้าไม่รู้หรอกว่าน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ....



มือใหญ่เช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างเบามือ.....



“คุณ...มาทำอะไรที่นี่” เอ่ยถาม เมื่อหญิงสาวหยุดร้องไห้แล้ว


“ฉันมาธุระกับ...คุณพ่อ แล้วก็ เออ..อ....” โซลิพูดละไว้คิดช่างใจที่จะพูดถึงว่าที่คู่หมั้น



แจจุงมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเป็นคำถาม แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรกับประโยคที่เธอตอบออกมา



“แล้วคุณล่ะคะมากับใคร?” โซลิพุดเปลี่ยนเรื่อง



“มากับเพื่อนๆ” แจจุงตอบสั้นๆ


“อืมค่ะ....แล้วจะอยู่ถึงวันไหน” โซลิเอ่ยถาม แต่ยังไม่ทันที่แจจุงจะได้ตอบเสียงดทรศัพท์ของโซลิก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ



“Treeedd…..Treeddd”



“คะ...พ่อ”



“โซลิ..อยู่ไหนลูก พ่อจะกลับเข้าโรงแรมแล้วนะ”



“ค่ะ....พ่อ พอดีลูกเจอเพื่อน เลยแวะทักทายนิดหน่อย ลูกจะกลับเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” โซลิเอ่ยบอกกับผู้เป็นพ่อ



“แจจุง..” โซลิ เอ่ยเรียกเสียงเบา



“ฮึ...?” แจจุงเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าหม่นเศร้า ด้วยความรู้สึกหลายๆอย่าง ไม่อยากให้เธอจากไป หลังจากวันนี้ไม่รู้จะได้เจอกันอีกมั้ย




โซลิค่อยๆปล่อยมือเค้าและถอยหลังเดินห่างออกมา จนกลายเป็นหันหลังวิ่งออกไปจากตัวเค้า



“โซลิ...!!” ชายหนุ่มตะโกนเรียก



“ยังใช้เบอร์เดิมอยู่ใช่มั้ย?” ตะโกนถาม



โซลิไม่พูด แต่เธอพยักหน้ารับแทนคำตอบ ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยท่าทางที่สดใส แต่เมื่อเธอหันหลังให้เค้า น้ำตาและใบหน้าที่หม่นเศร้ากลับเข้ามาแทนที่ความสดใสเบิกบานเมื่อครู่จนหมด เธอเองก็ทำตัวไม่ถูกว่าควรจะตัดใจจากเค้าหรือควรจะแข็งข้อเพื่อความรักของตัวเองกันแน่....



แจจุงส่งยิ้มให้หญิงสาวอย่างดีใจที่เธอไม่ได้ปฏิเสธที่จะบอกเบอร์โทรของเธอ เค้าคิดว่าในระยะเวลาที่ผ่านมาเธออาจโทรมาหาเค้าบ้าง แต่เพราะเบอร์โทรนั้น มันหายไปกับโทรศัพท์ที่หายไปเมื่อคราวก่อน เค้าไม่รู้เหมือนกันว่าจะติดต่อเธอได้ยังไง..



~*~*~*~*~*~*~





Fast Come




แจจุงหยิบรูปใบเล้กที่อยู่ในกระเป๋าตังค์ขึ้นมาดู รูปเมื่อสมัยที่พวกเค้าเคยอยู่ด้วยกัน เคยไปไหนมาไหนด้วยกันและอยู่เคียงข้างกันเสมอ ความผิดคงอยู่ที่เค้าที่เคยนอกใจและหนีเธอมา เพราะคิดว่าความฝันที่เค้าอยากจะได้ มันอาจจะทำให้โซลิคิดมากและคอยเป็นห่วง คงเพราะในตอนนั้นยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจคุณค่าของความรัก เลยทำให้เค้าคิดที่จะมีคนอื่นพร้อมกันกับที่คบกับเธอและเค้าก็รู้ว่าเค้าคิดผิดจริงๆ แจจุง
มองโทรศัพท์มือถือ คิดชั่งใจ ก่อนจะกดโทรออกไปหาหญิงคนรัก และกดวางเมื่อไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยกับโซลืว่าอะไร...




จบฮับจบ Chapter 2

Dong Bung Shin Gi…………..


#6 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:27 PM

:oh: หวาดดีฮับบทุกคน สนุกกันใช่มั้ยล้า คนแต่งรู้น้า อิอิ ขอบคุณที่ติดตามค้า :h2:







Posted Image










Chapter 3








วันนี้ครบอาทิตย์พอดีที่สมาชิกดงบังชินกิพักผ่อนอยู่ที่เกาะเซจู ทั้งสี่คนชอบจียองมาก เธอดูน่ารักเมื่อได้พูดคุยกัน โดยเฉพะอย่างยิ่งจุนซู เค้าได้คู่ขาในการเล่นเกมส์คนใหม่ที่ดูแล้วจะไม่เรื่องมากเหมือนยูชอน เจ้านั้นทั้งโกงแถมยังชนะเค้าเกือบทุกครั้ง แต่เล่นกับจียองทีไรเค้ากลับชนะได้ทุกที ทำให้จุนซูปลื้มใจมาก.....







ทุกคนขมักเขม้นเก็บของเพื่อนำกระเป๋าขึ้นไปไว้ที่รถ และจะได้เตรียมกับบ้านแห่งความรักและอบอุ่นของพวกเค้า จียองช่วยคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความตั้งใจ มีเพียงแค่ยูชอนเท่านั้นที่เธอยังไม่ได้ช่วยเค้าหยิบจับอะไรเลย ทั้งๆที่เค้าเป็นคนช่วยเหลือเธอไว้แท้ๆ เธอไม่ได้รังเกียจเค้าแม้สักนิด แต่เพราะเธอกลัวเค้ามากกว่ากับท่าทางเฉยชาที่เค้าแสดงออกมา จียองแอบชำเลืองมองอยู่เป็นระยะ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่ายูชอนจะอยากคุยหรือหันมามองเธอสักนิดเลย เมื่อเก็บของเข้ากระเป๋าได้ครบก็ยกมันไปไว้ที่หน้าบ้านที่มีจุนซูและชางมินคอยหิ้วมันไปไว้ที่รถ ส่วนยูชอน ยุนโฮและแจจุง ก็แพ็คของใส่กระเป๋าทั้งของตัวเองและเพื่อน






เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนก็เดินออกไปที่รถและขากลับยูชอนก็ได้รับหน้าที่ขับรถกลับอีกตามเคย...






แจจุงนั่งอยู่เบาะหลังคิดอะไรเงียบๆคนเดียว ภาพความหลังของโซลิกับเค้าเมื่อตอนที่เคยรักกันลอยเข้ามาในความคิดเป็นระยะๆ ทั้งสุข ทั้งเศร้า ทุกๆเรื่องราวเค้าจดจำมันได้เป็นอย่างดี....ถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างเซ็งๆ







ยุนโฮมองอาการของเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยความสงสัย ปกติแล้ว เพื่อนคนนี้ถึงจะเป็นคนเงียบๆ แต่ก็ไม่ถึงกับซึมเศร้าหรือเงียบไปนาน เพียงชวนคุยสักพักเค้าก็จะแสดงความร่าเริงออกมา แต่นี่ดูเหมือนว่าเค้าจะต้องมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ.....








ผ่านไปพักใหญ่







ก็เข้ามาถึงในตัวเมือง ยูชอนขับรถไปเงียบ ๆไม่ได้พูดจากับใครสักคน ทุกคนก็เหมือนจะเข้าใจในความรู้สึก ว่าสถาการณ์แบบนี้ควรจะต้องทำตัวยังไง...คงต้องปล่อยให้เค้าทำตามอย่างที่เค้าต้องการ







“จียอง...จียอง” ยุนโฮ เอื้อมมือไปสะกิดเรียกจียองที่หลับคอพับคออ่อนอยู่ที่เบาะหลังคนเดียว เพราะเห็นว่านี่เข้ามาในโซลมากแล้ว ถ้าเค้าไม่ถาม คนขับรถก็คงไม่ถาม คงไม่ได้กลับบ้านพอดี






“อื้ออ....” จียองค่อยๆลืมตาขึ้นมา





“จะให้จอดตรงไหนเอ่ย?” ยุนโฮเอ่ยถาม





“นี่...ถึงโซลแล้วหรอคะ” จียองขยี้ตา พร้อมกับเอ่ยถาม




“ถึงแล้วจ๊ะ” ยุนโฮตอบ




“เข้าไปตรงนั้นอ่ะค่ะ....แล้วเลี้ยวเข้าซอยถึงบ้านหนูพอดีเลยค่ะ” จียองมองบริเวณรอบๆก็รู้ทันทีว่าเป็นแถวบ้านของเธอ.....







ยูชอนขับรถเข้ามาในซอยตามที่ได้ยิน….






“หลังนี้แหละค่ะ...” จียองเอ่ยบอก






ยูชอนเบรกรถทันที จนสมาชิกทั้งหมดเกือบหน้าทิ่ม ยังดีที่ขืนตัวไว้ทัน






จียองก้าวลงมาจากรถตู้แล้วเอ่ยบอกลาทุกคน.....






บ้านของจียองหลังใหญ่โตหรือเรียกอีกอย่างว่าคฤหาสน์ก็ได้ ทุกคนที่เห็นครั้งแรกก็แอบอึ้งกันนิดหน่อย แต่กลับสงสารเธอมากกว่าที่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ เธอต้องอยู่เพียงคนเดียว ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนคอยให้คำแนะนำและคอยให้คำปรึกษา...






“ขอบคุณมากนะคะ...บ๊ายบายค่ะ” จียองโค้งให้และโบกมือบ้ายบาย หันมามองที่คนขับรถที่ไม่ได้หันมามองเธอเลย แต่เธอจะเสียมารยาทอีกไม่ได้ เพราะเค้าเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้.....






“ยูชอนชั้นไปนะ......ขอบคุณมากสำหรับทุกอย่าง” จียองโค้งให้เค้า ก่อนหมุนตัวกลับมา





ยูชอนฟังคำขอบคุณและบอกลาด้วยความรู้สึกแปลกๆ ใจมันหายๆยังไงชอบกล แต่เค้าก็ยังไม่แสดงอาการอะไรออกมา...ยังคงนิ่งเหมือนตอนอยู่ที่เกาะ....







จียองหันมามองหน้าสมาชิกที่เหลือที่กำลังมองเธออยู่ เธอรู้ดีว่าเพื่อนๆเค้าก็คงช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี......เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงเย็นชากับเธอนัก ทั้งๆที่ครั้งแรกที่เจอเค้าดูอบอุ่นและทำให้เธอรู้สึกว่าเธออยากอยู่ใกล้เป็นผู้ชายในอุดมคติของเธอก็ว่าได้ ถึงแม้ตอนนี้เค้าจะดูเย็นชา แต่เค้าก็ยังเป็นคนที่อยากจะรักอยู่ดี...






“มีอะไรก็โทรมาได้นะจ๊ะ” ยุนโฮเอ่ยบอก พร้อมกับแจจุง ชางมินและจุนซูที่ส่งยิ้มให้....







“ค่ะ”







จียองมองรถตู้คันใหญ่ถอยออกไปจนสุดสายตา โบกมือลาแล้วเดินกลับเข้าบ้านไป








เมื่อหญิงสาวก้าวเข้ามาในบ้าน ก็เกิดความรู้สึกเหงาขึ้นมาอีก....บ้านทั้งบ้านมีเพียงแค่เธอคนเดียว ถ้าไม่นับพวกสาวใช้ แต่ไม่มีใครที่เธออยากจะคุยด้วยสักคน จียองเปิดประตูห้องนอนเข้ามา วางกระเป๋าเดินทางไว้ ทอดตัวนอนลงบนที่นอนนุ่มอย่างเหนื่อยใจ น้ำใสๆรินไหลออกมาอีกครั้งกับความเหงาที่เกาะกินใจเธอมานานแสนนาน....เธอร้องไห้ไปก็ไม่เคยมีอะไรดีขึ้น จียองร้องไห้จนเผลอหลับไปในที่สุด คงเพราะความเพลียที่เพิ่งกลับมาจากเกาะ ทำให้เธอหลับไปอย่างง่ายดาย...







เมื่อกลับมาถึงบ้าน ทั้ง 5 คนก็นอนสลบไสลราวกับว่าไปวิ่งมาซักพันรอบสนามใหญ่ ทั้งเหนื่อยทั้งอ่อนเพลียจนไม่มีใครคิดที่จะทำอะไร…





~*~*~*~*~*~







รุ่งเช้า








หนุ่มๆทั้ง 5 คน ก็ตื่นขึ้นมาตามปกติ เตรียมตัวไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน ยิ่งช่วงนี้งานชุกมาก อาทิตย์ที่ผ่านมาถือว่าเป็น7วันพิเศษสำหรับพวกเค้าที่ได้ไปพักผ่อน แต่หลังจากนี้ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็คงมีแต่คำว่างาน งาน งานและงาน...







ทุกคนแต่งตัวเรียบร้อยก็ก้าวขึ้นรถของบริษัทที่จอดรออยู่หน้าประตูบ้าน.....






ทั้งหมดหลับตาลงเพื่อพักผ่อนระหว่างที่อยู่ในรถ ก่อนจะไปถึงสตูดิโอของบริษัท ที่วันนี้มีคิวต้องถ่ายปกให้กับนิตยสารและแมกกาซีนชื่อดัง 5
ฉบับในเกาหลี





~*~*~*~*~*~*~







เมื่อมาถึงสตูดิโอ






คนแรกที่ก้าวลงมาคือชางมิน ยุนโฮและคนอื่นๆตามลำดับ....







เสียงกรี๊ดของแฟนคลับที่มารอดังกึกก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ทำให้ทีมงานบางคนถึงกับต้องเอามืออุดหูกับเสียงกรี๊ดดที่ดังจนแสบทรวงของบรรดาแฟนคลับ....







"ชางมิน ชางมิน เรารักคุณ"





"ยุนโฮ กี๊ดดดดดดดด"




"แจจุง กรี๊ดดด"




"ยูชอน กี๊ดดดดด"




"จุนซู เซีย กรี๊ดดดดด"







เหล่าแฟนคลับของแต่ละคน ตะโกนเรียกชื่อ ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดดดังกึกก้อง....ทั้ง 5 คนยิ้มและทักทายแฟนๆอย่างเป็นมิตรและดูจริงใจ สายตาที่ดูอบอุ่นไร้เดียงสาของพวกเค้าทำให้แฟนๆบางคนถึงกับร้องไห้ออกมา





เมื่อเข้ามาถึงสตูดิโอด้านใน ทุกคนก็เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่งหน้าและทำผม....จนเมื่อทำเสร็จแล้วครบทุกคน ตากล้องจึงเริ่มต้นถ่ายภาพของพวกเค้า ถ่ายหมู่บ้าง ถ่ายคู่บ้าง ถ่ายเดี่ยวบ้าง จนถึงเวลาพักในช่วงบ่าย




~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~







Fast Back+







ผู้จัดการวงได้โทรสั่งอาหารเกาหลีมาจากร้านอาหารที่ขึ้นชื่อร้านนึงที่มีรสชาติอาหารถูกปากยิ่งนัก หลังจากที่ผู้จัดการเคยไปทานมาด้วยตัวเองก็เกิดความติดใจ โดยเฉพาะซุปกิมจิที่ยุนโฮชอบนั้นอร่อยหยั่งกับอาหารจากสวรรค์ ไม่ใช่แค่ซุปกิมจิเท่านั้นที่อร่อยเหอะ อาหารอื่นๆก็ถูกปากมากเช่นกัน




~*~*~*~*~*~*~*~*~






Fast Come+







อึลฮันเจ เจ้าของร้านอาหารเกาหลีเลิศรสที่ถูกเหมาร้านในวันนี้เพื่อมาทำอาหารให้นักร้องดัง แห่งเกาะเกาหลีอย่างดงบังชินกิทาน พาลูกน้องและเชฟมือ1ของที่ร้านมาเพื่อมาจัดเตรียมและปรุงอาหารต่างๆ โดยมีเธอคอยคุมคุณภาพของอาหารและคอยดูสิ่งที่ขาดตกบกพร่อง






ทันทีที่เธอมาถึงก็เข้าไปคุยกับผู้จัดการวงและนำอาหารง่ายๆที่ปรุงสุกร้อนๆมาให้นักร้องดัง 5 คนทานก่อนรวมไปถึงทีมงานที่เธอทำอาหารเบาๆมาให้ก่อนด้วย ลูกน้องผู้หญิงของฮันเจ 4-5 คน กรี๊ดกร๊าดดกันใหญ่กับความหล่อของผู้ชายที่ยืนเท่ห์คุยอะไรกันอยู่ ตรงมุมตรงกันข้าม โดยไม่รู้ว่าเจ้านายยืนมองอยู่นานแล้ว







“ว้ายยย..หล่อจังเลยอ่ะ เธอว่ามั้ย เน๊อะๆๆ” พนักงานหญิงคนแรกพูดพร้อมกับชี้ไปที่แจจุง บอกกับพนักงานหญิงอีกคน






“อืมหล่อๆ กี๊ดดๆๆ คนนั้นก็หล่ออ่ะที่สูงๆ ว้ายย หล่อจังเลย นี่ถ้าให้ชั้นยืมควงซักวันนะ จะไม่ลืมพระคุณเลย ” พนักงานหญิงอีกคนพูดถึงยุนโฮ







“อรึ่มมมม” ฮัลเจกระแอม





“อุ้ย...คุณฮัลเจ!!” พนักงาน สี่ห้าคนสะดุ้งทีเดียว





“ไปทำงานนะจ๊ะ” ฮัลเจเอ่ยพร้อมกับกัดฟันยิ้มให้ พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจกับพนักงานผู้หญิงพวกนี้ซะเหลือเกิน เมื่อมองเห็นว่าพวกเธอเข้าไปทำงานแล้ว จึงเดินไปเช็คความสะอาดของอาหารที่ปรุงเสร็จได้อีกชุดนึงแล้วของศิลปินชื่อดัง…..






เมื่อตรวจเช็คเรียบร้อยแล้ว จึงมองหาคนยกไปส่งที่ห้องแต่งตัวของทั้ง 5 คน แต่เมื่อมองหาไม่เจอเธอก็คงต้องเป็นคนยกไปเอง




~*~*~*~*~*~







ห้องแต่งตัว >> ดงบังชินกิ







ฮัลเจ เดินถือถาดอาหารของทั้ง 5 คนเข้ามาเสริ์ฟให้ โดยมีการ์ด เดินนำทางพามาส่ง......






ฮัลเจเดินเข้ามาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าจุนซูกำลังถอดเสื้ออยู่ เธอร้องออกมาด้วยความตกใจและกล่าวขอโทษ






“ว้ายยย....ขอโทษค่ะๆ” พร้อมกับหันหลังให้







จุนซูที่ตั้งตัวไม่ทัน เมื่อเห็นหญิงสาวเข้ามา จึงรีบกระโดดหยิบเสื้อมาที่โซฟามาใส่ทันที โดยใส่เสื้อกลับตะเข็บอีกตะหาก.....






ทุกคนมองไปที่ทางเข้าก็เข้าใจทันทีว่าจุนซูกระโดดหลบอะไร ชางมินเดินเข้ามารับถาดอาหารที่ฮัลเจเพราะเห็นว่าเธอถือ ถาดใหญ่มากกว่าตัวเองซะอีก







“ฮ่า....ฮ่า” แจจุงหัวเราะออกมาที่วันนี้จุนซูออกแนวขำๆอีกแล้ว ใส่เสื้อกลับตะเข็บ แต่เค้าไม่บอกหรอก ให้ใส่อยู่แบบนั้นแหละ







จุนซูเดินกลับมานั่งลงที่โซฟาอีกด้าน...มองฮัลเจอย่างรู้สึกอายๆ







“นี่ซุปค่ะ....” ฮัลเจ หยิบถ้วยซุปส่งให้







ยุนโฮเพิ่งออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ได้สนใจคนที่เพิ่งเข้ามาในห้อง เค้าเดินไปที่กระจกบานใหญ่เพื่อส่องดูความเรียบร้อยของตัวเอง ก่อนจะเดินมาทางสมาชิก 4 คนที่เหลือ แต่เมื่อสายตาปะทะเข้ากับหญิงสาวที่กำลังจัดแจงตะเกียบ ช้อน จัดเป็นชุดๆให้กับเพื่อนๆเค้า ยุนโฮรู้สึกถูกใจกับบุคลิคภายนอกของผู้หญิงคนนี้มากทีเดียว แต่เค้าต้องเก็บอาการทำให้เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น.....







“อะ...มานี่เลย พี่ยุนมานี่ ” ชางมินที่วันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษ เดินไปจูงมือยุนโฮที่ยืนเก้ๆกังๆอยู่หน้าห้องน้ำไม่ห่างจากหญิงสาวมากนัก







เมื่อฮัลเจได้ยินเสียงชางมินหนุ่มน้อยน่ารักที่ดูบุคลิกแล้วโตกว่าอายุของเค้ามาก เดินไปจูงมือสมาชิกคนสุดท้ายที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ เพื่อให้มาทานอาหารด้วยกัน เธอจึงหมุนตัวกลับมาโค้งให้ เพื่อทักทาย







ยุนโฮเห็นว่าหญิงสาวทักทายจึงรีบตอบรับด้วยการโค้งให้เธอบ้างเช่นกัน.....








“สวัสดีค่ะ...ได้ยินมาว่าคุณชอบทานซุปกิมจิใช่มั้ย?” หญิงสาวเอ่ยถาม






ยุนโฮเขิลนิดหน่อย ยิ้มเท่ห์ๆตามแบบฉบับของตัวเอง ก่อนตอบออกไป







“ขะ....ครับ ใช่” ยิ้มให้หญิงสาวอีกครั้ง







“งั้น..ลองชิมดูนะคะ” หญิงสาวส่งถ้วยซุปร้อนๆให้







ยุนโฮรับมา นั่งลงทานซุปถ้วยนั้นด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เหลือบมองหญิงสาวตรงหน้าเป็นระยะ เค้ารู้สึกชอบเธอยังไงไม่รู้ รู้สึกถูกชะตากับเธอมากๆ แต่ก็ยังไม่กล้าเริ่มต้นอะไร ในแววตาเธอมันดูอบอุ่นจนเค้าเองอยากอยู่ใกล้.....




~*~*~*~*~*~*~*~







ผ่านไปพักใหญ่









ฮัลเจจัดแจงอาหารชุดแรก เสร็จเรียบร้อยจึงขอตัวกลับออกไป.....







ยุนโฮมองตามหลังหญิงสาวไปจนสุดสายตา เมื่อเธอไปแล้วเค้าถึงกลับต้องนั่งเหม่อเชียว ท่าทางของยุนโฮผิดสังเกตจนทุกๆคนสังเกตได้ จึงออกปากแซวกันยกใหญ่ โดยเฉพาะผู้ชายเสน่ห์ยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างยูชอน....








“ฮั่นแน่......กิ๊วๆๆๆ มองตามเชียวนะพี่” ยูชอนแซวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มองหน้าก็รู้แล้วว่าพี่ยุนต้องแอบชอบเธอคนนี้แน่ๆ







สมาชิกที่เหลือได้ยินก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพราะสังเกตอาการอยู่นานแล้ว....ว่าต้องแอบปิ๊งเจ้าของร้านอาหารคนสวยคนนี้แน่ๆ






“อะไร....?” ยุนโฮเริ่มพูดกลบเกลื่อน






“แอ่ะๆๆ...รู้หรอกน่า” แจจุงพูดบ้าง แต่ก็แซวเพียงนิดๆ






“รู้ดีจริงนะ....ถ้างั้นอ่ะติดต่อให้หน่อยดิ” ยุนโฮหันมาทางเพื่อนๆ






“พี่เอาจริงรึป่าว...ผมอาสาเลยล่ะ” ยูชอนคนเดิมพูดอีก







“ไม่ต้องอ่ะ.....เดี๋ยวชั้นจัดการเอง” ยุนโฮเอ่ย ยักคิ้วให้เชิงล้อเลียน







“กริ๊ววววว....ยะฮู้ พี่ยุนจะออกรบแล้ววุ้ยย” จุนซูโฮ่ ฮิ้วยกใหญ่ ที่พี่ชายฮึดสู้ จีบหญิงแล้ว







ทั้ง 5 คนส่งเสียงเฮฮากันยกใหญ่จนเมื่อคอสตูมผู้ฉิง (ผู้หญิงไม่ใช่ ผู้ชายไม่เชิง) เข้ามาบอกว่าแมกกาซีนเล่มต่อไปเตรียมถ่ายได้แล้ว ทั้ง 5 คน จึงเตรียมตัวและเช็คความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกไปจากห้องแต่งตัว




~*~*~*~*~*~*~





ฮัลเจต้องเสริ์ฟอาหารอยู่หลายชุด จึงต้องเข้ามาในห้องแต่งตัวของดงบังชินกิและได้พบกับเค้าทั้ง 5 คนหลายรอบทีเดียว เธอเองรู้สึกได้เหมือนกันว่าคนที่ชื่อยุนโฮ ชอบแอบมองเธอบ่อยๆ แต่เค้าเป็นถึงนักร้องไอดอลชื่อดัง คงไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดหรอก....





~*~*~*~*~*~*~





5 หนุ่ม ถ่ายนิตยาสารครบทุกคนฉบับแล้วจึงได้เวลากลับบ้าน ฮัลเจเองก็เช่นกัน..ที่ได้เวลากลับบ้านเพื่อไปอยู่กับผู้เป็นแม่






รถตู้ของดงบัง เล่นออกมาทางหน้าบริษัท....ผ่านตรงไปยังบ้านพักของพวกเค้า แต่แล้วสายตาของจุนซูดันมองไปเห็นฮัลเจที่ดูเหมือนว่ารถจะเสียอยู่ เธอจอดรถยนต์เลียบทางเดินอยู่ด้านหน้าบริษัท ดูท่าทางอารมณ์เสียอย่างมาก....






~*~*~*~*~*~*~




Posted Image





คู่รัก คู่ที่ 3 (แต่ยังไม่ได้รักน้า...แค่เริ่มๆ หุหุ)







“นั่นมัน..คุณฮัลเจนี่ฮะ” จุนซูเอ่ย






สมาชิกที่เหลือ โดยเฉพาะยุนโฮได้ยินชื่อรีบหันมาทางจุนซูทันทีด้วยความรู้สึกดีใจ ชะโงกหน้ามองตามที่เค้าชี้





“ทำอะไรอยู่ตรงนั้น..น้า.”จุนซูบ่นกับตัวเอง






“คุณอเล็กซ์ จอดรถให้ผมหน่อยครับ” ยุนโฮหันไปทางคนขับรถ







“ครับๆ” คนขับรถรีบจอดชิดไหล่ทางทันที






“พวกนายกลับไปก่อนนะ....เสร็จธุระแล้วจะรีบกลับ” ยุนโฮเอ่ยบอกกับเพื่อนๆที่ทำหน้าเหวอ







พูดจบก็เปิดประตูรถตู้ก้าวลงไปหาฮัลเจทันที......








“วู้ว์ๆๆ พี่ใหญ่เอาแล้ววุ้ยย เย้ๆๆ” สมาชิกที่เหลือส่งเสียงดัง เพราะเห็นว่าพี่ยุนจีบสาวแล้ว คนนี้คงเป็นแรกในรอบสิบปี






คนขับรถยิ้มออกมาในความน่ารักของหนุ่มๆ แล้วค่อยๆเลื่อนรถแล่นออกไป เพื่อพาทั้ง 4 คนกลับบ้าน





~*~*~*~*~*~*~*~







ฮัลเจหัวเสียอย่างมากที่รถดันมาเสียตอนที่อยากจะกลับบ้านแบบนี้ จะซ่อมก็ซ่อมไม่เป็น เธอมองอะไหล่ชิ้นนั้นชิ้นนี้ที่หน้ากระโปรงรถอย่างเซ็งในอารมณ์ เพราะไม่รู้จะจัดการมันยังไง...







“สวัสดีครับ....คุณ...เออ” ยุนโฮเดินเข้ามาทักทายหญิงสาวที่เอามือเท้าไว้ที่หน้ารถจ้องมองรถตัวเอง ด้วยสีหน้าแย่ที่สุด




ฮัลเจหันกลับมามองตามเสียงก็เห็นว่าคนๆนั้นคือยุนโฮ ดงบังชินกิ ใจฮัลเจเต้นตึกๆดีใจ ที่มีคนช่วยเหลือแล้ว








“สวัสดีค่ะ...อึลฮันเจ ค่ะ” ฮัลเจยิ้มให้เพียงนิด






“ครับ...ผมจอง ยุนโฮ รถคุณเสีย....หรอครับ” ยุนโฮแนะนำตัวเองอย่างเป็นทางการกับเธอบ้าง เพราะที่ห้องแต่งตัวยังไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่





ฮัลเจยิ้มเพียงนิดรู้สึกว่าเค้าน่ารักดี ที่จริงเค้าไม่ต้องแนะนำชื่อ เธอก็รู้จักเค้าดีอยู่แล้ว.....






“ค่ะ....” ยิ้มให้เนือยๆ เมือ่ถูกถามถึงเรื่องรถ





“ให้ผมช่วยนะ” ยุนโฮพูดจบก็ก้มหัวเข้าไปใต้ฝากระโปรงที่เปิดอยู่



~*~*~*~*~*~*~*~



อีก สิบนาที ผ่านไป






ยุนโฮลองสตาร์ทเครื่องดู ก็ปรากฏว่ารถสตาร์ทติด






“ติดแล้วครับ” ยุนโฮ เอ่ยบอก น้ำเสียงบ่งบอกว่าดีใจมาก






“ขอบคุณมากนะคะ...เออ แล้วคุณกลับยังไงล่ะคะ”







“ก็...เออ คง TAXI น่ะครับ” ยุนโฮเอ่ยบอก






“โชคดีฮะ” ยกมือบ๊ายๆ







“เอาแบบนี้ดีกว่าค่ะ....เด่วชั้นขับรถไปส่งคุณเอง” ฮัลเจแสดงความมีน้ำใจ






“เอาแบบนั้นหรอ?” ยิ้มเท่ห์ๆตามแบบฉบับอีกครั้งและตัดสินใจทำตาม






“ผมขับให้นะ..คุณจะได้พักผ่อน”






“ค่ะ” ฮัลเจตอบรับ


~*~*~*~*~*~*~






ระหว่างที่อยู่ในรถ.....






“เหนื่อยมั้ยคะวันนี้” ฮัลเจเอ่ยถาม





“หึ.หึ...ผมต่างหากที่ต้องถามคุณ..ว่าเหนื่อยมั้ย ผมเห็นคุณเดินไปเดินมาทั้งวันอยู่คนเดียว” ยุนโฮหัวเราะเบาๆกับความห่วงใยของเธอ






“ก็นิดหน่อยค่ะ” ยิ้มหวาน





“เออ...ซุปกิมจิ...อร่อยมากเลยนะครับ” ยุนโฮเอ่ยชมในรสชาติ






“ขอบคุณค่ะ...ว่างๆแวะไปทานที่ร้านก็ได้นะคะ ยินดีต้อนรับเสมอ..นี่ค่ะนามบัตรชั้น” ฮัลเจส่งนามบัตรให้






ยุนโฮรับมาอ่านคร่าวๆ และเก็บนามบัตรใส่ในกระเป๋าเสื้อ...





“ร้านคุณหรอฮะ.....?” เอ่ยถาม





“ค่ะ....คือว่าชั้นเปิดร้านอาหารเกาหลีที่สืบทอดมาจากคุณพ่อน่ะค่ะ แต่คุณพ่อชั้นท่านเสียไปแล้ว” พูดถึงเรื่องนี้ฮัลเจมีสีหน้าหม่นเศร้าลงไป





“ขอโทษครับ....ผมไม่ควรถามเลย” ยุนโฮรีบเอ่ยขอโทษ





“หึหึ....ไม่เป็นไรหรอกค่ะ...คุณไม่ผิดอะไรซักหน่อย” ส่งยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง






“ถ้าผมมีเวลา...จะรีบไปทานทันทีนะครับ” ยุนโฮเอ่ยขึ้น





“ค่ะ....ยินดีต้อนรับ”




~*~*~*~*~*~*~






เมื่อมาถึงบ้าน....ดงบังชินกิ






ยุนโฮก้าวลงมาจากรถฝั่งคนขับ พร้อมกับฮัลเจที่ก้าวลงมาเช่นกัน เพื่อที่จะมาขับรถกลับบ้าน






“แล้วเจอกันครับ” โค้งให้






“ขอบคุณมากนะคะ” เอ่ยขอบคุณจากใจอีกครั้งและโค้งให้เค้าบ้าง






“ขับรถดีๆนะครับ บั้ยบาย” โบกมือลา





“บายค่ะ...กู๊ดไนท์”





ยุนโฮเหมือนกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก เค้ารู้สึกดีที่สุดที่ได้คุยกับเธอ รู้สึกว่าเธออบอุ่นเป็นผู้หญิงที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ถ้าเป็นไปได้เค้าก็อยากจะทำความรู้จักกับเธอให้มากกว่านี้









ยุนโฮยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินเข้ามาในบ้าน ....

~*~*~*~*~*~







เมื่อเข้ามาถึง







ก็พบกับอีก 4 คนที่เหลือ นั่งมองตาปริบๆ เหมือนรอคอยอะไรซักอย่าง







ทันทีที่เห็นยุนโฮเดินพ้นประตูเข้ามา ยูชอนกับจุนซูก็กรูเข้ามาหาเค้าทันที โดยมีแจจุงกับชางมินมองหน้ากันยิ้มๆ อย่างรู้ดีว่าสีหน้าพี่หมีดูมีความสุขแสดงว่าต้องมีเรื่องดีแน่ๆ










“พี่...เป็นไงมั่งได้เรื่องมั้ย...พี่นี่เจ๋งกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีกน้า” ยูชอน พูดออกมาคนแรก











“นั่นสิ..พี่ยุนเปนไงมั่ง....” จุนซู เขย่าแขน







“ยังไม่นอนกันอีกหรอเนี่ย จะตีหนึ่งอยู่แล้ว..” ยุนโฮพูดพรางมองหน้า 2 คนที่มาวิ่งดักหน้าดักหลังและอีก2 คนที่นอนที่นั่งอยู่ที่โซฟา







“ยังดิพี่....นอนได้ไง ยังไม่ได้ฟังพี่เล่าเรื่องคุณฮัลเจเลยเนี่ย นอนไม่หลับ” ยูชอนพูดหยั่งเชิง






“ไม่มีอะไรจะเล่าหรอก...” ยุนโฮเลี่ยงที่จะไม่พูดอะไร








“แหมๆ..ทำมาเขิน ” จุนซูแซวบ้าง








“ไปนอนกันได้แล้วหน่า” ยุนโฮพูดยิ้มๆ






“อะๆ..ไปนอนก็ได้…กู๊ดไนท์ค่ะ” ยูชอนพูดล้อเลียนในสิ่งที่ฮัลเจพูดเมื่อครู่








ยุนโฮที่กำลังรินน้ำกำลังจะดื่ม ถึงกับสำลักออกมาทันที เมื่อได้ยินสิ่งที่ยูชอนพูดล้อเลียน








“คือ....แหะๆ ผมไม่ได้แอบฟังนะ พอดีเดินอยู่แถวนั้นพอดี แหะๆ” ยูชอนพูดจบก็รีบเดินขึ้นไปไปยังห้องนอน








แจจุง ชางมิน จุนซู มองหน้าแล้วหัวเราะออกมาเสียงใส กับความตลกของยูชอน.... แล้วยุนโฮก็เดินขึ้นไปอาบน้ำเพื่อเข้านอนบ้างและอีก 3 คนที่เหลือก็เดินตามขึ้นไปยังชั้นบน เพื่อพักผ่อนและทำงานในวันรุ่งขึ้น.....












จบฮับจบ Chapter 3

Dong Bung Shin Gi…………..


#7 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:28 PM

:T_T: ตอนนี้อยากบอกให้ผู้อ่านรู้ว่า คนแต่งปลื้มมากค่ะ จบ! ล้อเล่นค่ะยังไม่จบ อยากบอกว่าตอนนี้อึ้งมากนะคะที่ผู้อ่านทุกๆคน ให้การตอบรับกับเรื่องนี้อย่างอบอุ่น....ขอบคุณจริงๆนะคะที่ให้ความสนใจและเข้ามาอ่านกัน ขอบคุณทุกเม้นทุกคลิกที่คลิกเข้ามา ไม่ว่าจะเข้ามาอย่างตั้งใจหรือหลงเข้ามาก็ตาม(เอ๊ะ..ยังไงเน้555+) เอาเป็นว่าขอบคุณมากๆนะคะ :lol: รักคนอ่านค่ะ... :^O^:


:rlay:- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - :die:







Posted Image









Chapter 4







ช่วงสาย






วันนี้สมาชิกทุกคนเข้าบริษัทตั้งแต่เช้า เพื่อคุยเรื่องเสื้อผ้าในอัลบั้มชุดที่3และการทัวร์คอนเสิร์ตในประเทศต่างๆ





ดูแล้ววันนี้ยุนโฮจะดูเครียดเป็นพิเศษ.....เค้าก็ไม่รู้ว่าจะหงุดหงิดไปทำไมกัน คนที่ดูสบายๆที่สุดก็คงจะเป็นยูชอน






“ยุนโฮ...นายเป็นอะไรรึเปล่า?” ผู้จัดการวงเอ่ยถามในท่าที ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะปกติ






ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมามอง เค้าจะตอบว่าไม่ได้เป็นอะไรมันก็ขัดแย้งกับความจริง จะตอบว่าเป็นก็ไม่รู้ว่าตัวเอง

เป็นอะไร สมาชิกทุกคนหันมามอง







ตามเสียงของผู้จัดการวง







“ป่าวฮะ” ยุนโฮตอบเลี่ยงๆ







“อืม..งั้นก็ดี...เด่วอีกพักนึงสไตลิสและโปรดิวเซอร์คงเข้ามาคุยด้วยนะ” ผู้จัดการวงกล่าว






ผู้จัดการมองอย่างรู้ทันก่อนจะเดินบ่นพึมพำออกไปจากห้องพักของพวกเค้า






“มีความรักล่ะสิท่า...ท่าทางแบบนี้” พูดพลางส่ายหัวออกเดินยิ้มๆออกไป






ยุนโฮรู้สึกหงุดหงิด อยากจะเห็นหน้าใครบางคน อยากจะไปหาคนๆนั้น คนที่ทำให้เค้าว้าวุ่น กระสับกระส่ายอยากจะเจอ






แต่ตอนนี้คงทำได้ลำบากเพราะยังต้องทำงานแถมยังเป็นงานที่สำคัญอีกด้วย....ไม่สามารถเลยจริงๆที่จะออกไปเจอใครได้ในตอนนี้ นี่ละมั้งเหตุผลที่ทำให้เค้าพาลหงุดหงิด....



~*~*~*~*~*~*~





ผ่านไปพักใหญ่






การคุยเรื่องเสื้อผ้า หน้าผมและการทัวร์คอนเสิร์ตในอัลบั้มชุดที่ 3 ยืดยาวจนกินเวลาเข้าไปเกือบครึ่งวัน นั่นก็ได้เวลาพักพอดี ผู้จัดการวงได้ข่าวมาว่ายุนโฮ รู้สึกจะพอใจเจ้าของร้านอาหารเกาหลีที่เคยสั่งมาเมื่อคราวก่อน ในวันนี้เค้าจึงได้สั่งอาหารจากร้านนี้มาให้ทั้ง 5 คนทานอีก...เพราะรสชาติที่ถูกปากและคิดว่ายุนโฮคงจะเลิกทำหน้าบูดๆสักที







ผ่านมาได้อีกพักนึง…






ฮัลเจก็มาถึงบริษัท SM ENTERTAINMENT พร้อมกับอาหารที่ปรุงเสร็จเรียบร้อย ร้อนๆ พร้อมทาน ส่งกลิ่นเย้ายวนเตะจมูกเหลือเกิน ไม่เหมือนเช่นวันนั้นที่เธอต้องมาทำอาหารที่สตูดิโอ





วันนี้ฮัลเจรับงานจัดเลี้ยงไว้ข้างนอกด้วย จึงอยู่ได้แค่เพียงเวลานิดเดียวเท่านั้น......






ทั้ง 5คนทานอาหารที่เด็กที่ร้านของฮัลเจยกมาเสริ์ฟให้ ยุนโฮคอยชะเง้อคอยืดยาว มองหญิงสาวที่ตัวเองรอ หวังว่าเธอคงจะเข้ามาในห้องนี้ แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่พบเธอเลย แล้วแบบนี้เค้าจะอารมณ์ดีขึ้นได้ยังไงกันล่ะ.....






ต่างคนต่างทานไปจนอิ่มได้ที่ก็แยกย้ายกันไปอยู่คนละมุม หนังท้องตึงหนังตาก็เริ่มหย่อน โดยเฉพาะยูชอน หัวเริ่มชนกับโซฟาตัวเป็นแนวนอนเตรียมนอนแล้ว....จะมีก็แค่ยุนโฮที่ดูแล้วจะเซ็งๆที่ไม่ได้พบกับฮัลเจ ดาราก็แบบนี้ล่ะนะ จะรักจะชอบใครก็แทบจะไม่มีเวลาสานต่อความสัมพันธ์ให้พัฒนายิ่งขึ้น ยุนโฮถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ






“ก๊อก....ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องแต่งตัวดังขึ้น






ยุนโฮใจวูบไป พลางคิดในใจว่าอาจจะเป็นฮัลเจก็ได้ รีบหันควับไปมองทันที แต่แล้วก็ผิดหวัง เมื่อเป็นผู้จัดการวงเดินเข้ามาบอกยกเลิกงานในช่วงบ่ายเนื่องจากสไตลิสท้องเสียอย่างรุนแรง จึงต้องพักสัก 2-3 วัน






เมื่อรับสารมาเรียบร้อย จึงหันหน้ากลับมา มองสมาชิกที่เหลือที่เหมือนจะหลับกันเกือบหมดแล้ว....
แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป



~*~*~*~*~*~*~*~






เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็นั่งลงที่โซฟาอีกตัว เอนหลังกับพนักพิงแล้วหลับตาลงช้าๆ ถอนหายใจออกมาอีกครั้งและทำใจให้สบายเพื่อผ่อนคลายความเครียดที่มี...





ฮัลเจจัดแจงบอกเด็กที่ร้านให้ดูความสะอาดในครัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาล้างมือและเตรียมตัวไปทำงานต่อที่นอกร้านแต่เธอก็ไม่ลืมจะเข้ามาแวะทักทายยุนโฮและสมาชิกในวงก่อนไป...






“ก๊อก...ก๊อก”






ยุนโฮทีหลับตาได้ไม่นานเท่าไหร่ ลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูที่ดังเมือ่ครู่ หันหน้าไปมองที่ประตู แล้วเค้าก็ต้องรู้สึกเหมือนตัวมันชาๆ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับผู้หญิงที่เค้ากำลังต้องการอยากจะพบ....






“สวัสดีค่ะ...” ฮัลเจเอ่ยทักทาย





“เอ่อ....ครับ สวัสดะ...ดีครับ” ยุนโฮดีใจจนพูดแทบไม่ถูก







“หลับกันหมดแล้วหรอคะเนี่ย?” ฮัลเจพูดพลางมองไปที่ 4 คน ที่นอนหลับสนิทเชียว






ยุนโฮมองตามแล้วก็ยิ้มเล็กๆออกมา เมื่อเห็นว่าสมาชิกที่เหลือหลับสนิทอย่างที่ฮัลเจว่าจริงๆ






“นั่นสิ..คุณใส่ยานอนหลับลงไปแน่ๆ” ยุนโฮแซวหญิงสาวน้ำเสียงอารมณ์ดี







ฮัลเจยิ้มให้พร้อมกับสายตาค้อนๆที่เค้าล้อเลียน แต่ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร






“ฉันกะว่าจะใส่ให้คุณทานตะหากล่ะ” ฮัลเจสวนกลับไปบ้าง






ยุนโฮยิ้ม...อย่างถูกใจ







“นั่งก่อนสิครับ...” พูดพร้อมกับผายมือให้นั่ง







“อ่อ..ไม่เป็นไรค่ะ คือว่าฉันแวะมาถามดูว่าอาหารอร่อยมั้ย กำลังจะออกไปจัดอาหารในงานแต่งงานต่อน่ะค่ะ” ฮัลเจเอ่ย






“ที่ไหนครับ” ยุนโฮรีบถามทันที






“ก็ในโซลค่ะ....ทำไมหรอ?” ฮัลเจเอ่ยถามเนื่องจากสงสัยว่เค้าถามทำไมกัน






“ถ้าไม่รังเกียจ คือว่า ผมขอไปด้วยคนสิครับ” ยุนโฮเอ่ย






ฮัลเจยิ้มออกมา เธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เหมือนจะจีบเธอยังไงก้ไม่รู้สินะ แต่ก็ไม่กล้าคิดอะไรมากมาย เพราะเค้าคือนักร้องซุปเปอร์สตาร์ที่โด่งดัง ใครจะไปกล้าคิดว่าเค้ามาจีบ....ฮัลเจยิ้มให้ก่อนตอบออกไป






“ถ้าคุณไม่รังเกียจ....ชั้นก็โอเคค่ะ” ฮัลเจยิ้มกว้างออกมา






ยุนโฮก็เช่นกันเมือ่ได้รับคำตอบ ก็ยิ้มกว้างออกมาทีเดียว.....






ยุนโฮเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สมาชิกที่เหลือว่าให้พวกเค้ากลับไปก่อนแล้วจะตามกลับไปทีหลัง...และเดินออกไปกับฮัลเจ






งานแต่งงาน ที่ ฮัลเจ รับจัดอาหาร....






“นักข่าวเยอะนะคะ....ชั้นลืมบอก” ฮัลเจเอ่ยอบก เพราะเธอเองก็ดีใจจนลืมบอกเค้าไปจริงๆ กลัวว่าเค้าจะต้องมาเสื่อมเสียเพราะว่างานของเธอ....






ยุนโฮอึ้งไปนิด แต่เค้าก้ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ แค่มาช่วยเพื่อนผู้หญิงทำงานไม่น่าจะผิดอะไรตรงไหน








“แล้วไงล่ะ....มาเถอะ เด่วเจ้าของงานจะรอนะ” ยุนโฮพูดพร้อมกับเปิดประตูรถลงมา







ฮัลเจได้ยินก็กล้าที่เดินเข้าไปในงานอย่างไม่รู้สึกประหม่า ในเมื่อเค้าดังมากขนาดนี้เค้ายังไม่กลัว แล้วเราจะกลัวอะไร ทั้งๆที่ไม่มีอะไรผิด....ก็จริงอย่างทีเค้าบอก






เมื่อยุนโฮเดินเข้ามาในงานก้แย่งแสงแฟรชจากคู่บ่าวสาวจนคู่บ่าวสาวแทบจะไม่มีใครสนใจ...






“คุณมาที่นี่ได้ไงครับ” นักข่าวเอ่ยถาม








“ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนคุณหรอครับ..ช่วยตอบด้วยครับ คุณยุนโฮ” นักข่าวอีกคนเอ่ยถามแย่งกับอีกคน







ยุนโฮส่งสายตาให้ฮัลเจเดินเลี่ยงออกไปก่อน เค้าไม่ตอบคำถามอะไร นอกจากส่งยิ้มให้เฉยๆแล้วเดินเลี่ยงตามหญิงสาวไป







ยุนโฮเดินตามมาที่บุฟเฟ่ต์โต๊ะยาว ที่ฮัลเจเดินมาตรวจดูความเรียบร้อย....







“ตามสบายนะคะ / ครับ” คู่บ่าว สาว เดินมาหาฮัลเจ เพื่อบอกให้เค้าทำตัวได้ตามสบาย และพบกับยุนโฮเข้า








เจ้าสาวเห็นยุนโฮก็จำได้ทันทีว่าคือไอดอลชื่อดัง จำได้ทันทีเพราะหลานสาวของเธอชอบพวกเค้ามาก..โดยเฉพาะยุนโฮ







“คุณ...ยุนโฮ ดงบังชินกิ ใช่มั้ยคะ?” เจ้าสาวเอ่ยถาม






ฮัลเจ หัวเราะออกมาเบาๆกับใบหน้าเหวอของยุนโฮ ที่ไม่คิดว่าจะมีคนจำเค้าได้.....






“ขะ....ครับ สวัสดีครับ” ยุนโฮโค้งให้ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว






“หลานสาวชั้น..ชอบคุณมากเลยนะคะ ถ้ายังไงขอลายเซ็นต์หน่อยได้มั้ยคะ” เจ้าสาวเองก็ดีใจจนบอกไม่ถูกที่ได้เจอตัวจริงเพราะตัวเธอเองก็แอบมองๆอยู่เหมือนกันเวลาที่หลานสาวดูข่าวที่เกี่ยวกับตัวเค้าและเพื่อนๆในวงอีก 4 คน





เจ้าสาวขอกระดาษกับปากกามาจากบริกรแล้วยื่นส่งให้ยุนโน....






“เธอเป็นแฟนคุณหรอคะ?” เจ้าสาวเอ่ยถาม มองฮัลเจที่ตรวจดูอาหารที่โต๊ะบุฟเฟ่ต์โดยที่ไม่ได้หันมามองชายหนุ่มเลย





“..............” ยิ้มเพียงนิด





“หลานสาวคุณ ชื่ออะไรครับ?” เอ่ยถาม






“อลิส...ค่ะ อลิส” เจ้าสาวเอ่ยบอก






ยุนโฮเซ็นต์เสร็จแล้วก็ยื่นกระดาษกับปากกาส่งให้...แล้วหันกลับมา มองหาฮัลเจ ก็เห็นว่าเธอคุยกับผู้หญิงคนนึงอยู่ มองไปก็รู้สึกคุ้นกับผู้หญิงคนนั้นอยู่มากทีเดียว จึงขอตัวเดินกลับมาหา....


~*~*~*~*~*~*~






ที่สระว่ายน้ำ






ฮัลเจ พบกับรุ่นน้องที่มหาลัยที่สนิทกันก็ว่าได้ จึงแวะคุยและทักทาย...






ยุนโฮเดินเข้ามาใกล้จนมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ มองหญิงสาวที่ฮัลเจสนทนาด้วยก็ยิ้มออกมา เพราะเธอคือเด็กสาวที่เคยเจอกันที่เกาะเซจู.....






“หวัดดี...จียอง” ยุนโฮเอ่ยทักทายออกไป






จียองที่กำลังคุยออกรสอกชาติกับรุ่นพี่ฮัลเจหันกลับมามอง..แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ…






“หวัดดีค่ะ....พี่ยุนโฮ” จียองโค้งให้






ฮัลเจมองหน้าสองคนอย่างสงสัย....ว่ารู้จักกันด้วยหรอ ยุนโฮจึงรีบอธิบายถึงเรื่องที่ไปที่เกาะเซจูแล้วพบกับจียองให้ฟัง ฮัลเจก็ชวนทั้ง 3 คนทานอาหารแล้วคุยกันอย่างสนุกสนาน....





จียองมองหน้ายุนโฮอย่างลังเลในเรื่องที่ตัวเองกำลังจะถามและได้รับคำตอบ...แต่อีกอึดใจก็พูดออกมา







“พี่ยุนโฮคะ?....ยูชอนเปนยังไงบ้างคะ”






ยุนโฮหันมามอง แล้วก็ตอบไปตามที่เห็น






“สบายดีนะ.....ชีวิตเค้าก็เรื่อยๆ ไม่ค่อยเครียดอะไร ช่วงนี้ยิ่งสนุกสนาน”






จียองพยักหน้าเข้าใจ...แล้วเขี่ยเค้กในจาน กลิ้งไปมา อยากจะถามอะไรตั้งหลายอย่าง แต่ไม่กล้า คำตอบของพี่ยุนโฮก็พอจะรู้แล้วว่าเค้าไม่ได้คิดจะถามอะไรถึงเธอเลย.....






ยุนโฮรู้สึกได้ตั้งแต่ตอนที่อยู่ที่เกาะแล้ว ว่าจียองต้องคิดอะไรกับยูชอนอยู่แน่ๆ เค้าเองก็ไม่กล้าถาม กลัวว่าจะไม่ใช่อย่างที่คิด แต่เมื่อได้ยินคำถามเมื่อครู่ ดูเหมือนว่าคำตอบที่เค้าคิดดูมันจะชัดเจนอยู่มากทีเดียว....






ฮัลเจมองคนทั้ง 2 ว่ากำลังคุยกันเรื่องอะไร แต่เอก็รักษามารยาทไม่คิดที่จะถาม....ก้มหน้าทานอาหารไปเงียบๆ






“จียอง...พี่ถามอะไรหน่อยสิ” ยุนโฮเอ่ยถาม






จียองเงยหน้าขึ้นมากับคำถามสั้นๆที่เค้าถามมา แต่ดูเหมือนมันมีอะไรซ่อนอยู่ ทำให้เธอรู้สึกกลัวที่จะตอบจริงๆ







“ยูชอน...ในสายตาเธอเป็นคนแบบไหน” ยุนโฮเอ่ยถาม







จียองอึ้งไป...เธอจะตอบว่ายังไงดีล่ะ ถ้าบอกพี่ยุนโฮออกไปว่าเธอชอบเค้า พี่ยุนโฮจะว่าอะไรมั้ยนะ หรือว่าจะเก็บเงียบเอาไว้.....







“เออ....ก็ดูเย็นชา แล้วก็...”






จียองยังพูดไม่ทันจบประโยคยุนโฮก็รู้ว่าเธอไม่ได้ตอบตามความจริง....







“ถ้าคิดว่าเค้าเย็นชา..วันนี้เธอคงไม่ถามว่าเค้าเป็นยังไงบ้างหรอก ถ้าเธอตอบแบบนั้นเธอก็ต้องรู้ว่าวันนี้เค้าก็ยังต้องเย็นชาเหมือนเดิม” ยุนโฮพูดแทรกขึ้นมา







จียองจ้องหน้ายุนโฮนิ่ง...เพราะรู้ว่าเค้ารู้ว่าเธอชอบยูชอน...จึงตัดสินใจว่าจะพูดความจริงให้ยุนโฮฟัง







“ค่ะ....ชั้นชอบยูชอน เค้าคือผู้ชายในอุดมคติ ชั้นชอบเค้ามาก” จียองพูดออกมา








ยุนโฮยิ้ม ก่อนหันไปมองหน้าฮัลเจ ที่ยิ้มเช่นกันกับวิธีบังคับให้คนอื่นสารภาพความจริงออกมาของยุนโฮ







“สู้ สู้” ยุนโฮเอ่ยบอก พร้อมส่งยิ้มให้






จียองส่งยิ้มให้เจื่อนๆ เพราะไม่รู้จะใช้วิธีไหน สู้ต่อไปดี....







หลังงานเลี้ยงเลิก จียองก็กลับบ้านโดยมีคนขับรถพากลับ






ส่วนฮัลเจก็ขับรถไปส่งยุนโฮที่บ้าน....


~*~*~*~*~*~






เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ดงบังชินกิ






วันนี้ไม่มีใครมานั่งรอเค้ากลับ คงเพราะเหนื่อยกันมาก...ยุนโฮจึงเดินขึ้นไปอาบน้ำนอนที่ ชั้นบน...








เมื่อเข้ามาก็เห็นว่าแจจุงยังไม่หลับ กำลังนั่งคิดอะไรอยู่ ที่ชิงช้าตรงระเบียงกว้างด้านนอกที่มีต้นไม้ปลูกเป็นสวนหย่อมเล็กๆ มีบ่อน้ำพุที่ให้ความผ่อนคลาย เวลาที่รู้สึกเครียดๆตัวเค้าเองก็ชอบมานั่งมุมนี้เหมือนกัน....






ยุนโฮเดินมานั่งลงข้างๆที่ชิงช้าที่แจจุงนั่งอยู่.....







“ยังไม่นอนหรอ” ยุนโฮเอ่ยถาม







แจจุงเงยหน้าขึ้นมามอง พร้อมกับยิ้มเนือยๆ







“เป็นไรไป....” ยุนโฮเอ่ยถาม






“เฮ้อออ...ไม่มีอะไรนี่” แจจุงถอนหายใจก่อนตอบ ทำให้ยุนโฮยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่






“ปิดชั้นไม่ได้หรอกหน่า” ยุนโฮเอ่ย





“นายเคยเจอคนรักเก่ามั้ย....คนที่ไม่ได้บอกเลิกกัน....นายรู้สึกยังไงบ้างบอกฉันทีสิ” แจจุงเอ่ย






ยุนโฮได้ฟังก็อึ้งไป รู้ได้ทันทีว่าแจจุงเพื่อนรักหมายถึงใคร เค้าไปเจอโซลิมางั้นหรอ แล้วไปเจอกันตอนไหน แล้วเธอพูดว่าอะไรแจมาหรือว่าแจรู้สึกคิดถึงเธอ ถึงได้มานั่งเครียดอยู่แบบนี้...






“นายใจเย็นๆนะ....เรื่องมันเป็นยังไง เล่าให้ฉันฟังก่อน”






แจจุงเล่าให้ยุนโฮฟังว่าไปเจอโซลิได้ยังไงและพูดถึงความรู้สึกในใจที่เค้ายังไม่เคยลืมเธอ แต่เค้าไม่รู้ว่าเธอยังเหมือนเดิมรึเปล่า....แต่เธอให้เบอร์โทรมา เค้าไม่รู้ว่าเค้าควรจะโทรไปดีมั้ย....







“เค้าให้เบอร์โทรนายมา....มันแปลว่ารังเกียจนายงั้นหรอแจ นายคิดดูดีๆ” ยุนโฮเอ่ย





“ฉันอยากโทรไปนะ แต่ยังไม่กล้า”






“ถ้านายไม่โทร ฉันโทรให้ นี่เพิ่งจะสามทุ่มเอง…” ยุนโฮแย่งโทรศัพท์ในมือแจมาพร้อมกับกดหาเบอร์โซลิ






เมื่อได้แล้วจึงกดโทรออกทันที......






“Tredddd….Treddd” โทรศัพท์โซลิดังขึ้น






“ติดแล้วๆ” ยุนโฮเอามือปิดโทรศัพท์ แล้วหันมาพูดกับแจจุง






แจจุงมองอย่างใจจดใจจ่อ....หวังว่าจะได้คุยกับเธอ....






“สวัสดีครับ” ปลายสายรับ เป็นเสียงผู้ชาย ยุนโฮอึ้งไปนิดหน่อย ก่อนกดวางเค้าไม่ควรบอกแจในเรื่องนี้ใช่มั้ย เวลานี้เพื่อนคงไม่อยากรับรู้เรื่องนี้หรอก ยุนโฮ คิดในใจ ลดโทรศัพท์ลงมาจากหูแล้วส่งคืนให้แจ






“ไม่มีคนรับอ่ะ....เข้านอนดีกว่า พรุ่งนี้ชั้นโทรให้ใหม่นะ ไปๆ” ยุนโฮรีบเปลี่ยนเรื่องพูด








ยุนโฮเดินไปอาบน้ำ กลับเข้ามาก็เห็นว่าแจหลับไปแล้ว จึงไปนอนตรงข้างๆ...







เมื่อยุนหลับตาลงเรียบร้อย แจก็ลืมตาขึ้นมา น้ำใสๆรินลงมาอย่างรู้สึกเหงาและท้อใจ คงไม่มีวันที่เค้าจะได้เธอคืนกลับมาแล้วสินะ คนผิดคือเค้าที่กล้าปล่อยเธอไป ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเกลียดเค้ามากขนาดไหน....แจจุงหลับตาลงอย่างอ่อนล้าและหลับไปในที่สุด.....


~*~*~*~*~







ร้านอาหารอิตาเลี่ยน.....







จองฮุนรีบเก็บโทรศัพท์ของโซลิลงกระเป๋าสะพาย หลังจากที่แอบรับโทรศัพท์ของเธอที่วางไว้บนโต๊ะอาหารตอนที่เธอเดินไปเข้าห้องน้ำ....






โซลิเดินกลับมา นั่งลงพร้อมกับมองสีหน้าที่ดูตื่นๆของว่าที่คู่หมั้น ที่มองเธอแปลกๆ





“มีอะไรรึเปล่าคะ....หน้าชั้นมีอะไรรึเปล่า” โซลิเอ่ยถาม





“อ่อ...เปล่าจ๊ะ...ไปกันรึยัง”





“ค่ะ....”






“เช็คบิล!!” จองฮุนเอ่ยเรียกบริกร พร้อมกับส่งบัตรเครดิตใส่ลงไปในสมุดรับเงินหนังแท้สีน้ำตาลเข้ม








เมื่อพนักงานนำบัตรเครดิตมาคืน จึงพาโซลิเดินออกไป พนักงานที่ร้านก็ขับรถมาจอดให้ที่หน้าร้าน



~*~*~*~*~







Posted Image

คิม จองฮุน ว่าที่คู่หมั้นหนุ่ม ที่โซลิต้องแต่งงานด้วยในอีกไม่ช้านี้ (งือๆๆ)





ระหว่างที่อยู่ในรถ....





“อีกไม่นานแล้วนะ....ที่เราจะได้หมั้นกัน” จองฮุนเอ่ย พร้อมกับเลื่อนมือมาจับมือโซลิบีบเบาๆ




“…………..”





“พี่ดีใจนะ...ที่มีโซลิอยู่เคียงข้าง”





โซลิที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ในความคิดก็มีใบหน้าของคนรักเก่าอย่างแจจุงลอยเข้ามาเป็นระยะ คำพูดพวกนี้เหมือนเป็นสิ่งย้ำเตือนให้เธอรู้ว่าแจจุงกับตัวเธอจะไม่มีวันเป็นไปได้อีกแล้ว ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเสียใจมากขึ้นไปอีก น้ำตาของหญิงสาวคลอเอ่อจนสุดจะกลั้น...





จองฮุนเห็นเข้า ก็คิดว่าเธอคงดีใจจนพูดอะไรไม่ออก เค้าก็ดีใจเช่นกัน ที่เธอมีความสุขที่จะได้หมั้นหมายและแต่งงานกับเค้าในอนาคต.....





จองฮุนส่งโซลิเรียบร้อยจึงขับรถกลับบ้านด้วยหน้าตาที่มีความสุข แต่หญิงสาวกลับมีความรู้สึกที่แสนเศร้า เธออยากให้ผู้ชายที่อยู่เคียงข้างเป็นแจจุงมากกว่าใครๆ โซลิเดินกลับเข้าบ้าน ขึ้นไปยังห้องนอนร้องไห้ออกมาด้วยความอึดอัดใจและเสียใจที่เธอหาทางออกให้ตัวเองไม่ได้ จนเผลอหลับไปในที่สุด.....









จบฮับจบ Chapter 4


Dong Bung Shin Gi…………..








:tear: เส้าอ่ะความรักของแจมันช่างมีอุปสรรค แต่งเองเส้าเอง งือๆๆๆ.....

#8 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:30 PM

:why: หวาดีนะคะทุกคนวันนี้เอาฟิคมาลงให้อ่านแล้วค่า ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านกันเหมือนเดิม :>_<:


:lol: - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - :i4:





Posted Image





Chapter 5





วันนี้ทั้ง 5 คนกลับมาที่บ้านเร็วกว่าปกติเพราะงานที่มีในตารางเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว จึงรีบกลับมาพักผ่อน จุนซูกับยูชอนเล่นเกมส์แข่งกันแต่ยังไม่รู้ผลซักทีว่าใครแพ้ใครชนะ



ชางมินก็นั่งอ่านหนังสือไปอย่างเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครเข้ามากวน....



แจจุงทำอาหารเสร็จแล้วก็อาบน้ำนอนหลับพักผ่อน.....



ส่วนยุนโฮก็เล่นอินเตอร์เน็ต ฟังเพลง เหมือนทุกครั้งที่เค้าว่าง....




“ติ๊ด....ติ๊ดดดด..ติ๊ดดดด” เสียงโทรศัพท์ของยุนโฮดังขึ้น จึงกดรับ



“ว่าไง..จียอง” ยุนโฮมองเบอแล้วกรอกเสียงลงไป



“ค่ะ...คือว่าพี่อยู่บ้านใช่มั้ยคะ เด่วนู๋เข้าไปหานะ” จียองเอ่ย



“อืมได้สิ....”



“ค่ะ..แค่นี้นะคะ” จียองวางสาย ยุนโฮก็เช่นกัน



เมื่อวางโทรศัพท์แล้วก็ก้มหน้าก้มตาแชท MSN บ้าง เช็คข่าวตัวเองบ้างและหลายๆอย่างที่เค้าทำ...



จียองนึกขึ้นได้ว่าเค้ายังไม่รู้จักบ้านหลังนั้นที่ดงบังชินกิอยู่เลย ลืมถามไปแล้วด้วย แล้วจะไปถูกมั้ยเนี่ย..จึงกดโทรศัพท์โทรออกหายุนโฮอีกครั้ง



“ฮัลโหล...ค่ะพี่ บ้านของพี่อยู่แถวไหนนะคะ” จียองถามออกไป เมื่อได้รับคำตอบก็รีบบึ่งรถมาทันที



แล้วเวลาเที่ยงตรง รถเบ็นซ์สปอร์ตสีขาวก็แล่นมาจอดที่หน้าบ้านของทั้ง 5 หนุ่ม จียองก้าวลงมาจากรถ ยื่นมือไปกดกริ่งที่อยู่หน้าบ้าน…..





Posted Image




“อ๊อดดดดด.......อ๊อดดดดดดดดด”



ยุนโฮได้ยินก็เดินมาเปิดให้......



“หวัดดีค่ะ....ซื้อขนมมาให้พี่ด้วย” จียองโค้งให้ ก่อนส่งถุงขนมที่ถือมาหลายถุงส่งให้




ยุนโฮยิ้มให้และพาเธอเข้ามาในบ้าน....



ผ่านไปพักใหญ่






เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้นอีกครั้ง....





และก็เป็นยุนโฮที่เดินออกมาเปิดอีกตามเคย....และเมื่อเปิดประตูออก สีหน้ายุนโฮก้เปลี่ยนไปทันที เพราะคนที่มาคือโบอะมาพร้อมกับถุงขนมมากมาย เยอะยิ่งกว่าที่จียองเอามาเมื่อครู่ซะอีก....





“หวัดดีค่ะ..พี่หมี” โบอะเอ่ยทักทายพร้อมกับเดินเข้ามาในบ้าน




ยุนโฮอึกอักไม่รู้จะทำยังไง ที่จริงแล้วมันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก เพราะจียองกับยูชอนก็ยังไม่ได้อะไรกัน แต่โบอะน่ะสิไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้ยูชอนเลยซักคนเดียว กลัวว่าจียองจะโดนเล่นงาน ถ้าโบอะดูออกว่าจียองคิดกับยูชอนยังไง



“ยูชอนอยู่ใช่มั้ยคะ?” โบอะเอ่ยถาม




“น่าจะ...นะจ๊ะ” ยุนโฮตอบไม่เต็มเสียงนัก




โบอะมองยุนโฮที่ตอบคำถามแปลกๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร





“พี่พูดแปลกๆนะคะ....” โบอะพูด พร้อมชะเง้อมองเข้าไปในบ้าน




“พี่ยังไม่เจอยูชอนเลยน่ะ..เลยไม่แน่ใจ” ยุนโฮแก้ตัว




โบอะยิ้มเจื่อนๆกับคำตอบของยุนโฮ พร้อมกับเดินเข้าไปในบ้าน....



เมื่อเข้ามาในบ้านก็เห็นว่ายูชอนกำลังรับน้ำจากผู้หญิงคนนึงมาดื่มอยู่ หน้าตาน่ารักกว่าเธอหลายเท่า แถมยังดูดีมีตระกูลอีกตะหาก โบอะเดินเข้าไปกระชากแก้วน้ำในมือยูชอนออกมาทำให้น้ำกระเฉาะหกใส่เสื้อของยูชอนและสาดน้ำเข้าไปที่หน้าของจียอง จนเสื้อผ้าเปียกปอนไปหมด ทำให้ยูชอนโมโหมากทีเดียว



“ทำอะไร...คิดว่าเธอเป็นใคร ฮะ!! เธอทำอะไรอยู่!!” ยูชอนตวาดออกไปเสียงดัง





ดังขนาดที่ว่าจุนซูที่กำลังกดเกมส์ ชางมินที่อ่านหนังสืออยู่ ยุนโฮที่อยู่หน้าบ้านเดินมาดูเกือบจะพร้อมกัน....ขาดก้เพียงแค่แจจุงที่นอนหลับไม่รู้เรื่อง.....




“คิดว่าเธอเป็นเจ้าของชั้นงั้นหรอ...ถึงมีสิทธ์มาทำอะไรแบบนี้” ยูชอนตวาดอีกครั้ง




โบอะที่ได้ฟังคำพูดที่ดุดันและเย็นชาของอีกฝ่าย น้ำตาไหลออกมาทันที โดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน....แต่เธอก็ยังเงียบ



จียองหน้าเสียกับสิ่งที่โบอะแสดงออกมา ตอนแรกนึกว่าเป็นแฟนของยูชอน แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่เค้าพูด เธอก็มั่นใจว่าคงไม่ใช่ แล้วทำไมถึงกล้าแสดงทีท่าหึงหวงขนาดนี้.....คงเป็นผู้หญิงของเค้าสินะ ไม่แปลกหรอกก้เค้าน่ารักและดูมีเสน่ห์นี่นา ผู้หญิงก็ต้องรายล้อมเป็นเรื่องปกติ.....




“ทุกคน...ฟังไว้นะ ต่อจากนี้ห้ามผู้หญิงคนนี้เข้ามาในนี้อีก (หมายถึงโบอะนะคะ) ไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น” ยูชอนออกคำสั่ง



สมาชิก 3 คนมองหน้ากันเลิ่กลั่กกับคำสั่งที่ออกแนวจริงจังของยูชอน ใจนึงก็สงสารโบอะที่ทำอะไรไม่เคยได้ดี....แต่ครั้งนี้ก็รู้สึกว่าเธอจะทำอะไรเกินไปจริงๆ




โบอะที่ได้ฟังคำพูดของคนที่เธอรัก เรียกเธอแค่ผู้หญิงคนนี้ แถมยังห้ามไม่ให้เธอเข้ามาในนี้อีกต่อไป เธอทนไม่ได้จริงๆ โบอะวิ่งร้องไห้กลับออกไป...



ชางมิน ยุนโฮ จุนซูมองหน้ากัน ทำอะไรไม่ถูกจริงๆ จุนซูวิ่งตามเธอออกไป แต่ก้ไม่ทันซะแล้ว.....



~*~*~*~*~*~*~*~






ยูชอนพาจียองเข้ามาในห้อง.....เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า




“ไง....ยังอยากตายอยู่มั้ย?” ยูชอนเอ่ยถาม




“……………” จียองก้มหน้านิ่ง ยืนพิงกำแพง




“ชั้นถามไม่ได้ยินรึไง” ยูชอนเดินเข้ามาเมื่อไม่ได้ยินคำตอบ ใช้มือสองข้างกั้นตัวของจียองไว้ เอ่ยถามอยู่ชิดใบหู



จียองตัวแข็งทื่อกับลมหายใจอุ่นๆของชายหนุ่ม ที่เป่ารดอยู่เหนือต้นคอ เธอพยายามสูดลมหายใจเข้า – ออก ลึกๆ



“กลัวชั้นหรอ....ชั้นน่ากลัวตรงไหนไม่ทราบฮะ” ยูชอนเอ่ยถามเรียวปากสีแดงสดจะชิดเรียวปากอิ่มของอีกฝ่ายอยู่แล้ว




“ม่ะ....ไม่แล้ว อื้มม” จียองยังพูดไม่ทันจบ ก็ไม่สามารถพูดได้อีก เมื่อเรียวปากสีแดงสดของยูชอนจรดลงประกบปิดเรียวปากอิ่มของเธอ จียองเบิกตาโตด้วยความตกใจ มือเล็กพยายามยกขึ้นมาทุบตี ผลักใส แต่ก็ทำไม่ได้อย่างที่คิดเมื่อถูกมือใหญ่จับบีบข้อมือเอาไว้จนเจ็บ.....ปลายลิ้นร้อนชื้นของยูชอนพยายามแยกเรียวปากบางให้แยกออกจากกัน แต่ดูเหมือนว่าจียองจะตื่นกลัวมาก ไม่ยอมให้เค้าทำอะไรเธอได้ง่ายๆ ยูชอนมองดูกริยาที่ไร้เดียงสาของเธอ คิดว่าคงมองเธอผิดไปจากวันนั้นที่เจอกันที่เกาะ นึกว่าเธอจะเป็นพวกผู้หญิงใจง่ายซะอีก จนเมื่อเค้ารู้สึกได้ว่าที่เรียวปากของตัวเองแตะเข้ากับหยดน้ำตาเค็มๆของคนตรงหน้า ก็ทำให้รู้สึกตัวและยอมปล่อยเธอออกจากการเกาะกุม....





จียองทรุดฮวบลงไปที่พื้นทันที เธอกลัวและไม่เคยทำแบบนี้กับใครมาก่อน เค้าคือผู้ชายคนแรกที่ได้จูบแรกของเธอ น้ำตาไหลลงมา ยูชอนก้มหน้าลงมามองพร้อมกับเอ่ยคำขอโทษ




“ขอโทษ...” พูดจบก็เดินออกมาจากห้อง น้ำเสียงนั้นก็ยังแข็งอยู่เหมือนเดิม แต่ทิฐิในใจก็ลดลงมาบ้างแล้ว




จียองร้องไห้จนตัวโยน เสียใจกับสิ่งที่เค้าทำกับเธอ เค้าเห็นเธอเป็นผู้หญิงแบบไหนกันถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ คิดแล้วเธอก็ยิ่งเสียใจ....ที่จริงที่เธอมาในวันนี้เพราะต้องการมาบอกยุนโฮว่าเธอจะมาสมัครเป็นแฟนคลับ CASSIOPEIA เพื่อเป็นแฟนคลับของพวกเค้าอย่างเต็มตัว แต่วันนี้เจอเรื่องแบบนี้ก็รู้สึกผิดหวังนิดหน่อย แต่ยังไงก็จะไม่ล้มเลิกความคิดที่มี...เพราะยังไงเธอก็รักเค้าไปแล้วตั้งแต่แรกเห็น ต่อให้เค้ารังแกเธอยังไง เธอก็จะยืนยันว่าจะยังรักเค้าเหมือนเดิม....




จียองอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาด้านล่างเพื่อมาคุยเรื่องที่ตั้งใจสมัครแฟนคลับกับยุนโฮ ยุนโฮจึงจัดการเรื่องนี้จนเสร็จเรียบร้อย ยูชอนก็เดินเข้ามาหลังจากที่ออกไปสูบบุหรี่ที่หน้าบ้าน เดินเข้ามาก็แอบมองจียองที่เวลาดูแบบนี้เธอน่ารักยิ่งกว่าตอนเจอที่เกาะซะอีก รอยยิ้มที่ดูไม่เสแสร้งและเสียงหัวเราะที่ร่าเริง ยูชอนพยายามสลัดความคิดที่รู้สึกดีๆกับเธอออกไป แล้วเดินผ่านขึ้นไปยังชั้นบน....




“จะกลับแล้วบอกชั้นนะ....จะติดรถออกไปด้วย” ยูชอนเอ่ยขึ้นมาลอยๆ




จียองหันมามองหน้ายุนโฮอย่างเป็นคำถามว่าที่เค้าพูดหมายถึงเธอรึเปล่า ยุนโฮยิ้มและพยักหน้าให้เชิงเป็นคำตอบ




“ค่ะ....ได้” จียองรีบตอบออกมา




~*~*~*~*~*~*~




“Treddd…..Treddd” โทรศัพท์บ้านดังขึ้น





ยุนโฮเป็นคนรับโทรศัพท์...





“ครับ..อ่อชางมิน สักครู่นะครับ คุณแม่” ยุนโฮรับโทรศัพท์แม่ของชางมิน แล้ววิ่งเอาขึ้นไปให้




“มินโทรศัพท์....” ยุนโฮบอก ยื่นโทรศัพท์ส่งให้แล้วเดินกลับลงไป




ชางมินคว่ำหนังสือที่อ่านลงกับที่นอนนุ่มแล้วยื่นมือมารับโทรศัพท์จากยุนโฮ




“ครับ...ชางมินพูดครับ”




“ชางมิน....นี่แม่เองนะลูก พรุ่งนี้ลูกว่างมั้ย” ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม




ชางมินคิดถึงคิวงานในวันพรุ่งนี้ ที่จะมีก็หลัง 4 โมงเย็น ไม่มีงานอะไรแล้ว




“หลัง 4โมง ครับว่างฮะ...แม่มีอะไรหรอครับ” เอ่ยถาม




“คือ...แม่จะให้ลูกไปงานวันเกิดของเจ้านายของพ่อกับแม่ ด้วยน่ะลูก”




“อ่อ....ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปครับแม่” ชางมินเอ่ยบอกผู้เป็นแม่




“จ้าพรุ่งนี้พบกันนะลูก...พักผ่อนมากๆนะ แม่เป็นห่วง แค่นี้ล่ะ”





“ครับ” รับคำแล้วกดวางสาย




ชางมินหยิบที่คั่นหนังสือมาคั่นเอาไว้ในหน้าที่อ่านยังไม่จบ เดินลงไปข้างล่างตามกลิ่นอาหารที่แจจุงกำลังทำในครัว....




แต่เมื่อเดินเข้ามาในครัว ก็เห็นว่าคนที่ทำอาหารกลับเป็นจียอง โดยมียุนโฮเป็นลูกมือ ตัดนั้น หั่นนี่กันอย่างสนุกสนาน




~*~*~*~*~*~*~





ในช่วงเย็น





แจจุงตื่นขึ้นมาเพราะจุนซูที่มาปลุกให้ไปทานอาหารเย็นพร้อมกัน วันนี้แจจุงงดทำอาหารเพราะอยากพักผ่อนและมีเรื่องเครียดอยู่ในหัวสมอง เพื่อนๆก็เข้าใจและมีจียองเป็นคนทำแทน




ทุกคนทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตาและเพิ่มจียองมาอีกหนึ่งคน แจจุงมองยูชอนงงๆ กับท่าทางที่แปลกแตกต่างกันกับตอนอยู่ที่เกาะเซจู ที่เกาะเงียบ ขรึมราวกับคนที่ไม่นับญาติกับใคร แต่วันนี้มีหัวเราะบ้างเป็นครั้งคราว ก็นับว่าดีมากทีเดียว




จียองก็กล้าที่จะพูดอะไรๆมากขึ้น.....เมื่ออยู่ต่อหน้ายูชอน แต่ลึกๆแล้วเธอก็ยังอายกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายที่ยูชอนทำแบบนั้นกับเธออยู่ดี.....




เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อย จียองจึงขอตัวกลับบ้าน....




หญิงสาวเดินออกมาจากประตูบ้านก้าวขึ้นรถเบ็นซ์สปอร์ตสีขาวที่จอดไว้ตั้งแต่ช่วงเที่ยง แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อฝ่ามือใหญ่มาคว้าประตูรถของเธอไว้





“สั่งแล้วใช่มั้ย ว่าจะกลับให้เรียกชั้นด้วย” ยูชอนพูดน้ำเสียงดุ




จียองเงยหน้าขึ้นมอง ฟังแค่น้ำเสียงก็รู้แล้วว่าเป็น ผู้ชายในอุดมคติของเธอ.....




“ขอโทษนะ....คือว่าชั้นลืม”




“ลืมหรอ...ยัยบ้าเอ้ยย” พูดจบก็ก้าวขึ้นรถอีกฝั่ง




จียองมองคนที่ขึ้นมานั่งข้างๆตาปริบๆ เค้าอารมณ์ไหนกันแน่นะ โมโหเธอแต่ดันก้าวขึ้นมานั่ง...แต่ก็ดีแล้วล่ะที่เค้าไม่ทำเย็นชาเหมือนครั้งก่อน....




“สตาร์ทรถสิ” ยูชอนออกคำสั่งอีกครั้ง





จียองสะดุ้งกับคำพูดห้วนๆ ดุๆ ที่ออกคำสั่ง รีบยื่นมือไปหมุนกุญแจเพื่อสตาร์ทเครื่องทันที แล้วขับออกไปจากหน้าบ้าน




“คุณจะไปลงที่ไหนหรอคะ” จียองเอ่ยถามยูชอนที่นั่งข้างๆ มือข้างนึงคีบบุหรี่สูบอย่างสบายอารมณ์




“ก็ไปเรื่อยๆ พาชั้นไปได้มั้ยล่ะ” หันมาถามหญิงสาวที่ขับรถให้




จียองฟังในสิ่งที่ได้ยินก็รับรู้และทำตามด้วยการพาเค้าขับรถเล่นกินลมไปเรื่อยๆ และสุดท้ายก็มาจอดรถอยู่ที่สวนสาธารณะใกล้ๆบ้านของหญิงสาว ยูชอนเห็นว่ารถจอดสนิทก็เดินตามเธอลงมาแล้วมานั่งลงที่เก้าอี้เหล็กสีขาวที่ทำไว้สำหรับคนมานั่ง



สวนสาธาราณะเงียบสนิทไม่มีใครมารบกวน.....เหมือนเป็นใจให้เธอและเค้าได้นั่งคุยกัน ยูชอนนั่งลงข้างๆหญิงสาว มือข้างนึงก็ยังคีบบุหรี่อยู่





“ทิ้งบุหรี่ก่อนได้มั้ยคะ?” เอ่ยบอกเชิงขอร้อง





ยูชอนมองหน้าหญิงสาวสลับกับมองบุหรี่ในมือ คิดในใจว่านี่เธอกล้าออกคำสั่งกับเค้าหรอเนี่ย....แต่ก็ยอมดับบุหรี่และทิ้งลงถังขยะไป




“อะไร...ของเธอ”




“ทำไมคุณถึงยอมคุยกับชั้นคะ” จียองเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยและมองอย่างต้องการคำตอบ




“ก็.....คุย เพราะอยากคุยไม่ได้รึไง?” ยูชอนพูดออกมา ไม่รู้ว่าปากกับใจตัวเองตรงกันรึเปล่า แต่นี่คือคำตอบที่เค้าจะตอบ




“ค่ะ.....แล้วที่คุณมากับชั้นวันนี้ เพราะอะไร?” จียองถามออกไปตรงๆ




ยูชอนนิ่งเงียบกับคำถามที่ได้ยิน รู้สึกดีที่เธอกล้าพูดกล้าถามแบบนี้ ดีกว่าครั้งนั้นเยอะทีเดียว แต่บทที่จะพูด
จะถามก็ตรงซะจนตอบแทบไม่ถูก....




“ก็...แหมเธอ ชั้นก็เซ็งๆบ้างสิ อยากออกมาขับรถเล่น ตากลม รำคาญรึไงกันเล่า” ยูชอนพูดกลบเกลื่อนไปเรื่อย




จียองได้ฟังก็พอจะเข้าใจ ว่าคนอย่างเค้าคงไม่มาสนใจคนอย่างเธอหรอก เธอมันคิดเข้าข้างตัวเองไปฝ่ายเดียว แค่เค้ายอมคุยด้วย แค่เค้าทำดีกับเธอเมื่อตอนกลางวัน แค่นั้นก็คิดมากแล้วหรอ เค้าอาจจะทำกับผู้หญิงแบบนี้ทุกคนเลยก็ได้ จียองปลอบใจตัวเอง เธอเองก็ไม่ควรจะคิดอะไรกับเค้าตั้งแต่แรก แต่ทำไงได้เธอคิดไปแล้ว ตกหลุ่มรักเค้าไปแล้ว จียองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่......




ยูชอนหันมามองหลังจากที่หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกเบ่อเริ้ม อยู่กับเค้าคงหนักใจมากสินะ





“ทำไม..ถอนหายใจทำไม เบื่อมากรึไง?” ตะคอกหญิงสาวเสียงดัง




“พูดดีดีไม่เป็นรึไงเล่า..ทำไมต้องมาตะคอกกันด้วย” จียองทนไม่ไหวจึงตะคอกกลับไปบ้าง




ยูชอนอึ้งกับปฏิกิริยาของหญิงสาวตรงหน้า หัวเราะออกมาเสียงดัง เห็นเธอโมโหแล้วมันดูขำดีจริงๆ




“หึหึ....เธอนี่น่ารักดีนะ” ยูชอนชมพูดยิ้มๆ





จียองเปลี่ยนจากสีหน้าเอาจริงเอาจังมาเป็นเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ….





“นี่....รู้มั้ยว่าทำไมที่เกาะชั้นถึงไม่อยากพูดกับเธอ”




จียองหันหน้ามาฟังอย่างตั้งใจ..มองอย่างอยากรู้ในคำตอบที่จะได้รับ ยูชอนหันมามองหน้าหญิงสาวที่ฟังเค้าอย่างตั้งใจ




“เพราะความคิดบ้าๆ ของเธอ นั่นล่ะที่ชั้นโกรธและโมโหมาก”





จียองหันกลับมานั่งในท่าเดิม หลังพิงพนักเก้าอี้และเงียบอย่างใช้ความคิด




“ขอโทษนะ...ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้น คือว่าชั้นมีปัญหาที่ทำให้เครียด ชั้นก็เลย..” จียองยังพูดไม่จบ ยูชอนก็พูดขึ้น




“คิดจะฆ่าตัวตายเพื่อประชดพ่อ กับ แม่ที่ไม่สนใจเธองั้นหรอ” ยูชอนพูดอย่างรู้ทัน เพราะเค้ารู้ถึงปัญหาของเธอก่อนหน้านี้แล้ว




จียองหันควับมามองอย่างสงสัยว่าเค้ารู้ได้ยังไงกัน....




“คุณรู้ได้ไง...ว่าชั้นทำเพื่อประชดพวกท่าน”




“เธอรู้มั้ยว่าชั้นก็มีปัญหาเดียวกับเธอ....แต่ชั้นไม่เคยคิดที่จะทำแบบเธอเลยซักครั้งเดียว รู้มั้ยเพราะอะไร” ยูชอนเงียบไปอึดใจก่อนพูดต่อ “เพราะชั้นรู้ว่ามีคนที่ยังรักชั้นต้องการให้ชั้นอยู่เคียงข้างและชั้นก็มีคนที่ชั้นรัก ชั้นถึงไม่เคยคิดทำแบบเธอไง” ยูชอนพูดออกไป




จียองใจไหววูบไปทันที ที่ได้ยินคำว่าคนที่ชั้นรัก งั้นก็แปลว่าเค้ามีคนรักอยู่แล้วสินะ จียองเธอคงไม่มีสิทธิ์จะหวังอะไรอีกแล้วใช่มั้ย ไม่เหลืออะไรให้เธอได้หวังอีกแล้วสินะ น้ำตาของหญิงสาวคลอเอ่อกำลังจะไหล



“ร้องไห้ทำไมน่ะ....ซึ้งหรอ” ยูชอนเห็นว่าเธอกำลังร้องไห้จึงเอ่ยแซวให้เธอรู้สึกขำ เพราะเค้าไม่อยากเห็นน้ำตาของผู้หญิง



จียองส่ายหัวไปมาแทนคำตอบ.....




“เธอรู้มั้ยว่าฉันมีน้องชายอีกคน ที่ชั้นต้องรับผิดชอบ คนที่ชั้นบอกว่ารักมากที่สุดก็คือเค้า รองลงมาก็คือเพื่อนๆชั้นในวงดงบังชินกิรวมไปถึงพ่อแม่ชั้นด้วย ถึงแม้พวกท่านจะไม่ได้อยู่ดูแลชั้นเหมือนพ่อแม่คนอื่น แต่ชั้นก้ดีใจที่เกิดมาเป็นลูกท่านสองคน” ยูชอนพูดจบก็มองหน้าหญิงสาวอีกครั้ง เห็นว่าน้ำตาของเธอกำลังจะไหลจึงยื่นมือมาเช็ดให้



สายตาของทั้งสองคนสบกัน ต่างคนต่างเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น ยูชอนมองลึกเข้าไปในดวงตาที่ดูสนุกสนานแต่ก็ฉายแววความเศร้าอยู่ในนั้น อยากจะค้นหาและปกป้องเธอ แต่เค้าเคยทำไม่ดีกับเธอไว้ เลยยังไม่คิดจะบอกความจริงในใจกับเธอในเวลานี้




“ขอโทษแทนโบอะด้วยนะ....ที่วันนี้เค้าเสียมารยาทกับเธอ” เอ่ยบอกหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า



จียองส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบอีกครั้ง.....




“พูดไมได้อีกแล้วหรอ” ยูชอนเอ่ยถามและดันศรีษะของหญิงสาวเข้ามาแนบอก กอดที่เอวของเธอไว้หลวมๆ
จียองตกใจกับสิ่งที่เค้าทำ แต่ก็ไม่ได้ขืนตัวเอาไว้เหมือนครั้งแรก แต่เธอก็ยังเกร็งๆ ไม่ได้กอดตอบกลับไปแต่อย่างใด



“นี่ชั้น มิคกี้ ดงบังชินกิ..กำลังกอดเธออยู่นะ ไม่อยากกอดชั้นรึไงเล่า ฮึ!!” เอ่ยถามพร้อมกับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น




จียองหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะโอบลำแขนให้กอดรอบเอวของชายหนุ่มไว้อย่างหลวมๆ.....และเมื่อคุยกันต่อได้อีกพักใหญ่จียองก็ขับรถมาส่งยูชอนกลับบ้านและเธอเองก็ขับรถกลับบ้านไปเช่นกัน



~*~*~*~*~*~*~



วันรุ่งขึ้น



ทั้ง 5 คนทำงานตามตารางที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว จึงได้กลับมาพักผ่อนกันอย่างเต็มที่....ทำกิจวัตรกันอย่างที่เคยทำเมื่อมีเวลาว่าง....มีเพียงชางมินเท่านั้นที่ต้องกลับไปที่บ้านเพื่อไปงานวันเกิดของผู้อำนวยการโรงเรียนที่พ่อและแม่ของเค้าสอนอยู่




ชางมินกลับมาที่บ้านด้วยรถของบริษัทที่ขับมาส่ง....และขับรถจากบ้านไปที่บ้านของผู้อำนวยการเจ้านายของพ่อและแม่เค้า




เมื่อมาถึง.....




บ้านหลังใหญ่ที่ประดับประดาด้วยไฟหลากสี มีเสียงเพลงคลาสสิคเปิดคลอเบาๆ ชางมินขับรถเข้าไปจอดในที่ๆพนักงานโบกให้เข้าไป วันนี้เค้าอยู่ในชุดสูทสีดำ เสื้อตัวในสีขาวสว่าง....ร่างที่สูงโปร่งของเค้าทำให้ชุดนี้ดูมีราคามากยิ่งขึ้นและตัวเค้าเองก็ดูมีสง่าราศีมาก ถึงแม้จะยังเด็กแต่เมื่อเค้าอยู่ในชุดสูทแบบนี้กลับทำให้เค้าดูโตเป็นผู้ใหญ่ประกอบกับบุคลิกที่เงียบขรึมนิ่งๆ ก็ทำให้สาวๆที่เป็นลูกอาจารย์ที่มาร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของผู้อำนวยการในวันนี้มองกันเป็นตาเดียวและรู้จักเค้าดีว่าคือนักร้องไอดอลที่กำลังดังมากในเกาหลีและ 1 คนในสาวๆทั้งหมดก็คือลูกสาวของผู้อำนวยการเอง ที่เคยเห็นเค้าครั้งนึงเมื่อตอนที่เค้าตอนที่มาหาพ่อและแม่ของเค้าที่โรงเรียน....เธอชอบเค้ามาก แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูดจะบอกกับเค้า..เธอคอยติดตามผลงานของเค้าในทีวีมาโดยตลอดและนี่ก้เป็นครั้งที่ 2 ที่ได้เจอตัวจริงๆของเค้า แต่เธอก็คงทำได้เพียงแค่แอบมองอยู่แบบนี้...



ชางมินเดินเข้ามานั่งในโต๊ะที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พร้อมกับพ่อและแม่ โดยเป็นโต๊ะเดียวกับผู้อำนวยการและลูกสาวของท่านผู้อำนวยการ เมื่อพ่อ แม่และชางมินนั่งลงก็เอ่ยทักทายผู้อำนวยการที่นั่งดูการแสดงโชว์บนเวที




นักข่าวที่อยู่ในงานกำลังจะวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูปและสัมภาษณ์เล้กๆน้อยๆ แต่เมื่อเห็นว่าชางมินมากับพ่อและแม่แถมยังนั่งที่โต๊ะของผู้อำนวยการซะอีก เลยไม่กล้าเสียมารยาทเข้ามารบกวน




“ท่านครับ / ค่ะ....สวัสดีครับ/ ค่ะ นี่ของขวัญจากพวกเราค่ะ” พ่อแม่ชางมินเอ่ยทักทายและส่งกล่องของขวัญให้



“อ่าว...คุณฮัน/คุณจินอุน มาแล้วหรอครับ เชิญตามสบายครับ” ผู้อำนวยการรับมาและพูดอย่างอารมณ์ดี




“นี่ลูกชายดิชั้นค่ะ..ชางมิน” แม่ชางมินแนะนำ




“สวัสดีครับ...ผมชางมินครับ” เอ่ยทักทายและโค้งให้




“อืม....ตามสบายนะ” ผู้อำนวยการพูดและยิ้มให้ชางมินและหันมามองลูกสาวที่นั่งทำตาปริบๆอย่างต้องการให้ผู้เป็นพ่อแนะนำให้เค้าและเธอรู้จักกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นเธอก็จะไม่เกร็งและสามารถแอบมองเค้าได้สะดวกขึ้น…




“นี่ซุน เฮคิม ลูกสาวลุง” ผู้อำนวยการแนะนำลูกสาวให้ชางมินรู้จัก ไม่อยากแนะนำ แต่เป็นการรักษามารยาทเอาไว้ ความรู้สึกจริงๆก็เห็นว่าชางมินดูดีและดูเป็นสุภาพบุรุษ พ่อของเฮคิมรู้สึกพอใจอยู่ข้างในลึกๆ แต่ก็ยังรักษาท่าทีไม่แสดงท่าทางอะไรมากนัก...




“สวัสดีครับ” ชางมินโค้งให้หญิงสาวน่าตาน่ารักซึ่งเป็นลูกของผู้อำนวยการ




“สวัสดีค่ะ...” พูดจบก็ส่งยิ้มหวานๆให้ชางมิน ชางมินเห็นรอยยิ้มแบบนี้ก็รู้สึกว่ามันน่ารักและเค้าเองก็รู้สึกแปลกๆด้วยเช่นกัน ทั้งหมดที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน พูดคุยกันถูกคออย่างสนุกสนาน....



ชางมินมีโทรศัพท์เข้ามาจึงขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก.....




“ขอตัวสักครู่นะครับ...” พูดพลางหันไปทางผู้อำนวยการและพ่อกับแม่ ซึ่งทั้งหมดก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้และอนุาญาต




เป็นยุนโฮที่โทรเข้ามา....



“ครับ..พี่ยุน” ชางมินรับสาย พร้อมกับเดินออกมาจากโต๊ะ




“มินคือว่า พรุ่งนี้พวกเราจะทำปาร์ตี้บาร์บีคิวทานกัน....นายว่าไง” ยุนโฮถาม




เมื่อคุยโทรศัพท์จบก็เดินเข้ามาในงานเลี้ยงและนั่งลงที่โต๊ะ......



เฮคิมมองตามชางมินที่เดินผ่านหน้าเธอไป.....โดยที่เค้าไม่ได้มองมาทางเธอเลยซักนิด




เฮคิมขอตัวผู้เป็นพ่อออกไปจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เดินเข้ามาในสวนหย่อมเล็กๆที่เป็นมุมพักผ่อนสบายๆนั่งลงที่ชิงช้าไม้สีน้ำตาลเข้ม คิดอะไรไปเรื่อยๆ......มองแสงไฟที่ประดับประดาหลากสีสัน ทำยังไงถึงจะได้คุยกับเค้านะ เธอเองก็คิดไม่ออกเลยจริงๆ ในเมื่อมีโอกาสขนาดนี้ ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรได้



~*~*~*~*~




ชางมินมีสายเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่สมาชิกในวงแต่กลับเป็นเพื่อนเก่าสมัยประถมที่ไม่ได้คุยกันนานแล้ว แถมเธอคนนี้ยังเป็นเพื่อนของแจจุง เพราะอยู่บ้านใกล้กัน ตอนที่แจจุงยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในโซลเพื่อมาเป็นนักร้อง แต่ก็เคยได้คุยกันบ้างเมื่อก่อนที่ยังไม่มีงานชุกขนาดนี้ ตอนที่เคยเรียนห้องเดียวกัน ถ้าเค้ามีปัญหาเรื่องการเรียนที่ไม่เข้าใจก็จะได้เพื่อนคนนี้คอยช่วยเหลือ...อยู่ตลอด




“ว่าไง ซาอึล” ชางมินรับสายและกรอกเสียงใสๆลงไป




“อยู่ไหนอ่ะ..ชางมิน” เอ่ยถาม




“อ่อ..พอดีวันนี้ชั้นมางานวันเกิดของเจ้านายพ่อกับแม่อ่ะ เธอมีอะไรหรอ” ชางมินเอ่ยถาม




“คือว่าฉันมีเรื่องจะบอก...เทอมหน้าชั้นจะย้ายไปเรียนที่คยองฮีนะ”




“อ่าวหรอ....งั้นก็มหาลัยเดียวกับชั้นน่ะสิ”




ชางมินเดินไปคุยไป จนมาหยุดอยู่ที่สวนหย่อมเล็กๆ ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สายตาของชางมินก้ปะทะเข้ากับหญิงสาวที่เป็นลูกของผู้อำนวยการที่ท่านแนะนำให้รู้จักเมื่อครู่ แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจอะไรเธอคนนั้นนัก มองไปรอบๆก็เห็นว่ามีที่นั่งแค่ชิงช้าตัวนั้นตัวเดียว จึงเดินไปนั่งลงข้างๆ แล้วคุยโทรศัพท์ต่อ....




“อื้มก็ใช่น่ะสิ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจอกันอีกจนได้นะ” ซาอึลหัวเราะออกมาเสียงดัง





“เนี่ยชั้นว่าจะแวะไปหานายอยู่เนี่ย..แต่ยังไม่รู้ว่าจะวันไหนดี ถ้าชั้นว่างจะโทรไปบอกอีกทีก็แล้วกันนะ แจจุงเป็นไงมั่ง”




“OK.!! ได้เลยแล้วชั้นจะไปรับนะ พี่แจหรอ พักนี้ดูเครียดๆ ชั้นก้ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าเป็นอะไร” ชางมินเอ่ยออกมา




“หรอ....ไว้เด่วชั้นจะแวะไปหาทั้งเธอและเค้าเลยนะ เด่วชั้นวางก่อนนะ บ๊ายบายจ๊ะ” ซาอึลเอ่ยบอกเพื่อนก่อนกดวางสาย




“อื้ม..” ชางมินกดวางสายเช่นกัน




เมื่อวางโทรศัพท์ลงก็หันมามองหญิงสาวที่นั่งข้างๆ เฮคิมหันมามองสบตากับชางมินได้เพียงแวบเดียวก็หันกลับไป เอเห็นเค้าใกล้ๆแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ...ชางมินยิ้มที่มุมปากเพียงนิดก่อนเอ่ยพูดกับเธอ




“ไม่เข้าไปข้างในหรอครับ”




เฮคิมยิ้มให้ก่อนตอบคำถาม “รู้สึกเบื่อน่ะค่ะ..เลยออกมานั่งตรงนี้”





ชางมินยิ้มออกมากับคำตอบที่ได้รับ




“งานวันเกิดพ่อคุณเชียวนะ.....เบื่อได้ยังไงกัน” ชางมินพูดยิ้มๆ





เฮคิมไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มเนือยๆก้มหน้ามองลงที่พื้น อย่างใช้ความคิด....




“ถ้าคุณเบื่อข้างใน ผมจะนั่งเป้นเพื่อนก็แล้วกันนะ” พูดจบก็ถอดเสื้อสูทออกมาคลุมให้หญิงสาวที่อยู่ในชุดราตรีเปลือยไหล่.....





“ขอบคุณค่ะ” เฮคิมส่งยิ้มให้เค้าอีกครั้ง





“งานเยอะมั้ยคะ..?” เอ่ยถาม




ชางมินหันมามองหญิงสาว....





“ก็นิดหน่อย.....”




“รู้มั้ยชั้นก็เป็นแฟนเพลงของดงบังชินกินะ” เฮคิมหันไปพูดกับชางมิน พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ที่มีที่ห้อยมือถือเป็นรูปดงบังชินกิด้านนึงและรูปชางมิน ด้านนึงห้อยอยู่ แต่ชางมินเห็นแค่ด้านที่เป็นรูปดงบังชินกิด้านเดียว....ชางมินหันมายิ้มให้เขินๆ ก่อนเอ่ยขอบคุณ




“ขอบคุณนะที่ชอบ” ชางมินเอ่ยขอบคุณที่เธอชอบพวกเค้า




“เออ....นี่แล้วชอบใครเป็นพิเศษรึเปล่าล่ะ ว่างๆจะแวะเอาลายเซ็นต์มาให้ดีมั้ย” พูดยิ้มๆหันมามองที่หญิงสาว





“คุณนั่นแหละ...” เฮคิมพูดออกมาเสียงเบา เหลือบสายตามอง




ชางมินได้ยิน แต่ไม่ค่อยชัดเจนนักจึงเอ่ยถามเธออีกครั้ง....




“อะ....อะไรนะ ชอบชั้นงั้นหรอ?”





“อื้ม...ก็ใช่นะสิ คุณนั่นแหละ”




ชางมินอมยิ้มมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่า มันเขินยังไงก็ไม่รู้เวลาที่รู้ว่ามีคนมาชอบแล้วบอกเค้าตรงๆแบบนี้.....




“เออ...นี่คุณเรียนมหาลัยอะไรหรอ” เฮคิมพูดตัดบทกับท่าทางเขินอายของชางมิน เธอเองก็อายที่ถามเค้าปาวๆ เค้าไม่เห็นจะถามอะไรเธอบ้างเลย แต่ช่างเถอะ ไหนก็มีโอกาสดีๆแบบนี้แล้วไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆหรอก....เฮคิมคิดอยู่ในใจ



“คยองฮี....คุณล่ะ?” ตอบและเอ่ยถาม



“อ่อ....นี่คุณ เทอมหน้าชั้นจะย้ายไปเรียนที่นั่นน่ะ....พ่อบอกว่าที่นี้การเรียนการสอนเยี่ยมมากๆเลย ท่านเลยจะให้ชั้นย้ายไปเรียน” เฮคิมพูดยาวเป็นชุด




“หรอ....งั้นก็ดีสิ มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยนะ” ชางมินยิ้ม





ทั้งสองคนคุยกันเรื่องสัพเพเหระจนมาถึงเวลาที่งานเลี้ยงเลิก จึงพากันเดินกลับเข้ามาในงาน ชางมินขับรถกลับมาที่บ้านดงบังชินกิและผู้เป็นพ่อเป็นคนชับรถกลับบ้านไปพร้อมกับผู้เป็นแม่....




~*~*~*~*~*~





ชางมินก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน ก็เห็นว่าจุนซูเดินลงมาดื่มน้ำในตู้เย็น จึงเอ่ยทักทาย





“ยังไม่นอนอีกหรอพี่จุนซู” ชางมินเอ่ยถามพร้อมกับก้มลงไปถอดถุงเท้า




“ยังอ่ะ..ท่องหนังสือนิดหน่อย พรุ่งนี้มีสอบ” จุนซูพูดจบก็ดื่มน้ำที่เหลืออยู่ก้นแก้ว





ชางมินพยักหน้าแล้วเดินเข้าห้องน้พ อาบน้ำแล้วเข้านอน....เพราะวันพรุ่งนี้ก็มีงานอีกตามเคย หัวถึงหมอนเค้าก็หลับทันที.....







จบฮับจบ Chapter 5

Dong Bung Shin Gi…………..


#9 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:31 PM

Posted Image





Chapter 6






อีกหลายวันต่อมา







ความสัมพันธ์ระหว่างยูชอนและจียองก็เริ่มออกไปในเกณฑ์ดี ยุนโฮและฮัลเจก็เหมือนกัน ส่วนชางมินกับสาวน้อยเฮคิมก็มีออกไปทานข้าวกันบ้าง ชางมินไปรับที่มหาลัยบ้างถ้าเค้ามีเวลาว่างเหลือจากการทำงาน แต่ทั้งหมดก็ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นแฟนกัน เพราะเพิ่งจะรู้จักกัน....ยูชอนนั้นในความรู้สึกข้างในที่มีต่อจียองคิดว่าเธอน่ารักและสดใส ร่าเริง เป็นส่วนนึงที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกชอบเธอ จียองเองไม่ได้หวังให้เค้ามารักเธอ เพียงแค่มีเค้าอยู่แบบนี้ ได้พูดได้คุยกัน ขอแค่เธอได้รักเค้าข้างเดียวก็เป็นสิ่งที่เธอพอใจ ชางมินนั้นยังเด็กอยู่กับเรื่องแบบนี้จึงคบกับเฮคิมในฐานะเพื่อนที่คอยปรึกษากัน เค้าก็ไม่กล้าที่จะทุ่มเทให้ใคร เป็นเพราะเค้าไม่เคยรักใครเลยกลัวที่จะรักหรือว่ามีใครที่อยู่ในหัวใจเค้าเองก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกัน ยุนโฮและฮัลเจเป็นคู่ที่ดูแล้วไม่หวือหวาคบกันคอยปรึกษากันในเรื่องต่างๆ ยุนโฮเองถึงแม้จะชอบฮัลเจมาก แต่เค้าก็ขอใช้ความรู้สึกของตัวเองศึกษาหญิงสาวคนนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าเค้าจะรู้สึกว่ามันพอแล้วและเธอคือคนที่ใช่สำหรับเค้าจริงๆ จึงให้เธอเป็นเพื่อนหญิงคนนึงที่พิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่น ส่วนฮัลเจเองถึงแม้ว่าจะรู้ว่ายุนโฮชอบเธออยู่ลึกๆ แต่ก็ไม่เคยได้ยินคำว่าชอบจากเค้าแม้สักครั้งเดียว แต่เธอก็พอใจที่จะไปไหนมาไหนกับเค้า เพราะเค้าไม่เคยทำร้ายเธอและเป็นสุภาพบุรุษมากทีเดียว....เป็นเพื่อนชายที่เธอไว้ใจก็ว่าได้


ความรักของแจจุงดูท่าทางเค้ากับโซลิคงจะไม่มีทางจะกลับมาเป็นได้เหมือนเดิม.......เพราะในวันนี้โซลิจะต้องหมั้นหมายกับลูกนักธุกิจใหญ่ คิม จองฮุน ที่ต้องแต่งงานกันเพื่อเกื้อหนุนธุรกิจ.....


~*~*~*~*~*~*~*~


และในวันเดียวกันนี้ ดงบังก็ถูกรับเชิญให้ไปงานหมั้นงานหนึ่ง ซึ่งเจ้าของงานเป็นสปอนเซอร์ให้ จึงได้รับเกียรติมาเป็นพยานในการหมั้นหมาย....ครั้งนี้ โดยที่ดงบังรู้แค่เพียงว่าเป็นงานของสปอนเซอร์ให้วงเค้า


~*~*~*~*~*~*~*~*~






@ SM ENTERMENT




“นี่พี่รู้มั้ยอ่ะว่า สปอนเซอร์คนไหน” จุนซูเอ่ยถามยุนโฮ ขณะนั่งทำผมอยู่หน้ากระจก



“ไม่รู้สิ...คุณลีไม่เห็นบอกเลย บอกว่าเป็นสปอนเซอร์เรากับบริษัท” ยุนโฮเอ่ย



“หรอ” พูดพลางจับผม ลูบๆคลำๆ



“อยากรู้นะเนี่ย....” ยูชอนเสริมขึ้นมาอีกคน




“เอาน่า....ถึงงานก็รู้เองแหละ” ยุนโฮตอบ







ชางมินกับแจจุงนั่งฟังเฉยๆกับบทสนทนา เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
เพราะชางมินไม่ค่อยชอบพูดแต่มักจะชอบฟัง แต่คนที่ผิดปกติคือแจจุง
เพราะยังคงเครียดกับเรื่องของตัวเองอยู่....เลยทำให้เค้าพูดน้อยลง
และไม่ค่อยแกล้งแหย่เพื่อนๆเหมือนเมื่อก่อน.....



~*~*~*~*~*~*~*~*~*~





ผ่านไปพักใหญ่






เมื่อทุกคนแต่งหน้าทำผมเสร็จก็เดินมาขึ้นรถตู้ที่หน้าบริษัท เรื่องนี้ทางบริษัทเก็บเงียบเอาไว้ไม่ได้บอกแฟนคลับเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นทางการ คงให้แฟนคลับเข้ามาไม่ได้เพื่อรักษาเกียรติของเจ้าของงานด้วย.....




เมื่อมาถึง......โรงแรมที่ใช้จัดงานหมั้นของ คิม จองฮุน และ เคียว โซลิ




ทั้ง 5 คนที่อยู่ในชุดสูทที่ดูสุภาพและเรียบร้อย ก้าวลงมาจากรถทีละคน พวกเค้ารู้สึกแปลกๆเหมือนกันที่ก้าวลงมาจากรถแล้วไม่มีแม้แต่เสียงกรี๊ดดของแฟนๆ แต่ก็เข้าใจว่าวันนี้เป็นงานที่ค่อนข้างมีแต่ผู้บริหารระดับสูงและต้องการความเรียบร้อย...




ผู้บริหารบริษัท SM ENTERMENT เดินนำเข้าไปในงานเป็นคนแรก ตามด้วย ยุนโฮ แจจุง จุนซู ยูชอนและชางมิน





เมื่อเข้ามาในงานทุกคนก็นั่งลงในโต๊ะที่ถูกจัดไว้ให้และพูดคุยกันตามปกติ เนื่องจากรอเจ้าบ่าวและจ้าวสาวออกมายังหน้าเวที







ผ่านไปอีกพักใหญ่.........





เสียง MC เดินออกมา....พร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง




“สวัสดีครับ..ทุกท่าน ได้เวลาอันสมควรแล้วนะครับ ที่จะเริ่มพิธีหมั้นหมายในวันนี้ ”





“งั้นผมไม่รอช้านะครับ..ขอเชิญเจ้าบ่าวและเจ้าสาวออกมาด้านหน้าเวทีเลยดีกว่าครับ”





สิ้นเสียงของ MC ทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็เดินจูงมือกันอกมา



ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ทำให้ยุนโฮที่มองอยู่ถึงกับอึ้งไป ส่วนแจจุงนั้นทั้งช๊อคทั้งตัวชา เค้าทำอะไรแทบไม่ถูก ไม่รู้ว่าทำไมขามันถึงได้สั่นชาแบบนี้ รู้สึกว่าหัวสมองมันบีบรัด ดวงตาพร่ามัว หูแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้างเลย โซลิ คุณจริงๆหรอ แจจุงถามตัวเองอยู่ในใจ......เค้าตาฝาดไปรึเปล่า พยายามเพ่งมองอีกครั้ง ก็คิดว่าเค้าคงมองไม่ผิด แจจุงหันหน้ากลับมา กำมือเข้าหากันแน่ อย่างข่มอารมณ์ความเสียใจที่มีอยู่ข้างใน
ยุนโฮหันมามองที่แจจุง ก็เห็นว่าเค้านั่งก้มหน้าอยู่เงียบๆ ยังไม่กล้าที่จะพูดอะไร แต่คิดว่าเค้าคงจะเห็นหญิงสาวที่อยู่บนเวทีแล้ว.......





แจจุงไม่เงยหน้าขึ้นมามองใครทั้งนั้น มีเพียงน้ำหยดใสๆที่ไหลลงมาอาบแก้ม เค้าผิดเองที่เคยทำผิดกับเธอแล้ววันนี้จะมาเสียใจอะไร แจจุงคิดในใจ เค้าไม่ได้โทษเธอที่เธอจะมีอนาคตที่ดีกับคนอื่น แต่เสียใจที่เคยละเลย มองไม่เห็นค่าและความห่วงใยของหญิงสาว คนที่เค้ารักมากที่สุด เป็นเพราะเค้ารัก เค้าถึงไม่อยากทำให้เธอเสียใจ......





ยุนโฮยื่นมือไปตบไหล่แจจุงเบาๆ เพื่อต้องการปลอบใจ.....





แจจุงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ใช้ฝ่ามือใหญ่เช็ดน้ำตาที่ไหลลงมาไม่ยอมหยุดและเงยหน้าขึ้นมา ทำตัวและสีหน้าให้เป็นปกติ.....




เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เป็นจังหวะเดียวกับที่โซลิและคู่หมั้นนั่งลงที่เก้าอี้ที่ถูกจัดไว้บนเวที ตรงกันข้ามกับโต๊ะที่แจและเพื่อนๆนั่งเป็นโต๊ะแรก จึงทำให้มองเห็นกันและกันได้อย่างชัดเจน......





เมื่อโซลิสบตากับแจจุงได้ไม่นาน เธอก็หมดสติไปทันที ทุกคนในงานต่างพากันตกใจอย่างมาก ที่อยู่ดีๆเจ้าสาวเป็นลมหมดสติแบบนั้น......




แจจุงวิ่งถลาเข้าไปหา......แต่ก็ช้าไปกว่าจองฮุนที่ช้อนร่างบางมาไว้ในอ้อมกอด ก่อนเดินออกไปแล้วพาเธอไปโรงพยาบาล





~*~*~*~*~*~*~


แจจุงโดนตำหนิอย่างแรงกับสิ่งที่เค้ากระทำลงไป.....ผู้บริหารไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าถึงต้องทำแบบนั้น ทั้งๆที่เธอและแจจุงก็ไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ทำไมต้องวิ่งเข้าไปช่วยทั้งๆที่คู่หมั้นเค้าก็ยืนอยู่ทั้งคน…แจจุงยอมรับการตำหนิจากผู้บริหาร โดยไม่ต้องการชี้แจงอะไร ที่ผู้บริหารพูดมันก็เป็นเรื่องจริงเค้ากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกันเลย แล้วเค้ามีสิทธิ์อะไรวิ่งเข้าไปช่วย


~*~*~*~*~*~*~





เมื่อกลับมาถึงบ้าน





อีก 3 คนรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าหญิงสาวคนนั้นเป็นแฟนเก่าของแจจุง ก็ทำให้พลอยเศร้าตามกันไปด้วย.....




ทุกคนมองแจจุงที่เดินหน้าซึมๆเข้ามาเป็นคนสุดท้าย มองหน้ากันไปมองหน้ากันมาแล้วก็เป็นยุนโฮที่พูดขึ้นก่อน




“อย่าคิดมากนะเพื่อน...” ยุนโฮเอ่ยออกมา น้ำตาคลอๆ





“พี่...แจจุง” ชางมินเรียกเค้าให้หันมา แล้วกอดไว้ด้วยความห่วงใย





ทุกคนเดินเข้ามาหาแจที่ตอนนี้จิตใจเค้าอ่อนล้า ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง ความอบอุ่นจากดงบังชินกิอีก 4 คนทำให้แจจุงรู้สึกดีขึ้นมาก แต่ก็ยังเสียใจอยู่ลึกๆ ทั้ง 5 คนกอดกัน น้ำตาทุกคนเอ่อคลอ แจจุงเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวเมื่อเพื่อนๆห่วงใยเค้าแบบนี้มันทำให้รู้สึกสุขใจจริงๆ......


~*~*~*~*~*~*~






หลายเดือนต่อมา






เรื่องการหมั้นของโซลิก็ยังไม่ได้ถูกจัดขึ้นอีก เพราะหญิงสาวไม่ยอมหมั้นโดยไม่ทราบเหตุผล เธอพยายามที่จะตามหาแจจุงว่าเค้าพักอาศัยอยู่ที่ไหน แต่ก็ยังไม่สามารถพบเจอเค้า….





ส่วนแจจุงและดงบังชินกิก็ต้องทำงานอย่างหนัก วึ่งเป็นชาวงโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 3 งานทั้งในเกาหลีและต่างประเทศชุกซะจนพวกเค้าไม่มีเวลาทำอย่างอื่น แจจุงนั้นถึงแม้จะทำงานหนักแค่ไหน แต่เค้าก็ไม่เคยลืมเรื่องราวที่เจอโซลิในงานหมั้น ภาพใบหน้าของเธอเค้าจำได้ติดตา ว่าสีหน้าเธอตกใจแค่ไหน ที่เห็นเค้าอยู่ตรงนั้น....





และในช่วงนี้เป็นช่วงที่เค้าจะต้องเดินทางไปโปรโมทอัลบั้มชุดที่ 3 ที่ต่างประเทศ....ทางบริษัทจึงให้เวลาพักผ่อนก่อนเดินทางเป็นเวลา 1 อาทิตย์เพื่อฟิตร่างกายให้พร้อมสำหรับการเดินทาง


~*~*~*~*~*~*~






บ้านของโซลิ







โซลินั่งคิดเรื่องการตามหาแจจุงอยู่บนเตียงนอนนุ่มสีขาวนวล คิดว่าจะไปตามแจจุงจากที่ไหนก่อนดี....เมื่อวานก็ไปมาตั้งหลายที่ ก็ยังไม่พบ ถ้าจะให้เธอถามถึงดงบังชินกิตรงๆว่าพวกเค้าพักอยู่ที่นี่ ที่นั่นมั้ย คงไม่มีเจ้าของคอนโดที่ไหนจะยอมบอก เพราะเรื่องที่อยู่ของดารานักร้องมักจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ....แต่ถ้าจะไปที่บริษัทมันก้จะดูโจ่งแจ้งเกินไป






แล้วอยู่ดีๆ เธอก็ปิ้งไอเดียร์นึงขึ้นมาได้ว่าเธอรู้จักกับเพื่อนคนนึงของแจจุง ที่ชื่อว่าซาอึล ตอนนั้นที่เธอกับแจคบกัน ก็จะมีซาอึลคอยช่วยเหลือ....ในทุกๆเรื่อง นานมาแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกับซาอึลเลย เรานี่แย่จริงๆโซลิคิดตำหนิตัวเอง ที่พอเวลามีเรื่องทุกข์ใจถึงได้นึกถึงเธอคนนี้ แต่เธอกับซาอึลก็สนิทกันพอสมควร ก็เพราะซาอึลเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ของแจจุงนั่นเอง สิ้นสุดความคิด โซลิก็เปิดสมุดโทรศัพท์ที่เคยจดไว้เมื่อตอนมัธยมมาเปิดดู ก็พบเบอร์บ้านของฮองซาอึล จึงกดโทรไปหาทันที......





~*~*~*~*~*~*~






บ้านของฮองซาอึล







ฮอง ซาอึล <เด็กนู๋เซีย....คิคิ โผล่แล้ว>






“กริ๊งงงงงงง....กริ๊งงงงงงงงง” โทรศัพท์บ้านดังขึ้น





ซาอึลที่กำลังบีบนวดให้คุณย่าอยู่ หยุดมือแล้วเดินมาที่โทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะ แล้วรับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังอยู่





“สวัสดีค่ะ...บ้านตระกูลฮองค่ะ ต้องการเรียนสายกับใครคะ?” ซาอึลรับสาย





โซลิเงียบไป กำลังคิดอยู่ว่าจะใช่ซาอึลรึเปล่านะ เพราะน้ำเสียงดูโตเป็นผู้ใหญ่มากกว่าตอนนั้นมาก





“ค่ะ....ขอสายฮองซาอึลค่ะ” โซลิกรอกเสียงลงไป




“ค่ะ....ซาอึลพูด ไม่ทราบว่านั้นใครคะ” เอ่ยถาม




“ซาอึลหรอ....นี่ชั้นโซลินะ จำได้มั้ย?” โซลิตื่นเต้นมากที่รู้ว่าคือซาอึล




“ค่ะ....จำได้ สบายดีมั้ยคะ” ซาอึลเอ่ยถาม




“ค่ะ....ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...ซาอึลคือว่าชั้นมีเรื่องจะขอรบกวนหน่อยน่ะค่ะ” โซลิเอ่ยบอกในจุดประสงค์





“อะไรหรอคะ....บอกมาเลยชั้นยินดีช่วยค่ะ”






โซลิเล่าเรื่องราวที่แจจุงมาเจอเธอในวันที่จะเข้าพิธีหมั้นเมื่อหลายเดือนก่อนให้ซาอึลฟัง เธอต้องการให้ซาอึลไปพบแจจุงแทนเธอ เพื่อนัดเค้าออกมาพบ เพราะคิดว่าถ้าแจจุงยอมออกมาหาเธอก็จะยังพอมีหวัง แต่ถ้าไม่โซลิคงต้องยอมเข้าพิธีแต่งงานตามที่พ่อต้องการและแจจุงจะเป็นผู้ชายคนสุดท้ายที่เธอรัก....





“อ่อ...เรื่องมันเศร้าจังเลยนะคะ”





“ค่ะ....ชั้นอยากพบเค้าซักครั้งนึง แค่ครั้งเดียวก็ยังดี” โซลิเอ่ยเสียงเศร้า





“งั้นพรุ่งนี้ คุณจะได้รับข่าวดีค่ะ” ซาอึลเอ่ยบอกด้วยความมั่นใจว่ายังไงแจจุงจะต้องออกมาพบเธอแน่นอนเธอจะต้องทำให้แจจุงออกมาพบโซลิให้ได้





“ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณจริงๆ” โซลิเอ่ยทั้งน้ำตา แต่ทว่าน้ำเสียงดีใจมาก






ทั้งสองคนวางสาย โซลิยิ้มทั้งน้ำตาเธอดีใจจนไม่รู้จะพูดอะไร รู้เพียงแค่..คิดว่าจะได้เจอแจจุงอีกครั้ง ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก






ส่วนซาอึลเมื่อวางโทรศัพท์จากโซลิก็กดโทรออกหาชางมินทันที.....





“ฮัลโหล..ว่าไง ซาอึล” ชางมินรับสาย





“นี่.....พรุ่งนี้ชั้นจะไปหานะ” ซาอึลเอ่ยบอก




“โห..นี่จะมา เธอนี่เหมือนรู้จังหวะเลยนะเนี่ยว่าชั้นหยุดอ่ะ เก่งชะมัด!!” ชางมินพูดประชด




“อ่ะ..แน่น้อน คนอย่างชั้นมีไรมั่งที่ไม่รู้”




“จ้าๆ..แม่คุณ เด่วพรุ่งนี้โทรมาอีกทีแล้วกันนะ เด่วออกไปรับ แค่นี้แหละ ชั้นจะเข้าห้องน้ำปวดท้อง” ชางมินที่กำลังปวด 4อยู่เอ่ยบอก





“อืมๆ..อะเค บายจ๊ะ” ซาอึลวางสายและเดินกลับไปหาคุณย่าที่รอให้เธอกลับไปนวดอยู่





~*~*~*~*~*~



“ใครโทรมาน่ะลูก” คุณย่าของซาอึลเอ่ยถาม




“อ่อ....เพื่อนสมัยมัธยมน่ะค่ะ”




“แจจุงน่ะหรอ”




“อ่อ...ไม่ใช่ค่ะคุณย่า คนที่เป็นผู้หญิงน่ะค่ะ ที่เคยมาหาแจจุง ที่หน้าตาน่ารักๆ”





คุณย่าพยายามนึกถึงคนที่หน้าตาน่ารักๆที่หลานบอก เพราะดูๆแล้วมีหลายคนจนตาลายเลยที่คอยมาป้วนเปี้ยนหาเพื่อนของซาอึลคนนี้.....





“คนที่เอาชาไต้หวันมาฝากคุณย่าไงคะ คนนั้นล่ะ” ซาอึลนึกออกก็รีบบอกคุณย่า





“อ่อ..แม่หนูโซลิน่ะหรอลูก ย่าจำได้แล้ว เค้าสบายดีมั้ย” คุณย่าเอ่ยถามถึงสารทุกข์ สุกดิบ





“ก็ดีค่ะ...” ปากพูดไป มือก็บีบก็นวดไปด้วย




“เออ....คุณย่าคะ พรุ่งนี้หนูจะเข้าไปในโซลนะคะ แล้วเย็นๆจะกลับ” ขออนุญาต





“อืม..อย่ากลับเย็นนักล่ะ ย่าเป็นห่วง”





“ค่ะ....คุณย่า”





~*~*~*~*~*~*~*~






บ้านดงบังชินกิ ในช่วงเย็น






วันนี้ยูชอนเล่นเกมส์กับจุนซูอย่างเอาเป็นเอาตาย แจจุงเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็นเตรียมไว้.....ส่วนยุนโฮก็ตอบจดหมายแฟนๆในส่วนของเค้า ชางมินก็นอนอ่านหนังสือที่เค้าชอบอ่านเป็นประจำ..และฆ่าเวลาไปในตัวด้วยระหว่างรออาหารที่แจจุงกำลังทำ






“นี่ทุกคนอาหารเสร็จแล้วนะ” แจจุงตะโกนบอก






ยูชอนกับจุนซูมองหน้ากัน ก่อนลุกพรวดพราดลงไปกินข้าวข้างล่าง ยูชอนก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเกมส์วินนิ่งในรอบนี้จะหมดหยดจนลืมกินข้าวกินปลา ตั้งแต่เช้าจนเย็นข้าวยังไม่ตกถึงท้องซักเม็ด…แต่มันก็คุ่มค่าจริงๆ เพราะเค้ายิงเข้าประตูจุนซูไปตั้ง 16 ลูก





สำหรับจุนซู ชินซะแล้วสำหรับการเล่นเกมส์จนไม่ได้กินข้าวแบบวันนี้ แต่เมื่อกลิ่นมันเย้ายวนขนาดนี้ก้อดใจไม่อยู่แล้วเหมือนกัน......




ชางมินเดินลงมาคนสุดท้าย เห็นยูชอนกับจุนซูตักนั่น หยิบนี่เข้าปากก็อดที่จะขำไม่ได้ คงหิวกันมากล่ะสิ คงเพราะเล่นเกมส์กันทั้งวัน....





ทั้ง5 คนรับประทานอาหารพร้อมกัน....และต้องฟังยุนโฮพูดในเรื่องของการแสดงในประเทศต่างๆและคิวที่พวกเค้าต้องขึ้นแสดง.....





~*~*~*~*~





ที่ห้องนอน






ทุกคนต่างนั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง...เพื่อฟังที่ยุนโฮพูด





“เราจะต้องไปที่ ญี่ปุ่น มาเล แล้วก็เออ....ไทยนะ”





“อืม..แฟนๆที่ไทยน่ารักดีนะ รู้มั้ยครั้งแรกที่ไปน่ะ มันตื่นเต้นแค่ไหน ทั้งๆที่พวกเราไม่เคยไปเจอพวกเค้าเลย แต่พวกเค้ากลับรู้จักเราและรักเราขนาดนั้น ชั้นตื้นตันมากเลย จริงๆนะ” ยูชอนนึกภาพแฟนๆที่ไทย





“อืม..นั่นน่ะสิ แฟนๆเยอะมาก ชั้นมองไปน่ะ ทั้งงาน CHANNEL V ทั้งคอนเสิร์ตมีแต่ลูกโป่งสีแดง เสื้อสีแดง มองแล้วตื้นตันชะมัด ที่สำคัญนะ ถ้าไปรอบนี้จะลองขี่ช้างดูสักที อยากจะขี่มานานละ” แจจุงเสริมขึ้น






“อืม...ผมแบบว่าอึ้งไปเลย คนมารอเราที่สนามบินเยอะมาก” ชางมินพูดบ้าง





“เออ....นี่พูดถึงสนามบิน ครั้งแรกที่เราไปน่ะ มีผู้หญิงคนนึงเค้าหกล้มด้วยนะ ผมเห็น แบบว่าเค้าตามนายแหละ..ยูชอน หัวทิ่มเลย 55+ ผมเห็นพอดี ผมก็เลยส่งยิ้มให้ เธอจะได้ไม่เจ็บไง นายก็ไม่หันมามองเค้าเลย” จุนซูพูดพลางทำปากชี้ไปที่ยูชอน





“แฟนๆของชั้นหรอ....ก็ชั้นไม่เห็นจริงๆนี่นา ก็ชั้นกะจะเดินให้เร็วอ่ะ คนเยอะแล้วมันเขิล ชั้นก็จ้ำอย่างเดียวล่ะ 55+ น่าสงสารเธอคนนั้นเหมือนกันนะ ชั้นว่า...” ยูชอนพูดอย่างรู้สึกผิด





“เอาน่า ก็นายไม่รู้ว่าเธอล้มนี่นา อย่าคิดมาก สรุปนี่ละ ประเทศที่เราต้องไปโปรโมทอัลบั้ม 3 ทุกคนโอเคนะ เข้านอนได้ กู๊ดไนท์” พูดจบยุนโฮกล้มตัวลงนอน ตามด้วยสมาชิกที่เหลือ......










จบฮับจบ Chapter 6


Dong Bung Shin Gi…………..


#10 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:32 PM

วันนี้จะพาแฟนฟิคทุกท่าน เข้าชมบ้านดงบังชินกิของข้าพเจ้า(ที่จิ้นเองงง..มามะมาชมกานน)



วันนี้จะพาเข้าไปซอกแซกถึงห้องนอน ห้องน้ำ & ห้องต่างๆภายในบ้าน....แบบไม่มีปิดบัง หุหุ <อย่างกับทำรายการย้อนรอย ตรูส์จาบร้าส์>



Ps* อย่าหาว่าค๊าววบร้าส์ เพราะมันก็บร้าส์เจงๆนั่นล่ะ โหะๆๆๆ (หัวเราะอีกแล้ว เป็นไรมากป่ะฟะ !!) อีกอย่างขอ ขะ ขะ คอมเม้นท์ด้วยเน้





ไม่พูดละไปดูกันเรยย....บ้านดงบังชินกิ (ฉบับคิดเอง...5555+)




เรื่มจาก รูปแบบของบ้าน....ดูดีมิใช่น้อย...ถึงแม้จะดูเป็นแบบไทยไปหน่อยแต่ก็พยายามจิ้นเน้



Posted Image





มุมนี้จะเป็นมุมแรกเลยนะคะ....ที่เข้ามาแล้วจะมองเห็น ห้องนี้หนุ่มๆจะชอบมานั่งเล่น นั่งคุย หยอกล้อกันเป็นประจำ...มุมนี้จะเป็นมุมนั่งฟังเพลงสบายๆกันซะมากกว่าค่ะ บางครั้งสมาชิกบางคนก็แอบงีบหลับไปบนโซฟตัวยาว ก็ดูบรรยากาศซิคะ ว่าน่านอนแค่ไหน
v
v
v

Posted Image




ต่อไปค่ะ..มุมนี้เป็นมุมที่ดิชั้นชอบมากๆเลยเพราะว่ามานั่งบ่อยๆ(โอ๊ยย อ๊ากกกส์ เฮือกก คร่อก ลมหายใจเฮือกสุดท้ายหลังจากโดน ฝ่าเท้าสาวกคาสิโอเปีย) ดูออกแนวโมเดิร์นนิดนึง เป็นมุมที่หนุ่มพูดคุย ฟังเพลงดูหนัง นั่งดู TV ร่วมกัน...
v
v
v
Posted Image





และข้างๆห้องนี้ก็จะเป็นโซนของคอมพิวเตอร์ที่ยุนโฮใช้มุมนี้เป็นประจำ(ขี้เกียจลงรูปคอมของเค้าเองนะ เอาเป็นอันนี้แร้วกานนิ)
v
v
v
Posted Image




ถัดมาอีกห้องเกือบเข้าไปทางด้านหลังของตัวบ้าน แต่เหมือนจะอยู่ในช่วงกลางๆบ้านซะมากกว่า จะเป็นห้องเปียโน ที่ตกแต่งไว้อย่างหรูหราทีเดียว เป็นห้องที่ยูชอนชอบเข้ามาใช้ และจะเป็นจุนซูบ้างเป็นครั้งคราว
v
v
v
Posted Image



ห้องนั่งเล่นหลังบ้าน เป็นมุมสบายๆที่หนุ่มๆชอบมานั่งคุยกันเป็นคู่ๆ นั่งดื่มกันบ้างเป็นครั้งคราว มาวววกันที่ห้องนี้ ดูบรรยากาศซิคะ
v
v
v
Posted Image



ต่อไปก่อนถึงห้องครัว ก็จะเป็นห้องน้ำที่ดูเรียบง่าย เป็นห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน>>หรูชิมิ๊...
v
v
v
Posted Image



มาถึงห้องครัวแสนสะอาด แจจุงใช้ห้องนี้เป็นประจำ มีตู้อบสำหรับทำคุ้กกี้ด้วยเน้
v
v
v
Posted Image


ห้องนี้หนุ่มๆ ก็จะมานั่งพักผ่อนตามอัธยาสัยค่ะ หรือไม่ก็หลบมุมมานั่ง คิดอะไรเพลินๆและทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกันในมุมเล็กๆมุมนี้...>> จดหมายของแฟนๆ จะมากองรวมกันตรงมุมนี้นะคะ เรียกอีกมุมนึงว่า โซฟา แคสสิโอเปีย 55+ คิดได้ไง
v
v
v
Posted Image




ส่วนตรงนี้จะเป็นบันไดขึ้นสู่ชั้น 2



Posted Image



ข่มใจไว้ อยากนอนบ้านเน้จังวุ้ย หุหุ

#11 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:32 PM

มาถึงห้องด้านบน ก้าวพ้นจากบันไดมาก็จะพบ



ห้องนี้เลยค่ะ ห้องที่ใช้ตัดต่อเพลง เกี่ยวกับเรื่องเพลงๆทั้งหมด





Posted Image





ถัดจากห้องอัดเสียงทำเพลงก็จะเป็นห้องซ้อมเต้น ห้องเล็กๆ ที่หนุ่มๆมักจะใช้เวลาส่วนมากอยู่ในห้องนี้ เรียบง่ายแต่ดูดี ฮิ้วววววว





Posted Image





ห้องต่อไป....ห้องนอนหนุ่มๆ เตียงนอนนี่จะจัดเป็นคู่ๆน้า แต่ว่าอยู่ในห้องเดียวกันหมดเลย...น่าร๊ากกซ้า



Posted Image



เตียงนี้ของแจจุง & ยุนโฮ




Posted Image




เตียงนี้ของยูชอน & จุนซู




Posted Image




นี่ของน้องมินมิน ใครอยากนอนกะน้องมินยกมือขึ้น คุคุ




เลี้ยวซ้ายออกไปทางระเบียงจะมีสวนหย่อมๆเล็กที่ถูกจัดไว้ เป็นมุมที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายจากอารมณ์ตรึงเครียด แจจุงเคยใช้บริการมุมมาแล้วจากเรื่องของโซลิ...(จำกันได้มั้ยเอ่ย?)




Posted Image



ถัดออกมาด้านนอกห้องนอนบ้างนะคะ จะเป็นห้องที่จุนซูใช้ดวลเกมส์วินนิ่งกับเพื่อนๆ




Posted Image




ห้องนี้จะเป็นห้องนอนใหญ่ที่พวกเค้าอาจจะใช้นอนรวมกันบนเตียงเดียว 5 คนเลย เวลาที่ต้องการความอบอุ่นมากๆ สังเกตุจากเตียงใหญ่มากๆทีเดียว......มีไว้สำหรับแขกผู้มาเยือน....!!!





Posted Image




สุดท้ายค่ะ.....ห้องน้ำในชั้นบนหะรูหะรามั่กๆ




Posted Image





ครบแย้ววว...เปนไงกันมั่งคะ????

#12 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:33 PM

ขอบคุณทุกเม้นทุกคลิกเลยนะค้า ซึ้งใจ & มีฟามสุข.....

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






Posted Image





Chapter 7



บ้านดงบังชินกิ ในช่วงสาย





“อืดดดดดด อืดดดดดดดดดด” เสียงโทรศัพท์ของชางมินที่สั่นสะเทือนอยู่ที่โต๊ะวางหนังสือหน้าโซฟา




ชางมินที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ ลดหนังสือลงเพื่อเอื้อมมือมาหยิบโทรศัพท์......มองเบอร์แล้วกดรับ




“อืม...อยู่ไหนแล้ว” เมื่อเห็นว่าเป็นซาอึลจึงเอ่ยถามทันทีเพราะวันนี้ตกลงกันว่าจะไปรับเธอมาที่บ้าน




“เนี่ย...ก็สถานีรถไฟใต้ดิน...จูอาน”




“อ่าว....แล้วบอกจะให้ชั้นไปรับ นั่งมาทำไมล่ะ จะถึงบ้านชั้นอยู่แล้ว” ชางมินเอ่ย




“เอาน่า...ชั้นเกรงใจ นายมารับชั้นที่นี่ก็แล้วกันนะ” ซาอึลเอ่ยบอก




“อืม” ชางมินรับคำแล้วกดตัดสาย





อีกพักใหญ่





ซาอึลก็เดินทางมาถึงบ้านดงบังชินกิ พร้อมกับชางมินที่ขับรถออกไปรับมา....หญิงสาวก้าวลงมาจากรถ มองบ้านหลังนี้ของเพื่อนรักอย่างชื่นชอบสีสันสวยงามหลัง สีสันดูเรียบๆ แต่มันก็ดูคลาสสิคมากเช่นกัน




เมื่อเข้ามาในบ้าน





ชางมินก็เอ่ยให้ซาอึลนั่งลงที่โซฟาตัวยาวที่ขาวที่อยู่ในส่วนแรกของบ้านที่สามารถเดินเข้ามาแล้วมิงเห็นก่อนห้องอื่นๆ ซาอึลนั่งลงมองไปรอบๆ รู้สึกว่ามันน่าอยู่มากๆ ชางมินรินน้ำมายื่นส่งให้




“อ่ะ.....ดื่มน้ำก่อน”





“ขอบใจ” ซาอึลรับแก้วน้ำเย็นมาแล้วเอ่ยขอบคุณ




“แจจุงกับเพื่อนๆเธอหายไปไหนกันหมดล่ะ” ซาอึลเอ่ยถาม




“ซ้อมเต้นอยู่ข้างบน....อยากขึ้นไปมั้ย” ชางมินเอ่ยถาม




“อืม...ไปสิ” ซาอึลรับคำ



ชางมินจึงเดินนำขึ้นไปก่อน ซาอึลดื่มน้ำอีกอึกใหญ่จากความกระหายแล้วเดินตามชางมินขึ้นาด้านบน





เมื่อขึ้นมาถึง ชางมินก็เดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องซ้อมเต้น ชางมินก็เคาะประตูก่อนสองสามครั้งก่อนนำร่างสูงใหญ่เดินผ่านเข้ามา ซาอึลเดินตามชางมินเข้ามา แล้วก็รู้สึกว่าเสียงเพลงที่เปิดอยู่ดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง หญิงสาวนิ่วหน้าทีเดียวเพราะเสียงเพลงที่มันทำให้ใจเธอเต้นตึกๆ แต่เมื่อเห็นว่ามีใครเดินเข้ามายุนโฮจึงรีบหยิบรีโมทมาเพื่อปิดเพลง.....





“ทุกคนครับ...นี่เพื่อนผม ซาอึลครับ” เมื่อเห็นว่าเสียงเพลงเงียบลง จึงเอ่ยแนะนำเพื่อนสาว





แจจุงหันควับมาทันทีที่ได้ยินชื่อ ซาอึล......





ซาอึลโค้งให้ทุกคนและส่งยิ้มน่ารักๆไปให้ ทำให้ได้ใจจากสมาชิกเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเซียจุนซู ที่กำลังรู้สึกเหมือนว่าตัวเองมันดูล่องลอย เมื่อหันมาพบกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคนนี้....จุนซูข่มอาการเอาไว้ เค้ารู้
ตัวเองว่าถ้ารู้สึกได้ว่าชอบใครสักคน ตัวเองมักจะชอบมีอาการเปิ่นๆ จนคนที่เค้าชอบรับรู้ได้เอง จนแทบไม่ต้องบอก แต่น้อยครั้งที่เค้าจะรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนเช่นวันนี้ ผมไม่ได้ชอบคนง่ายหรอกนะ แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเขิน ทำไมต้องรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นตัเองเลยก้ไม่รู้เหมือนกัน จุนซูคิดในใจ พลางเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวที่ว่างใกล้ๆเครื่องเสียง....





“Hi..แจ” ซาอึลทักทายเพื่อนที่เดินยิ้มเข้ามาหา





“ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนเลย ว่าจะมาน่ะฮะ” แจจุงค่อนขอด




“ชั้นอยากให้นายประหลาดใจไงเล่า...” ซาอึลเอ่ย





แจจุงยิ้มบางๆ ให้กับเพื่อนหญิงคนเดียวที่เค้าสนิทด้วย....เพราะเธอกับเค้าสนิทกันมาก ถึงแม้ตอนนั้นซาอึลมีเหตุที่ต้องทำให้เรียนช้า ไปกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน เนื่องจากปัญหาที่บ้าน เธอจำได้ว่าตอนนั้นแจจุงเรียนนำเธอไปหลายขุมแล้ว จากที่เธอหยุดเรียนไปสองปีและทำให้ได้มาเรียนที่เดียวกับชางมินในตอนนี้ แต่ว่าแจจุงกลับเรียนช้าไปกว่าเธอเพราะงานที่รัดตัว หลังจากที่หนีออกมาจากบ้านเมื่อหลายปีก่อน ทำให้การเรียนต้องหยุดกลางคัน....






จุนซูมองซาอึลไปมาผ่านๆ ไม่กล้ามองตรงๆเพราะกลัวว่าเธอจะรู้ความจริงในใจตอนนี้ เค้าเองก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องอายด้วยเวลามองหน้าหญิงสาวคนนี้ แถมยังเดินไม่ถูกทาง พูดก็ติดๆขัดๆ ไม่เป็นตัวเองเอาซะเลย ถึงแม้รู้ตัวเองดีว่าจะเปิ่นไปนิด แต่ก็ไม่เคยเสียสมดุลในร่างกายมากขนาดนี้ นี่เรากำลังเป็นอะไรกันแน่นะ ถามตัวเองอยู่ในใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้น




“นี่จุนซู....” เสียงของพี่แจจุงไม่ได้ทำให้น้องชายตื่นจากภวังค์ความคิดที่มีได้เลย




ซาอึลมองคนข้างๆแจจุงด้วยความสงสัยที่แจจุงแนะนำให้รู้จักแต่เค้ากลับเฉย เหมือนไม่ได้ฟังและไม่ได้ยินเอาซะเลย...





“นี่...ยูชอน” ยูชอนโค้งทักทาย และซาอึลเองก็โค้งรับเช่นกัน




“จุนซู...” แจจุงเอ่ยเรียกพร้อมกับเขย่าที่ตัวเค้าเบาๆ




“ฮะ...ขะ..ครับ” เพิ่งตื่นจากภวังค์ความคิด




“นี่ฮองซาอึลนะ...เพื่อนพี่สมัยเรียน เป็นเพื่อนกับชางมินด้วย ซาอึล นี่...จุนซู” แจจุงแนะนำคนทั้งสองให้รู้จักกัน...ทั้งสองคนเมื่อฟังแจจุงพูดจบต่างก็โค้งให้กัน แต่คงเพราะระยะที่ใกล้กันไปหน่อย เมื่อก้มลงโค้งให้แก่กันเพื่อทักทาย ศรีษะของคนทั้งสองก็กระทบกันอย่างจัง แรงจนจุนซูเซถอยไปข้างหลัง






“โอ้ยยยย!!!” ทั้งสองร้องออกมาเกือบจะพร้อมกัน ต่างคนต่างมึนกับแรงกระแทก






ทั้งหมดที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหัวเราะชอบใจ ซุ่มซ่ามพอกันทั้งคู่....





จุนซูเงยหน้าขึ้นมาใบหน้าแดงกล่ำที่เดียว เนื่องจากรู้สึกเขินอายเอ่ยถามขึ้น....เมื่อเห็นว่าซาอึลใช้มือนวดอยู่ที่หน้าผากเบาๆ




“ขอโทดนะครับ...คือผมไม่ได้ตั้งใจ” จุนซูเอ่ยปากขอโทด





ซาอึลยิ้มบางๆเจือหัวเราะเธอเองต่างหากที่ซุ่มซ่าม...เค้าไม่ผิดอะไรซักหน่อยนึง ขอโทดเธอทำไมกันล่ะ....






“ไม่ต้องขอโทดชั้นหรอกค่ะ....คุณก็เจ็บเหมือนกันนะ” ซาอึลส่งยิ้มให้อีกครั้ง




จุนซูที่ได้ฟ้น้ำเสียงนุ่มๆหวานๆ ก็รู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูก เค้าเขินไปกี่รอบแล้วนะเนี่ย เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิงคนนี้....จุนซูคิดในใจกับความรู้สึกใจง่ายของตัวเอง..





“อะแฮ่มๆๆ...มากไปๆๆ” แจจุงแซวขึ้น ที่ทั้งสองทำท่าทางเหมือนคู่รักที่รักกันมานานมีมาห่วงใยกันด้วย ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันวันนี้วันแรก ที่เป็นเอามากก็คงจะเป็นจุนซูที่แก้มแดงทุกๆครึ่งวิ..อะไรมันจะถูกใจจอร์ชปานนั้น แจจุงคิดไปขำไป..สงสัยน้องชายคนนี้จะตกหลุมยัยซาอึลซะแล้วมั้ง...





~*~*~*~*~*~*~*~





ผ่านไปพักใหญ่





ทุกคนรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงเย็น เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแจจุงอาสาขับรถกลับไปส่งซาอึลที่บ้านเพื่อคุยอะไรกันสักหน่อย...ความต้องการของซาอึลคือเรื่องของโซลิ






เมื่อขับรถมาได้ครึ่งทาง แจจุงก็แวะจอดร้านฟาสฟู้ดข้างทางตามความต้องการของซาอึล







“ให้ชั้นจอดทำไมเนี่ยฮะ..” แจจุงเอ่ยถาม







“ชั้นมีเรื่องต้องคุยกับนายน่ะสิ” ซาอึลพูดออกไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง ไม่ติดขัดแม้สักคำ พร้อมกับเดินนำแจจุงเข้ามาในร้าน...






แจจุงทำหน้าสงสัยในคำพูดของเพื่อนสาว แต่ก็รอจนซาอึลพูดประโยคต่อมา...







“นายยังรักโซลิอยู่รึเปล่า?” ซาอึลเอ่ยถาม







แจจุงเบือนหน้าหนีทันที เมื่อได้ยินชื่อ..ของคนที่เค้ารัก ไม่ใช่ไม่อยากฟัง เพียงแต่ยังเสียใจ ยังไม่ต้องการให้ตัวเองเสียใจมากกว่านี้ ถ้าซาอึลจะมาถามเรื่องที่โซลิแต่งงานกับคนอื่น...เค้าก็ไม่อยากพูดถึงมัน






“อย่าถามชั้นเรื่องเค้าเลยนะ....ชั้นไม่อยากพูดถึงมันอีก” แจจุงเอ่ยขึ้นก่อน






“นี่....นายฟังก่อนไม่ได้รึไงล่ะ?” ซาอึลเอ่ยบอก





แจจุงก็ยังหันหน้ามองออกไปอีกทาง ทอดสายตากลมโตที่เหมือนคนสิ้นหวังเมื่อพูดถึงเรื่องคนรักเก่า เค้าไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวโซลิอีกแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ เสียใจจนมันชินชา เจ็บจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว.....






Posted Image






“พอเถอะ!!!..ถ้าจะมาพูดเรื่องที่เค้าแต่งงานกับคนอื่น ชั้นไม่อยากฟัง!! ไม่ต้องการตอบคำถามอะไรทั้งนั้น!!” แจจุงหรี่ตาลงเพื่อกลั้นน้ำตาไว้....




“ตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา...ฉันมีนิสัยแบบนั้นใช่รึเปล่า มีนิสัยที่คอยซ้ำเติมเพื่อนงั้นหรอ?” ซาอึลเอ่ยออกมาอย่างน้อยใจและเสียใจที่โดนแจจุงตวาดแบบนั้น





แจจุงเงียบไปอึดใจ นั่นสินะ ซาอึลเธอต่างหากที่คอยช่วยเหลือชั้นเวลามีปัญหา...มีเธอคนเดียวจริๆที่คอยช่วยเหลือ




“ชั้นขอโทษนะ....” หันมาเอ่ยขอโทดกับเพื่อนสาว





“เรื่องโซลิว่าไงงั้นหรอ?” เอ่ยถามขึ้น




ซาอึลหันหน้ากลับมามองใบหน้าหวานใสที่มองมาอย่างต้องการคำตอบ....




“เธอต้องการพบกับนาย” ซาอึลบอกเพียงแค่ประโยคสั้นๆ เพราะคิดว่าใจความของเนื้อหาทั้งหมดก็มีเท่านี้ ซาอึลอยู่นิ่งๆเพื่อรอดูอาการ....แต่แจจุงก็ยังเงียบ



“เธอบอกว่าเธอจะสู้....ถ้านายยอมออกไปพบสักครั้ง....มันแปลว่าเธอยังมีความหวัง” ซาอึลพูดพร้อมเอี้ยวใบหน้าไปมองเพื่อนที่นั่ง ใช้นิ้วเรียวบีบที่หว่างคิ้ว แสดงให้เห็นถึงความลังเลที่มีอยู่ในตอนนี้ คงรู้สึกเครียดสินะ ทั้งที่จะตัดก็ตัดไม่ขาด แต่พอจะกลับไปก็ทำใจยากเต็มที เพราะโซลิเองก็มีแฟนใหม่เป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว...




แจจุงหยุดเงียบอย่างใช้ความคิดที่มีหลายๆความรู้สึกหลั่งไหลเข้ามาในตอนนี้ ไม่รู้ว่าควรจะพบกับเธอคนนี้อีกดีหรือป่าว....เธออยากพบเค้าเพราะอะไร พบเพื่อที่จะบอกให้เค้าเลิกสนใจเธอหรือพบเพื่อปลอบใจหรือพบเพื่อส่งท้ายก่อนเธอแต่งงาน ความต้องการของคุณคืออะไร....แจจุงถามตัวเองในใจ ก่อนให้คำตอบ...




แจจุงไม่ตอบคำถามอะไร....ซาอึลก็ไม่คิดว่าแจจุงจะพูดยากมากกว่าทุกครั้ง ปกติแล้วขออะไรก็ได้อย่างใจสั่ง แต่สำหรับเรื่องนี้กลับไม่ยอมทำตามเลยจริงๆ ซาอึลจึงปล่อยเลยตามเลย แล้วคงต้องกลับไปขอโทษโซลิที่ช่วยเหลืออะไรไม่ได้เลย.....





เมื่อมาถึงหน้าบ้านของซาอึล แจจุงก็เดินลงมาส่งและรอให้เพื่อนสาวเข้าบ้าน




คุณย่าของซาอึลเดินมาเปิดประตู.....





“สวัสดีครับ..คุณย่า” แจจุงเอ่ยทักทาย




คุณย่าเงยหน้าขึ้นมามองในน้ำเสียงที่คุ้นเคย ก็พบว่าเป็นแจจุงจริงๆ




“แจจุง....โอ้โห หล่อขึ้นเยอะเลยนะเรา...สบายดีมั้ย?” ย่าเอ่ยถาม




“สบายดีครับ...คุณย่าล่ะครับเป็นยังไงบ้าง” พูดพลางเดินจูงคุณย่าเข้ามาในบ้าน




“สบายดี....ว่าแต่ทานข้าวมารึยัง ทานด้วยกันมั้ย”




“ทานมาแล้วครับ....ยังอิ่มอยู่เลย ไว้โอกาสหน้าผมจะมาทานข้าวกับคุณย่านะครับ” แจจุงเดินพาย่ามานั่งลงบนฟูกนิ่มๆที่ปูเพื่อให้คนแก่เอนหลังได้สบาย




ซาอึลมองสีหน้าผู้เป็นย่าที่ดูดีใจที่ได้เจอกับแจจุง สีหน้าดูมีความสุขพิลึกจริงๆ.....อดอมยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นคุณย่าพูดไม่ยอมหยุด....





แจจุงอยู่คุยกับคุณย่าพักใหญ่ก่อนขอตัวกลับ.....




ซาอึลเดินมาส่งแจจุงที่รถ...ที่จอดไว้หน้าบ้าน....แจจุงเปิดประตูก้าวขึ้นรถ



“ขับรถดีดีนะ...แล้วชั้นจะไปหาอีก บอกทุกๆคนด้วย” ซาอึลยังลังเลกับคำถามที่ถามแจจุงเรื่องโซลิ แต่เค้าคงไม่อยากตอบจิงๆนั่นล่ะ ถึงได้ทำเป็นลืมแบบนี้




“ฝากบอกโซลิด้วยว่า....พบกันในที่ที่เป็นของเรา” แจจุงเอ่ยบอกก่อนกระชากเฟอรารี่สีแดงสดออกไปจากหน้าบ้านซาอึล....ซาอึลที่ได้ยินประโยคนั้นถลึงตาโต แล้วก็อมยิ้มออกมา โบกมือให้เพื่อนรักที่ขับจากไปจน
ลับตา





เมื่อกลับมาถึงบ้านแจจุงก็รีบเข้านอน ปัญหาที่มีอยู่ตอนนี้มันหนักอึ้งหัวสมองไปหมด ไหนจะเรื่องงาน ไหนจะเรื่องโซลิ และอีกหลายๆเรื่องที่เค้าต้องใช้ความคิด....คิดจนชิน จนทำให้รู้สึกว่านอนไม่หลับ..อยู่บ่อยๆ





เรื่องโซลิคงต้องเคลียร์กันก่อนที่เค้าเองจะเดินทางไปต่างประเทศเพื่อไปโปรโมทอัลบั้มชุดล่าสุด......หวังว่าซาอึลคงช่วยได้




~*~*~*~*~*~*~*~




รุ่งเช้า




วันนี้ทุกคนแปลกใจจริงๆที่จุนซูไม่หมกมุ่นอยู่กับเกมส์วินนิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่ต้องนั่งเล่นทุกวันจนบางครั้งข้าวปลาแทบไม่ได้กิน แต่วันนี้...แปลกซะจน งงไปกันเลยทีเดียว




จุนซูนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้านนั่งขุดดินเอาดอกไม้ตั้งหลายชนิดมาปลูก...ไว้ ทั้งๆที่ไม่เคยทำ




ยูชอนที่ตามหาตัวเพื่อนคนนี้อยู่ ถามหาจากแจจุงบ้าง จากยุนโฮ ชางมินบ้าง ทุกคนบอกว่าเห็นผ่านๆแต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว....ยูชอนได้ยินเสียงใครมานั่งร้องเพลงพึมพำๆอยู่แปลกไม้ดอกไม้ประดับหลังบ้าน ชะโงกหน้ามาดูก็เห็นว่าเป็นเพื่อนรักจุนซู จึงเอ่ยเรียก




“จุนซูจ๋า...ทำไรอยู่เนี่ย” ยูชอนเอ่ยเรียกเสียงหวานหยด




จุนซูตกใจนิดหน่อย เมื่อได้ยินเสียง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นยูชอนจึงไม่ค่อยเกร็งมากนัก เพราะเค้าต้องการจะพูดเรื่องๆนึงให้ยูชอนฟังอยู่พอดี....





“นี่ๆ....ดวลป่าวๆ วันนั้นโดนไป 16 ลูกไม่อยากเอาคืนรึไงฮะ...55+” ยูชอนเริ่มพูดก่อกวน




“ไม่อ่ะ....ไร้สาระ ตอนนี้มีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าวินส์นิ่ง” จุนซูพูดไปมือก็กดดินร่วนรอบๆต้นไม้ที่เอาไปปลูกลงดินเบาๆ




“เออนี่...ทำไมนายไม่ซื้อต้นมะพร้าวมาปลูกล่ะ ได้บรรยากาศนะ” ยูชอนก่อกวนอีกตามเคย




“ไปไหนก็ไปเลยไป....ไปหามาให้เด่ะ เด่วชั้นปลูกเอง” จุนซูเริ่มโกดที่มือไม่พายยังเอาเท้าราน้ำอีก





“โอ๋ๆๆล้อเล่นหน่า ว่าแต่มีเรื่องอะไรสำคัญกว่าเรื่องวินส์นิ่งสุดเลิฟของนายฮะ” ยูชอนเอ่ยถามด้วยความสงสัย






“อยากรู้หรอ...”




“อืมสิ....อยากรู้”




“สัญญาก่อนนะ....ว่าจะไม่ไปบอกใคร คือว่าชั้นอายน่ะ ถึงเวลาแล้วฉันจะบอกเอง”




“นายจำผู้หญิงคนเมื่อวานได้มั้ย...ที่เป็นเพื่อนพี่แจจุงอ่ะ”




“อืม...ทำไม นายชอบเค้าล่ะซี่” ยูชอนพูดอย่างรู้ทัน




“อืมดิ....น่ารักชะมัด สัญญาแล้วนะว่าจะไม่บอกใครก่อนชั้นจะบอก” จุนซูย้ำในคำสัญญา




“อืม....ไม่บอกๆ ชั้นหิวล่ะ เด่วมานะไปหาไรกินก่อน” ยูชอนยิ้มกรุ่มกริ่ม ก่อนเดินออกมาจนกลายเป็นวิ่งแล้วเอาข่าวของจุนซูไปบอกอีก 3คนที่เหลือทันที โดยจุนซูก็ไม่รู้ว่าเรื่องของตัวเองถูกยูชอนน้ำไปแซ่ดซะแล้ว....





ทุกคนยิ้มกันใหญ่ คิดอยู่แล้วว่าทำไม ถึงหน้าแดงได้ทุกๆครึ่งวินาที จริงๆแล้ว...เพราะชอบซาอึลนี่เอง.....!!!!







จบฮับจบ Chapter 7

Dong Bung Shin Gi………….มันสั้นๆทะแม่งๆ แต่ก็ได้ใจความน้า


#13 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:34 PM

ขอบคุณทุกๆคนที่ติดตามและให้กำลังใจมาตลอดนะคะ....




- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -







Posted Image






Chapter 8






หลังจากที่โซลิได้ฟังในสิ่งที่แจจุงบอกเธอผ่านมายังซาอึล






“ พบกันในที่ที่เป็นของเรา ” คำพูดประโยคสั้นๆ ที่ฟังดูแล้วมีความหมายในตัวเอง.....







โซลิมองตัวเองในกระจกอีกครั้งกับชุดที่ถูกเลือกใส่อยู่บนเรือนร่างอันงดงาม....บนเตียงนอนเต็มไปด้วยเสื้อผ้าที่ถูกจับลองแล้ววางไว้ ส่วนชุดที่กำลังใส่อยู่ตอนนี้น่าจะเป็นที่พอใจสำหรับหญิงสาว เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว..หญิงสาวเดินออกมาจากบ้าน ด้วยชุดเสื้อผ้าสบายๆ ที่ใส่ออกมาเป็นเสื้อสายเดี่ยวสีเหลืองผ้าบางพริ้ว พร้อมด้วยกระโปรงระบายมีคลิบลูกไม้ตรงชายสีเขียวอ่อนๆ เนื้อผ้าเดียวกันกับเสื้อ มัดผมเป็นแกะสองข้าง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ใบหน้าไม่ดูซีดจนเกินไป.....คำตอบในใจของหญิงสาวเกี่ยวกับเรื่องที่นัดกับแจจุง “ที่ที่เป็นของเรางั้นหรอ....คุณนี่ใบ้อะไรไม่ยากเลยนะ”







Posted Image





โซลิเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เดินออกมาก้าวขึ้นนั่งบนรถที่มีคนขับรถจอดรออยู่.....






โซลิเงียบอย่างใช้ความคิด .....ก้มหน้าคิดอะไรบางอย่างเงียบๆ “แม่น้ำฮัน” ไงล่ะ แจจุง แม่น้ำฮันที่เป็นที่ของเรา คุณชอบพาชั้นไปเดทที่นั่นบ่อยๆ พาชั้นไปเล่นสกี ไปเดินเล่น เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นคุณก็จากไป ช่วงเวลา 5 ปีที่คุณหายไป คุณไม่ได้บอกชั้นเลยว่าจะไปไหน ชั้นร้อนใจมาก แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง ชั้นหาตัวคุณเท่าไหร่ก็ไม่พบ แต่ชั้นก็ยังรักและเก็บหัวใจดวงนี้ไว้รอเพียงคุณเท่านั้น แล้วคุณล่ะ จะยังมีชั้นในหัวใจเหมือนเดิมรึป่าว ในวงการบันเทิงแบบนั้น ผู้หญิงสวยราวกับนางฟ้า แล้วคุณก็มีข่าวกับพวกเธอบ่อยๆ คุณลีซังอาและอีกหลายๆคน เมื่อไหร่ที่ชั้นอ่านข่าวแล้วพบคุณกับข่าวเกี่ยวกับเรื่องทำนองนี้ ใจชั้นมันหวั่นไหววูบไป เหมือนโดนมีดกรีดแทงที่หัวใจ แต่ในเมื่อคุณเป็นคนเลือกเองที่จะจากไป ชั้นก็คงรั้งไว้ไม่ได้....วันนี้ถ้าคุณมาพบชั้น คุณรู้มั้ยว่าชั้นจะยกเลิกการหมั้นที่ต้องการตัวชั้นไปเข้าพิธีในอีกไม่นานนี้ ขอร้องล่ะนะ ขอให้คุณมาพบชั้นด้วยเถอะ....






โซลิหลับตาลงภาวนา หวังอยากให้ความหวังของตัวเองเกิดขึ้นจริงๆ..ความหวังที่ชั้นจะได้พบคุณอีกครั้งขอให้ไม่ได้เป็นเพียงความฝันอีกต่อไป..





“คุณหนูครับ...จะให้จอดตรงไหนครับ” เสียงคนขับรถเอ่ยขึ้น ขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว




“ตรงนี้แหละค่ะ...ไม่ต้องมารับนะ เด่วชั้นกลับเอง” โซลิเอ่ยบอก ปิดประตูรถแล้วเดินออกมา





ริมแม่น้ำฮันในช่วงเย็น....





โซลิเดินดูรอบๆงานที่วันนี้มีงานดอกไม้ไฟที่ริมแม่น้ำ คอยมาเกือบ 2 ชั่วโมงได้แล้ว แจจุงก็ไร้วี่แววว่าจะมา หญิงสาวเดินมาหยุดอยู่ที่เก้าอี้ไม้ที่ตั้งไว้ริมแม่น้ำ ทอดสายมองออกไปที่ผืนน้ำกว้างใหญ่แจจุงคุณคงลืมชั้นไปแล้วสินะ คงไม่เหลือความทรงจำดีๆระหว่างเราในความรู้สึกของคุณอีกแล้ว....ชั้นควรจะเลิกหวังใช่มั้ย...โซลินั่งเหม่อลอยไปเรื่อยๆ เกือบได้เวลาที่งานแสดงดอกไม้ไฟจะเริ่มขึ้น



~*~*~*~*~*~*~*~*~




แจจุงขับรถอยู่บนถนน จิตใจเร่งรีบที่จะไปให้ถึงแม่น้ำฮัน เพราะคิดว่าโซลิคงรออยู่และรอนานมากแล้ว เค้าเองก็สองจิตสองใจ ตัดสินใจจนคิดว่าควรจะไปหาเธอ



~*~*~*~*~*~*~*~*~





เมื่อมาถึง





แจจุงรับก้าวลงมาจากรถด้วยความรีบเร่ง...ภาวนาขอให้เธอมาที่นี่ เค้าหวังว่าเธอจะมา ความรู้สึกข้างในมันบอกแบบนั้น นี่คือที่ที่เป็นของเรา..




แจจุงเดินกึ่งวิ่งตามหาหญิงสาวที่ไม่รู้ว่าจะพบกันรึเปล่า แจจุงเคว้งคว้างมองไปทางไหนก็มีแต่ผู้คนที่มารอดูดอกไม้ไฟ....




แล้วสายตาก็พลันเจอกับหญิงสาวที่มองด้านหลังแล้วค้ลายโซลิเหลือเกิน แจจุงวิ่งไปกระชับเรียวแขนของ
เธอคนนั้นไว้....





“โซลิ...!!!” เอ่ยเรียก





“อะไรกันคุณ....ชั้นชื่อซองเฮเคียว....ไม่ใช่โซลิ” หญิงสาวต่อว่ากลับมา แล้วเดินไป แต่ก็หันกลับมาอีกเมื่อเห็นว่าเป็นแจจุงแห่งดงบังชินกิ...




“ว้ายยย....ยองอุง แจจุง รึป่าวคะ....กี๊ดดด หล่อจังเลยอ่ะ เธอว่ามั้ย?” พูดพลางถามเพื่อนสาวที่มาด้วยกัน
แต่สายตายังจดจ้องที่คิมแจจุง




แจจุงหลบหน้า เพื่อไม่ให้เธอมองได้ถนัดนักก่อนวิ่งหนีออกมา....





เค้าวิ่งไปตามทางเดินที่อยู่รอบๆแม่น้ำหาจนเหนื่อยแล้วก้ไม่รู้ว่าโซลิอยู่ตรงไหน......




โซลิยังนั่งอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม.....เพื่อรอใครบางคน แต่มันนาน นานเหลือเกินกับการรอคอย....เค้าคงไม่มาแล้วสินะ คงไม่มาแล้ว น้ำใสๆรินเอ่อคลอเต็มสองดวงตา....เจ็บปวดเหลือเกินกับความอ้างว้างและความหวังที่ไม่มีวันเป็นจิงได้.....โซลิสะอื้นจนตัวโยน มันเจ็บปวดจนอ่อนล้า คำถามที่อยู่ในใจชั้น ว่าคุณยังต้องการชั้น ยังรักชั้นอยู่รึเปล่า วันนี้สินะที่มันคือคำตอบ...




น้ำตาของหญิงสาวไหลพรั่งพรูลงมาอาบสองแก้มเนียน....เธออยากจะร้อง ร้องให้กับความหวังลมๆแล้งๆที่ไม่มีวันเป็ฯจิง คุณไม่มีวันกลับมา ตอนเจอกันที่เซจูคุณก็คิดจะหนีชั้นไปโดยที่ไม่คิดจะทักทาย ถ้าชั้นไม่เรียกคุณไว้ชั้นก็คงจะไม่ได้เห็นหน้าคุณอีก ทำไมเราไม่คิดบ้างเลยนะว่าอาการของเค้ามันบอกว่ารำคาญเราซักแค่ไหน..




ยังมัวงมงายว่าเค้าจะกลับมา ยังหวังอะไรอีก โซลิสะอื้นหนักกว่าเดิม....น้ำตาร่วงล่นลงมาไม่หยุด





แล้วอยู่หญิงสาวก็ถูกรวบเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน....





โซลิตกใจมาก พยายามดึงดัน ผลักใส ต่อสู้ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ถึงกับอึ้งไป...แจจุง คุณจิงๆหรอคะ ถามตัว
เองในใจ น้ำตาไหลลงมาอีกด้วยความตื้นตัน....





“ยัยขี้แย....” พูดพลางลูบหัวเบาๆ




โซลิกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น อยากได้อ้อมกอดอบอุ่นแบบนี้มานานแล้ว อ้อมกอดจากผู้ชายที่เธอรัก อ้อมกอดของแจจุง ผู้ชายที่อ่อนโยน ชั้นก็ไม่รู้ว่าหลงรักคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่รู้ตัวอีกทีชั้นก็ถอนตัวไม่ขึ้นซะแล้ว…





แจจุงใช้มือใหญ่ลูบแผ่นหลังของหญิงสาวที่ยังซุกหน้าอยู่ที่แผ่นอกของเค้า...อีกพักนึงโซลิก็ผละตัวออกแล้วมองสบตาของชายหนุ่มที่เธอรัก..





“หน้าผมมีอะไรผิดปกติหรอ?” แจจุงเอ่ยถาม



“คุณรู้ได้ไงคะ....ว่าชั้นอยู่ที่นี่” โซลิเอ่ยถาม



“ยัยขี้แยอย่างคุณน่ะนะ...หาไม่ยากซักหน่อย” แจจุงพูดพลางอมยิ้มหันไปอีกทาง






โซลิกะเถิบหนีออกมานั่งที่เก้าอี้อีกฝั่ง มือที่กอดแจจุงไว้หลวมๆก็เอามากอดที่อกไว้ แสดงอาการว่าเธอไม่พอใจที่เรียกเธอว่ายัยขี้แย....




“ผมพูดเล่นหรอกน่า...” แจจุงพูดพลางชูนิ้วก้อยยื่นให้





โซลิเหลือบมองทางหางตา แอบหันไปยิ้มที่แจจุงง้อเธอแบบนี้....เหมือนเมื่อก่อนเลยที่ไม่ว่าเธอจะเป็นคนผิดหรือไม่ แต่..เค้าก็จะง้อ แบบนี้แหละนะที่ทำให้ชั้นรักคุณจนรักคนอื่นไม่เป็น...




“ดีกันน้า” แจจุงพูดพร้อมแกะมือโซลิงัดเอานิ้วก้อยออกมา เพื่อที่จะให้เธอยอมคืนดี....




“ไม่เอาๆๆๆ ปล่อยนะ ชั้นไม่ดีกับคุณด้วยหรอก ปล่อยซี่ บอกให้ปล่อย ไง..เล่า!!” โซลิขัดขืนไม่ยอมคืนดีง่าย




“วี๊ดดดดดดดด ปัง ปัง ปัง....งงงงง” ดอกไม้ไฟลูกแรกถูกยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า...สวยงามยิ่งนัก





ทั้งสองคนเมื่อได้ยิเสียงก็เงยหน้าขึ้นมอง หยุดการกระทำที่ทำอยู่แล้วตั้งใจดูพุที่สวยงามเจิดจร้าอยู่บนท้องฟ้า....






Posted Image






“สวยจังเลย....ดูสิๆ รูปอะไร ผีเสื้อหรอ ว้าวว สวยมากเลย เน๊อะ คุณว่างั้นป่าวอ่ะ” โซลิพูดป็นชุด





แจจุงมองเธออย่างเอ็นดู สีหน้าของเธอดูมีความสุข ความน่ารักไร้เดียงสาของคุณมันทำให้ผมหลงใหลและอยากอยู่ใกล้ๆ ขอโทษที่ครั้งนึงเคยหนีคุณไป จนคุณต้องว้าเหว่และเสียใจ ผมคงไม่คู่ควรที่จะได้คุณมา...ใช่มั้ย แจจุงคิดทบทวนไปมา ภาพในงานวันหมั้นลอยเข้ามาในห้วงความคิด....มันยิ่งตอกย้ำว่าเธอไม่ใช่ของเค้า ไม่ใช่เลยจริงๆ....แจจุงก้มหน้าลงเพื่อซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหล....





โซลิหันมามองที่แจจุง ที่นั่งก้มหน้าลงเงียบ หญิงสาวก็ก้มหน้าลงไปมองที่หน้าของชายหนุ่ม แล้วเธอก็เห็นน้ำตาที่ไหลลงมา ทำให้รู้สึกตกใจมากทีเดียว....





“แจจุง..เป็นอะไรไปคะ?” เอ่ยถามน้ำเสียงวิตก




“คุณกลับมาหาผมทำไม? ในเมื่อคุณก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ทำไมต้องกลับมา!!” กลับมาทำให้ผมเสียใจเล่น ทำให้
จิตใจผมหวั่นไหวงั้นหรอ ผมไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งเจ้าสาวของใครหรอกนะ ประโยคหลังแจจุงได้แค่คิดในใจ
โซลิตกใจกับคำพูดเมื่อครู่....เงียบไปอึดใจ ก่อนเอ่ยพูดออกมา




“เพราะชั้นยังรักคุณ...!!!” โซลิเอ่ยออกมา พร้อมน้ำตาที่กำลังจะไหล





แจจุงมองจ้องหน้าหญิงสาวด้วยความแปลกใจ ยังรักผม หมายความว่า......กลับมาหาผมงั้นหรอ




แจจุงจ้องมองในดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตา....





“ผมขอโทษ..ที่เคยทิ้งคุณไว้คนเดียว ขอโทษจริงๆ” แจจุงพูดทั้งน้ำตา สะอื้นออกมา




โซลิกอดชายหนุ่มตรงหน้าเอาไว้อย่างปลอบขวัญ ยอมรับว่าเคยโกรธเค้าแค่ไหนตอนที่เค้าหายไป โดยไม่บอกลา แต่นานวันเข้าความโกรธมันไม่มีอยู่ในความคิดอีกแล้ว ความคิดถึงและเจ็บปวดมันเข้ามาแทนที่ เจ็บปวดอย่างมีความหวัง หวังว่าคุณคงจะกลับมาและเราคงได้กลับมารักกัน....




แจจุงซุกหน้าลงที่บ่าบอบบางของหญิงสาว กอดเธอไว้หลวมๆ.....




“ฉันรักคุณนะคะ....คุณคือคนที่ชั้นเลือกแล้ว” คำพูดประโยคนี้ ทำให้แจจุงถึงกับอึ้งไป โซลิไม่เคยพูดอะไรในทำนองแบบนี้เลย แล้วทำไมถึงกล้าบอกกับเรา....





“ขอบคุณที่รักผม.....”




“ทุกๆวันชั้นเฝ้ารอคุณ...รอว่าเมื่อไหร่คุณจะมาหาชั้นที่บ้าน อยากจะไดยินเสียงของคุณทุกๆวัน ชั้นรู้สึกแบบนั้นจริงๆ แต่ก็ได้เพียงแค่หวัง....มันอ่อนใจมาก แต่ชั้นคิดว่าสักวันชั้นจะได้พบคุณและกลับมารักกันเหมือนเดิม นี่คือสิ่งที่ชั้นหวังมาตลอด...เพราะชั้นลืมคุณไม่ได้” โซลิคลายอ้อมกอดออกมา






แจจุงมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกตื้นตัน....





“เราจะกลับมารักกันนะ...ต่อให้มีอุปสรรคแค่ไหน เราก็จะไม่หวั่นไหว ผมสัญญา” แจจุงเอ่ยทั้งน้ำตา





“ค่ะ...” โซลิยิ้มทั้งน้ำตา




แจจุงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาที่แก้มเนียนอย่างเบามือที่สุด....โซลิก็เช่นกันยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ชายหนุ่มที่แก้มเนียนใส ส่งยิ้มให้กันและกัน....




“โซลิ..ขอหอมแก้มทีนึงสิ” ชายหนุ่มหันมาถาม หญิงสาวที่มองดวงดาวบนท้องฟ้าอยู่ที่เก้าอี้ตัวเดิม




“ฮะ...อะ อะไรนะ” หญฺงสาวได้ยินไม่ถนัด





“ยื่นหน้ามาสิจะบอกให้ฟัง” ชายหนุ่มคิดแผนการ




“(จุ๊บบบ)....นี่แหน่ะ” โซลิเอียงหูมาฟังใกล้ๆตามที่เค้าบอก แต่ชายหนุ่มดันถือโอกาสหอมเธอเอาดื้อๆ





“นี่คุณอ่ะ....ฉวยโอกาสชะมัด” โซลิค่อนขอด เขินอายอย่างเห็นได้ชัด




คุณกันได้อีกพักใหญ่ ทั้งสองคนก็กำลังจะกลับ....แจจุงพาหญิงสาวเดินมาที่รถเฟอรารี่สีแดงที่จอดไว้.....







เมื่อหญิงสาวก้าวขึ้นรถ แจจุงก็กระชากรถคันหรูออกไปทันที......






~*~*~*~*~*~*~*~*~







เมื่อมาถึงหน้าบ้านของโซลิ.....เธอก้าวลงมาแล้วโบกมือให้แจจุง....






“ขับรถดีๆนะคะ....กู๊ดไนท์น้า แล้วชั้นจะโทรหา” โซลิเอ่ยบอก





“อื้ม” แจจุงยิ้มรับ ก่อนขับรถออกไป





โซลิชะเง้อมองรถของแจจุงจนลับสายตา หมุนตัวหันกลับมาเพื่อที่จะไขกุญแจเข้าบ้าน แต่แล้วเธอก็ตกใจมากเมื่อคนที่เผชิญหน้าอยู่คือจองฮุน....





“อะ...เออ” โซลิพูดไม่ออก ทั้งตกใจทั้งกลัว





จองฮุนมองหญิงสาวด้วยสายตาคับแค้นในใจ.....เหตุผลนี้สินะ ที่ไม่ยอมให้ดำเนินงานหมั้นต่อ





“นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ยอมหมั้นกับผมใช่มั้ย !” เอ่ยถามเสียงดัง เอื้อมมือไปจับข้อมือเล็กที่กำลังล้วงกุญแจในกระเป๋า..




โซลิจ้องหน้าชายหนุ่มนิ่งๆ อย่างไม่รู้สึกอะไร....เอไม่ผิดที่ไม่ยอมหมั้น เพราะตั้งแต่แรกเธอก็ไม่เต็มใจอยู่แล้ว โซลิจ้องหน้าชายหนุ่มตาเขม็ง....





“ยอมรับความจริงบ้างสิคะ....ว่าชั้นไม่เคยรักคุณเลย” โซลิเค้นเสียงพูด น้ำเสียงเย็นชาจนจองฮุนรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างที่สุด





“ผมขอโทษ....ทำไมคุณไม่เปิดใจรับผมบ้าง ทำไมโซลิ!!” จองฮุนก้มหน้าลง น้ำตารินไหลด้วยความเสียใจ
เค้ารักเธอจนสุดหัวใจ แต่ทำไม ถึงไม่เคยได้หัวใจเธอ ทำไมหัวใจของคุณมันเป็นของใครงั้นหรอ





“กรุณาเอามือออกจากแขนชั้นด้วย” พูดน้ำเสียงแข็ง แล้วพยายามสะบัด






แต่แล้วเธอกลับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของจองฮุน พร้อมกับเรียวปากสีแดงสดที่ประทับลงมาบดเคล้าอย่างดุดันรุนแรง....เหมือนอารมณ์ในตอนนี้






โซลิขัดขืน ต่อต้าน พยายามผลักอกของชายหนุ่มให้ออกจากตัวเธอ..แต่ก็ไม่สำเร็จ เมื่อจองฮุนดื่มด่ำกับเรียวปากบางจนพอใจแล้วจึงคลายเรียวแขนตัวเองออกทำให้หญิงสาวถอยออกมา ฝ่ามือบางประทับลงบนใบหน้าของชายหนุ่มด้วยความโกรธเคือง.....




“เพลี๊ยยยยยยยย...ยยย”




Posted Image




ใบหน้าของชายหนุ่มสะบัดไปอีกทาง ด้วยความแรงจากฝ่ามือที่ประทับลงมา จองฮุนยืนนิ่งเหมือนคนไร้ความรู้สึก ปล่อยให้โซลิวิ่งเข้าบ้านไปโดยไม่ขวางไว้อีก


“ผมขอโทษ” เอ่ยออกมาเบาๆ


ชายหนุ่มเดินกลับไปที่รถ ปิดประตูรถด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น....ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาทุบที่พวงมาลัยด้วยความเจ็บปวดเคืองแค้นในใจ....


ถ้าผมรู้ว่ามันคนนั้นเป็นใคร.....ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่ จองฮุนคิดอย่างอาฆาต เคลื่อนรถออกไปจากหน้าบ้านของหญิงสาว



~*~*~*~*~*~*~*~


แจจุงที่ขับรถกลับมาที่บ้านของหญิงสาวอีกครั้ง ได้เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่ รู้สึกผิดและเสียใจ ที่ทำให้โซลิและผู้ชายคนนั้นต้องทะเลาะกัน.....ผมขอโทษนะโซลิที่ทำให้คุณกับเค้าต้องทะเลาะกัน.....





แจจุงขับรถกลับมาที่บ้าน...ด้วยหัวสมองที่ว่างป่าว



เค้ายังคงเดินมานั่งที่มุมเดิมเมื่อมีเรื่องเครียดหรือเสียใจ สวนหย่อเล็กๆตรงระเบียงข้างห้องนอน ที่ทำให้จิตใจผ่อนคลายทุกครั้งเมือ่ได้เข้ามา..

>

>

>

>

>

แจจุงคิดเรื่องของโซลิจนเผลอหลับไปบนชิงช้า.....ที่อย่ในสวนหย่อม





จบฮับจบ Chapter 8


Dong Bung Shin Gi………….


#14 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:35 PM

มาอัพแย้วน้า...ไปอ่านกานเรยย

Ps* คนแต่งมิซาบายนิโหน่ย....ยังหวายๆ



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -





Posted Image






Chapter 9



รุ่งเช้า






วันนี้เป็นวันที่ครบกำหนดในการพักผ่อนเพื่อเตรียมเดินทางของพวกเค้า เครื่องจะออกในเวลาเที่ยงตรง




~*~*~*~*~*~*~






ทั้ง 5 คนตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่สดใสและเตรียมพร้อม รถของบริษัทมาจอดรออยู่....




ทั้ง 5 คนมาถึงที่สนามบินพร้อมกับแฟนๆจากเกาหลีที่มารอส่งพวกเค้าขึ้นเครื่องบินเพื่อไปยังประเทศไทย....




*~*~*~*~*~*~*~




พวกเค้าฆ่าเวลาด้วยการหลับบนเครื่องบินเพราะกว่าจะถึงก็คงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงทีเดียว แจจุงหลับไปได้พักใหญ่ก็ตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้สาเหตุ ในความคิดตอนนี้คิดถึงแต่โซลิ แต่ไม่อยากเข้าไปเป็นมือที่สาม ทำให้เธอและคู่หมั้นต้องทะเลาะกันอีก แจจุงสับสนคิดวนไปวนมาอยู่หลายรอบ....แต่ก็หยุดความคิดทุกอย่างไว้ เพราะยิ่งคิดก็มีแต่ยิ่งปวดร้าว แจจุงหยิบ I-pod ออกมาจากประเป๋า แล้วเสียบหูฟังที่หูเปิดฟังเพื่อลืมเรื่องราวที่แสนเจ็บปวด...



~*~*~*~*~*~*~





สนามบินสุวรรณภูมิ>> THAILAND ในช่วงเย็น....





Posted Image





ทั้ง 5 คนเดินเข้ามาด้วยความมาดมั่น เมื่อทุกคนเดินทะลุสูประตูทางออก เสียงกรี๊ดดดดจากแฟนๆก็ดังลั่นจนสนามบินแทบแตก พวกเค้ายิ้มด้วยความภาคภูมิใจที่มีแฟนๆมาต้อนรับอย่างอบอุ่นมากกว่าครั้งที่แล้วซะอีก...




ถึงแม้ในช่องทางที่พวกเค้าเดินจะถูกอัดแน่นจากแฟนๆแค่ไหนก็ตามพวกเค้าก็ยังยิ้มอยู่ตลอดเวลา แฟนก็ยังส่งเสียงกรี๊ดอยู่ตลอดเวลา จนเมือทั้ง 5คนขึ้นรถตู้ที่พวกเค้านั่งเคลื่อนตัวออกไปแล้ว เสียงกร๊ดถึงได้บางลง แต่ก็มีแฟนๆส่วนหนึ่งวิ่งตามรถตู้ของพวกเค้าไป






ในรถตู้ของดงบัง.....






“ฮึ๊ยยๆๆๆ ยูชอนๆๆๆ ดูแฟนๆสิ วิ่งตามรถเราใหญ่แล้ว ” จุนซูสะกิดแขนเพื่อนให้ดู





ยูชอนชะเง้อมองตามก็เห็นแฟนๆใส่เกียร์หนึ่งวิ่งตามกันกลุ่มใหญ่….




“นี่เค้าจะวิ่งตามเราแบบนี้ไปถึงโรงแรมรึป่าวเนี่ย เป็นห่วงชะมัด เหนื่อยนะนั่น” จุนซูพูดต่อ





“ถ้าเค้าเหนื่อยก็คงหยุดเองล่ะนะ แต่ว่าไม่อยากให้พวกเค้าวิ่งตามเราแบบนี้เลย จะแก้ปัญหาอะไรแบบนี้ก็ยากซะด้วย บอกไปพวกเค้าก็คงไม่ฟัง” พี่ใหญ่พูดเสริม




“อืม..” แจจุงรับคำเบาๆ





ชางมินเอี้ยวหลังมามองก็ยังเห็นแฟนๆวิ่งตาม แล้วเค้าก็เห็นเด็กผู้หญิงคนนึงล้มลงไปจากการวิ่งตามรถของพวกเค้า...





“เฮ้ยยย....พี่เธอล้มลงไปอ่ะ” ชางมินเอ่ยบอกทุกคน




อีก 4 คนหันมามองเกือบพร้อมกัน ถอนหายใจออกมาเบาๆ....





“ฮึ๊ยยยย!! บอกแล้วว่าอันตรายไม่เชื่อ หยุดรถดีมั้ย ลงไปช่วยเธอก่อน” จุนซูหันมาถามขอความคิดเห็น





ยุนโฮทำท่าเห็นด้วย แจจุง และชางมินก็เช่นกัน.....





“แต่....แฟนๆเพียบเลยนะพี่ ลงไปแล้วไงอ่ะ ผมก็อยากช่วย ถ้าเธออยู่คนเดียวอ่ะ แต่นี่มากันตรึม ผมสู้ไม่ไหวจิงๆ” ยูชอนพูดขึ้น เชิงขอความเห็นจากยุนโฮ





“มันก็จิงอย่างที่นายว่านะ....เราจะเสี่ยงเกินไป ถ้าลงไปช่วยเธอตอนนี้” ยุนโฮเอ่ยอย่างลังเล






ลีซูมานที่นั่งฟังหนุ่มๆสนทนากันอยู่นาน ชักเริ่มไม่พอใจในสิ่งที่จุนซูเสนอมา





“พวกนายไม่รู้ฐานะตัวเองรึไง...มีหน้าที่อะไรต้องลงจากรถไปช่วยเด็กคนนั้น ถ้ายังอยากเป็นดงบังชินกิอยู่ ก็เลิกความคิดแบบนั้นซะ” ลีซูมานเอ่ยน้ำเสียงเอาเรื่องทีเดียว




ทุกคนเงียบกันหมด ก้มหน้าลงอย่างรู้สึกกลัว แต่แค่ช่วยเด็กผู้หญิงแค่นี้มันผิดมากเลยงั้นหรอ แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไร จนถึงโรงแรมที่พัก....



~*~*~*~*~*~*~*~






โรงแรมแกรนด์ ไฮเอท เอราวัณ...





Posted Image






หนุ่มเดินตามกันเข้ามาในห้อง พวกเค้าได้พักห้องเดียวกันทั้งหมด เพราะเนื่องจากไม่อยากนอนแยกกัน....






เมื่อเข้ามาในห้อง คนแรกที่กระโดดขึ้นที่นอนก็คือจุนซู.....





“อ่าส์ นิ่มจัง” จุนซูพูดออกมา




ตามมาด้วยยูชอนที่กระโดดขึ้นเตียงมั่ง....




“พรุ่งนี้ก็จะได้พบกับแฟนๆแล้ว เฮ้อ...กำลังใจสำคัญของพวกเรา” ยูชอนพูดขณะที่กำลังหนุนหัวไว้ที่ท้องแขนทั้งสองข้าง ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี





ทุกคนหันหน้ามายิ้มให้กันอย่างรู้สึกมีความสุข.......



~*~*~*~*~*~*~*~*~





งานแจกลายเซ็นต์อัลบั้ม @ สยาม พารากอน




Posted Image




งานกำลังจะเริ่มขึ้น เหล่าสาวกคาสิโอเปียกำลังรอคอยอย่างใจจดจ่อที่จะได้เข้ามาในงาน ทุกคนพูดคุยกันในเรื่องราวของหนุ่มๆทั้ง 5 คน ที่พวกเธอคิดว่าพวกเค้าก็คงตื่นเต้นไม่แพ้กัน.....




เมื่อได้เวลาเวลาประตูหน้าฮอลล์เปิด สาวๆและหนุ่มๆ(เหลือน้อย)...ก็เดินเข้าแถวกันเข้ามาตามที่เจ้าหน้าที่ได้กำหนดไว้.....




ทั้ง 5 คน แจกลายเซ็นไปเล่นไปอย่างสบายๆ จนเวลาใกล้จะเย็นแล้ว แฟนๆได้รับลายเซ็นจนเกือบหมด จนแฟนๆเริ่มขาดระยะ ก็พอที่จะให้หนุ่มๆมีเวลาได้พูดคุย เล่นหยอกล้อกันบ้าง แต่แฟนๆที่ได้ลายเซ็นต์แล้วก็ยังรอพวกเค้าอยู่ด้านนอก ยังไม่ยอมกลับไปง่ายๆ แฟนๆที่เหลือทยอยขึ้นมารับลายเซ็นต์จากพวกเค้าเรื่อยๆ ทุกคนก้มหน้าก้มตาเซ็นต์ให้กับแฟนๆที่ยื่นปกอัลบั้มส่งให้ ยูชอนเซ็นต์เสร็จเรียบร้อยก็ยื่นส่งคืนให้แฟนเพลงของเค้า แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องรู้สึกตกใจ เมื่อหญิงสาวคนนั้นคือ จวนจียอง.....





“หวัดดีค่ะ....มิคกี้” จียองส่งยิ้มให้




“นี่..ยัยบ๊อง เธอมานี่ได้ไง แล้วทำไมไม่บอกชั้นก่อน” ยูชอนพูดทำปากขมุบขมิบ ส่งเสียงเบาๆ





จียองอมยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถามที่เค้าถาม อีก4คนมองแถวของแฟนๆที่ยังยาวอยู่เท่าเดิมของยูชอน แล้วก็เห็นว่าเป็นจียองที่ยืนอยู่ ทุกคนยิ้มออกมา แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเซ็นต์ต่อ เพราะยังมีแฟนๆต่อแถวอยู่ยาวเหยียด





“ลืมไปแล้วรึไงล่ะ ว่าชั้นเนี่ย ก็สาวกคาสิโอเปียนะคะ” จียองพูดแล้วยิ้ม แต่ยังไม่ทันจบประโยคก็โดนการ์ดจับเหวี่ยงออกไปจากตรงนั้น





ยูชอนมองด้วยอารมณ์ครุ่นเคือง ตั้งแต่งานคราวนั้นแล้วงานแจกลายเซ็นที่นี่ เห็นกับตาว่าชอบจับแฟนคลับของเค้าเหวี่ยง แล้วนี่ครั้งนี้เป็นจียอง มันจะมากไปแล้วนะ ยูชอนหันไปบอกล่ามที่นั่งอยู่ข้างๆ พร้อมกับบอกในสิ่งที่ต้องการและต่อว่าการ์ดคนนั้นนิดหน่อย...แล้วสั่งให้การ์ดนำจียองเข้าไปรอในห้องพัก





เมื่องานแจกลายเซ็นต์จบลง ทุกคนก็กลับมาพร้อมกันที่โรงแรม ยกเว้นจียองที่ต้องกลับมากับทีมงานทีหลัง เพื่อไม่ให้ตกเป็นข่าว.....





ทั้ง 5 หนุ่ม จียอง รวมไปถึงลีซูมาน ที่เข้ามาทำความเข้าใจกับยูชอนและผู้หญิงที่ตามเค้ามาถึงที่ไทยด้วย




“เธอมาที่นี่ได้ยังไงกัน” ลีซูมานเอ่ยถามจียองที่นั่งก้มหน้านิ่งๆ ด้วยความรู้สึกทั้งกลัวและเกร็ง





ยูชอนฟังคำพูดของลีซูมานนิ่งๆ ในใจอยากจะค้านและช่วยจียอง...แต่ก็ยังไม่มีจังหวะที่สมควรพอ






“คือว่า....ชั้น เออ ชั้น…” จียองพูดอะไรไม่ออก เธอแค่เพียงอยากจะบอกว่าเธอก็เป็นแฟนเพลงของพวกเค้าเช่นเดียวกับคนอื่นๆ




“คือว่า...จียองเค้าเป็นแฟนผมน่ะฮะ แล้วก็เป็นสมาชิกของคาสิโอเปียด้วย” ยูชอนพูดขึ้น





“ใช่ครับ..ๆๆๆ” อีก 4 คนช่วยกันเสริม




ลีซูมานหันกลับมามอง ด้วยความสงสัย ตอนแรกที่เห็นผู้หญิงคนนี้เข้ามาในห้องพัก นึกว่ามิคกี้ถูกใจแล้วสั่งให้เอาตัวมาที่นี่ซะอีก สุดท้ายเป็นแฟนกันงั้นหรอ....




“แล้วทำไมต้องมาขอลายเซ็นต์ของเธอด้วยวิธีนี้” ลีซูมานเอ่ยถามก่อนพูดต่อ “แล้วทำไมนายไม่แจกให้เธอเองที่เกาหลี..” ลีซูมานพูดอย่างครุ่นคิดและรู้สึกเครียด เพราะนักข่าวของไทยก็ซอกแซกพอดูทีเดียว




“แฟนนาย.....งั้นหรอ ชั้นไม่ยักรู้นะ ว่านายจะคบใครจริงจัง?” ลีซูมานพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อนักกับเหตุผลที่ฟังไม่ค่อยขึ้น





“ผมจะโกหกให้ได้อะไรล่ะครับคุณ ลี” ยูชอนทำหน้าตาและน้ำเสียงจริงจัง





“อยากได้ห้องส่วนตัวรึเปล่า?” ลีซูมานถาม





อีก 4 คน มองหน้ากันยิ้มๆ ที่เห็นจียองทำหน้าเหวอๆ ยูชอนก็ชำเลืองมองหญิงสาวกับประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่





“ได้ก็ดีครับ....ส่วนตัวดี” ยูชอนยิ้มกรุ่มกริ่ม ก่อนเอนกายลงบนที่นอนนุ่ม





ลีซูมานพยักหน้าเข้าใจ พร้อมกับจัดห้องส่วนตัวให้ยูชอนและจียองอีกห้องหนึ่ง เพราะเข้าใจว่าสองคนเป็นแฟนกันจริงๆ




เมื่อได้ห้องส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ยูชอนก็เดินมาจูงมือจียองเข้ามาในห้องส่วนตัวที่ผู้จัดการวงจัดการให้.....





“เธออาบน้ำก่อนก็ได้นะ....ตามสบายเลย” ยูชอนพูดขึ้น





แล้วเดินไปเปิดแอร์คอนดิชั่นเนอร์และนั่งลง ถอดเสื้อและกางเกงออกมาใส่ไว้ในตะกร้า จียองที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำโดยต้องผ่านตรงจุดที่ยูชอนยืนอยู่ จียองตกใจกับร่างกายของยูชอนที่มีเพียงแค่กางเกงบ๊อกเซอร์ใส่ไว้เพียงตัวเดียว





“ว้ายยยยยย!!!” จียองกรี๊ดออกมาด้วยความตกใจ.....







จบฮับจบ Chapter 9


Dong Bung Shin Gi………….ค้างคานิดส์นึงน้า เด่วจารีบมาต่อจ้า


#15 *~: .lc_JaeJoong. :~*

    Member

  • Members
  • PipPip
  • 70 posts

Posted 14 February 2009 - 06:41 PM

หายดีแล้วคร๊าบบบบ....ขอบคุณมากๆสำหรับความห่วงใยนะคะ วันนี้มาอัพแย้วน้า ไปอ่านกันเร้ยยย



Posted Image






Chapter 10





“อ๊ากกกกกส์” ยูชอนตกใจตามเธอ





จียองปิดตาวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็วโดยไม่หันมามองอีก......





ยูชอนหัวเราะออกมาเบาๆ กับความน่ารักของเธอ นั่งลงที่เก้าอี้เบาะเนื้อผ้านุ่มๆ ตรงปลายเตียง ดูทีวีไปเรื่อยๆ รอให้จียองอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย.....






ผ่านไปได้พักใหญ่แล้วจียองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะออกมา ยูชอนรอไปอีกพักใหญ่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะออก ยูชอนลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินไปที่หน้าประตูห้องน้ำ ก่อนยกมือไปเคาะที่ประตู





จียองสะดุ้งทีเดียวในขณะที่กำลังนอนอาบน้ำนมอยู่ในอ่างจากุชชี่สุดหรู รีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันตัวไว้ทันที





“นี่...เธอควักไส้ออกมาล้างรึไงฮะ...จะอาบเผื่อปีหน้าเลยรึไง” เสียงของยูชอนดังเข้ามาในห้องน้ำ






จียองไม่ขานตอบ เพียงแต่รีบเดินไปที่ฝักบัวแล้วเปิดฝักบัวล้างน้ำนมเมื่อครู่ออก ตามด้วยน้ำมันบำรุงผิวเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ผิวกาย มีกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้นานาพรรณ เหมือนการสปาให้กับตัวเองด้วย....หยิบเสื้อคลุมที่แขวนไว้ที่ราวแขวนมาสวมใส่ก่อนเดินออกมาจากห้องน้ำ....





เมื่อออกมาก็เห็นว่ายูชอนยืนกอดอกพิงกำแพงรออยู่หน้าห้องน้ำ หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย....ก่อนก้มหน้าเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวยูชอนเห็นท่าทีของหญิงสาวก็อมยิ้มอย่างรู้สึกขำกับท่าทางกลัวๆเกร็งๆของเธอ แต่ก็หันกลับมา เดินเข้าห้องน้ำไป...






ผ่านไปพักใหญ่





จียองแต่งตัวเสร็จก็เดินวนไปวนมา เมื่อเห็นว่าเตียงนอนมีอยู่เตียงเดียว แล้วเธอกับเค้าจะต้องนอนด้วยกันงั้นหรอ....ไม่ได้เชียวนะ ถึงเราจะชอบเค้าและชอบเค้ามาก ก็ไม่สมควรที่จะนอนร่วมเตียงเดียวกันแบบนี้ แล้วก็ยังไม่ได้ตกลงเป็นอะไรกันด้วย แต่เรื่องนั้นเราไม่หวังหรอก ที่คุณลีพูดก็จริงว่าคนอย่างเค้าจะคบใครจริงจัง....พูดแค่นี้ก็พอจะเข้าใจแล้ว เราไว้ใจและเชื่อใจเค้า....แต่ ก็ไม่ยอมนอนร่วมเตียงเดียวกับเค้าแน่นอน...จียองคิดอยู่นาน จนได้คำตอบที่คิดว่าน่าพอใจแล้ว





ยูชอนเดินเข้ามาในห้องนอน ก็ไม่พบหญิงสาวอยู่ในห้อง...จึงคิดว่าต้องดูทีวีอยู่ จึงเดินออกไปหา แต่ก็ไม่พบ เดินมาหยุดอยู่ที่โซฟาตัวยาวสีน้ำตาล เท้ามือไว้ สมองก็ใช้ความคิดว่าเธอจะหายไปไหน......



แต่เมื่อสายตาเหลือบลงมามอง ก็เห็นว่าจียองนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้านวมผืนอุ่น....ใบหน้ายามหลับใหลของเธอ ช่างดูน่ารักน่าเอ็นดู จนตัวเค้าเองก็แอบหวั่นไหวอยู่ในใจลึกๆ..ยูชอนพอเข้าใจว่าที่ลีซูมานจัดห้องส่วนตัวให้ เพราะต้องการรู้ความจริงว่าตัวเค้าและจียองเป็นแฟนกันอย่างที่เอ่ยปากบอกไปรึป่าว....แต่จียองก็ช่วยเค้าได้เยอะ ที่ไม่ขัดขืนอะไร เมื่อพาเธอมาที่ห้องนี้ คิดว่าเธอเองก็คงจะเข้าใจ ในสิ่งที่ลีซูมานต้องการพิสูจน์ความจริงอยู่......ชายหนุ่มสลัดความคิดเหล่านั้นออกไป ก่อนเดินวนไปด้านหน้าโซฟา แล้วช้อนร่างบางขึ้นมาเพื่อไปนอนที่เตียงด้วยกัน.....เมื่อวางหญิงสาวลงเรียบร้อยพร้อมกับขยับผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ถึงช่วงอก ก็เดินกลับมาอีกฝากที่เป็นที่นอนสำหรับตัวเค้า กำลังเอนตัวลง....




“Treeddddd Treedddddd” เสียงมือถือดังขัดจังหวะในการนอนของชายหนุ่ม





ยูชอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นโบอะที่โทรเข้ามา คิดชั่งใจอยู่นานก่อนกดปิดเครื่องและเอนตัวลงนอน แต่เค้าก็เอี้ยวตัวกลับไปคว้าโทรศัพท์มาเปิดเครื่องแล้ววางไว้ที่หัวเตียงตามเดิม.....





“Beep Beep” เสียงเตือนข้อความดังขึ้น





ยูชอนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอ่านข้อความ....ที่ถูกส่งมา


* ยูชอนคะ เรื่องเมื่อครั้งนั้น ชั้นขอโทษ ชั้นขอเพียงคุณให้อภัยและไม่เกลียดชั้น
ชั้นขอแค่นี้ได้มั้ยคะ จากวันนั้นชั้นพยายามทำทุกทางแล้วที่จะลืมคุณ แต่...สิ่งที่
ชั้นลองทำ..มันกลับไม่มีความหมายเลย เพราะชั้นทำใจให้ลืมคุณไม่ได้ ต่อให้คุณ
ไม่รักชั้น คุณต่อว่าชั้นยังไง ชั้นก็ยังรักคุณ ชั้นขาดคุณไปไม่ได้จริงๆนะคะ ยูชอน
ช่วยกลับมาเป็นยูชอนที่ยังเห็นชั้นเป็นเพียงแค่คนรู้จักหรือแค่คนๆนึงที่คุณจะนึกถึง
เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว สำหรับชั้น....ชั้นรู้ว่าคำขอโทษของชั้น มันลบล้างความผิดไม่ได้
แต่....ชั้นขอโทษ ชั้นรักคุณที่สุดและจะรักเพียงคุณคนเดียวเท่านั้น

จาก โบอะ...




ยูชอนอ่านข้อความของโบอะ ที่ส่งมาอย่างรู้สึกลำบากใจ แต่ครั้งนั้นที่โบอะทำกับจียอง มันน่าโมโหจริงๆ ควรจะให้อภัยเธอดีมั้ย ยูชอนถอนหายใจออกมายืดยาว......



~*~*~*~*~*~*~*~





ที่ห้องของอีก 4 หนุ่ม





แจจุงที่นอนอยู่บนที่นอนอย่างสบายๆ ด้วยความรู้สึกที่รู้สึกโล่งใจอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เค้าตั้งใจไว้ว่าจะต้องเคลียร์กับโซลิให้ได้ก่อนที่จะถึงเวลาที่จะต้องเดินทางมาโปรโมทอัลบั้ม....เค้าคิดว่าเค้าสามารถเคลียร์ปัญหาที่มีกับเธอผ่านไปได้ครึ่งนึงแล้ว ต่อไปเค้าคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เพื่อปรับความเข้าใจทั้งหมดเพื่อลบล้างปัญหาที่มีในหัวใจออกไปให้หมดซักที ภาพของจองฮุนลอยเข้ามาให้ห้วงความคิด ภาพๆนั้น ที่ผู้ชายคนนั้นจูบโซลิโดยที่เธอไม่เต็มใจ ทั้งๆที่เค้ามองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ไม่อาจทำได้อะไรได้มากกว่าการแอบมองดูอยู่ห่างๆอย่างเจ็บปวด ก็ผมกับคุณฐานะในตอนนี้เป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน แล้วผมจะมีสิทธิ์อะไร เข้าไปขัดขวางในสิ่งที่เค้าทำต่อหน้าต่อตาแบบนั้น ผมภาวนาขอให้คุณไม่ได้รักและมอบหัวใจที่เคยมีให้ผมไปเป็นของผู้ชายคนนั้น...คงเพียงพอแล้ว






แจจุงไม่อยากคิดถึงภาพและเรื่องราวนั้นอีก จึงหันมาชวนเพื่อนอีก 3 คนคุย น่าจะเลิก...คิดมากแบบนี้ได้แล้ว





“จุนซู.....ชอบเพื่อนพี่หรอ” แจจุงเอ่ยถามยิ้มๆ





จุนซูที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ ทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่ที่หน้าจอทีวี แต่เค้าก็ทำเป็นพูดกลบเกลื่อนความรู้สึก เพราะคิดว่าพี่แจจุงคงเดาเอาเท่านั้นแหละ คงไม่รู้อะไรจริงๆหรอก....





“คนไหนครับ..พี่แจจุง ผมยังไม่เคยเจอเพื่อนพี่เลยนะ” จุนซูตอบคำถาม





“นาย..นี่ชั้นรู้หมดแล้วหน่า....” แจจุงพูดทำท่าเจ้าเล่ห์ ที่รู้ก็เพราะยูชอนนั่นล่ะ




“พี่จุนซูชอบเพื่อนผม...ผมก็รู้ แหม กันเองหน่า ไม่ต้องปิดบังหรอก” ชางมินพูดขึ้นบ้าง





“หึหึ” ยุนโฮหัวเราะเบาๆ แต่ไม่พูดอะไร





จุนซูทำท่าทางเขิน เกมส์วินนิ่งที่เล่นอยู่ไม่มีการเคลื่อนไหว จนโดนยิงเข้าไปเกือบ 10 ลูก แต่เจ้าตัวยังไม่รู้สึกรู้สาเลย ก็เพราะมัวแต่เขินอยู่




“นี่....เขินจนลืมแข่งกับคอมเลยรึไง” แจจุงแซวให้อีกดอก





จุนซูรู้สึกตัวมองไปที่หน้าจอทีวีก็เห็นว่าทีมที่เค้าเลือกเล่นตอนนี้ตามอยู่เกือบ 20 ลูก ทำให้เค้ารีบปิดเกมส์ แล้วรีบเดินดุ่มๆไปที่เตียงนอนแล้วเอาหมอนมาปิดหน้าเอาไว้ ด้วยความเขินสุดๆ แทบอยากจะร้องไห้ ใครกันนะที่กล้าเอาเรื่องของเค้ามาบอก 3 คนนี้ หรือว่ายูชอน ใช่สิ เราบอกเรื่องนี้กับยูชอนแค่คนเดียวเท่านั้นนี่นา....ไอ้ยูชอนเพื่อนบ้าเอ้ย...ยย





แต่คิดอีกทีจุนซูก็ไม่อยากจะถือสาหาความ เพราะยังไงก็ไม่ต้องเสียแรงไปบอกพี่แจจุงกับชางมินเรื่องที่จะขอคบกับเพื่อนของเค้า....ดีเหมือนกัน จุนซูคิดไปอมยิ้มไป






ชางมิน แจจุง ขยับเข้ามาใกล้ๆจุนซูที่นอนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนที่นอนนุ่ม จนทั้งสองคนแอบขำออกมา....ยุนโฮยืนมองอยู่นานจนเก็บอาการไว้ไม่รู้หลุดขำออกมาก๊อกใหญ่กับท่าทางเพ้อฝันที่จุนซูทำเมื่อครู่






“หัวเราะอะไรอ่ะพี่ยุน” จุนซูได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นของยุนโฮจึงได้สติ





“ก็นาย...ทำท่าตลกนี่นา คิขุจริงๆเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า” ยุนโฮพูดไปหัวเราะไป





“5555555555+” แจจุงกับชางมินพากันขำบ้าง ลงไปนอนเกลือกกลิ้งกันบนที่นอนที่จุนซูหนีมานอนคิดอะไรคนเดียวเมื่อครู่....






“เออ...พี่ ยูชอนมันหายเงียบไปเลยนะเนี่ย ผมว่ามันต้องทำไรจียองแน่ๆเลย พวกพี่ว่างั้นม่ะ” จุนซูเพิ่งคิดได้





“นี่....โลมา ชั้นอุตส่าห์ทำเป็นไม่สนใจแล้วนะ ยังนึกขึ้นมาได้อีก จริงๆเลยนะนายนี่” ยุนโฮพูดขึ้น






ชางมินกับแจก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย....





“ผมจะไปดูเค้าก่อน...” จุนซูรีบคลานลงมาจากเตียงนอนนุ่ม





“ไม่ได้....” ทั้ง 3 คนพูดพร้อมกับดึงจุนซูให้กลับมาแล้วเหวี่ยงลงไปบนที่นอน





“นอนได้แล้ว..ปิดไฟๆ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปให้สัมภาษณ์แต่เช้า นอนเลยๆ” แจจุงพูดขึ้น





ทุกคนเห็นด้วยกับความคิดนี้ มีเพียงแค่จุนซูที่ยังนั่งหน้ามุ้ยใต้ความมืด เพราะความคิดเค้าไม่เคยถูกใจทุกคนสักที...ให้ตายสิ !!! จุนซูคิดในใจ





เมื่อไฟในห้องถูกปิดลง จุนซูก็ต้องอดใจที่จะแกล้งเพื่อนที่อยู่อีกห้องลง....ยอมหลับตาลงไปตามเพื่อนๆที่เหมือนจะหลับกันไปแล้ว....





~*~*~*~*~*~*~*~*~






ห้องของยูชอนกับจียอง.....






ยูชอนเอนตัวลงนอนอย่างรู้สึกไม่สบายใจอะไรบางอย่าง ในความรู้สึกของตัวเองตอนนี้มันบอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก..แต่รู้สึกว่าเมื่อได้อ่านข้อความจากโบอะ ก็ทำให้รู้สึกว่ามันไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก....ยูชอนรีบหลับตาลงอย่างไม่อยากคิดมากอีก....จนหลับไปในที่สุด







เกือบเช้า.....(ตีสามครึ่ง)





จียองยังคงนอนนิ่งไม่รู้สึกตัว เพราะคงเพลียจากการเดินทางตามดงบังชินกิมาถึงประเทศไทย.....แต่สำหรับยูชอนยังคงหลับๆตื่นๆ อย่างไม่รู้สาเหตุ พลิกตัวหันกลับมาหาหญิงสาวข้างๆ หลังจากที่เหลือบมองเธออยู่นาน...แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าหญิงสาวจะตื่นขึ้นมาเหมือนตัวเค้า ยูชอนขยับตัวเข้ามาใกล้จียองจนเกือบชิด มือใหญ่ค่อยๆขยับมือมาสวมกอดหญิงสาวที่นอนนิ่งๆไว้ทางด้านหลัง จียองเมื่อได้รับสัมผัสที่อบอุ่น ตัวเธอเองก็ขยับเข้ามาสวมกอดร่างของชายหนุ่มไว้อย่างโหยหา ยูชอนแอบยิ้มออกมาอย่างรู้สึกพอใจ นอนกอดหญิงสาวอยู่อย่างนั้น





“แม่คะ.....แม่กอดหนูไว้แบบนี้ตลอดไปเลยนะคะ” หญิงสาวละเมอออกมา เรียกผู้เป็นแม่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม




ยูชอนย่นคิ้วกับประโยคที่ได้ยิน โถ่เอ้ย นึกว่ากอดเพราะพิศวาสเราซะอีก ดันนึกถึงแม่ซะงั้น ยูชอนคิดในใจ แต่อีกวูบในใจกลับรู้สึกสงสารหญิงสาวในอ้อมกอดที่แม้เพียงความอบอุ่นจากผู้ให้กำเนิดเธอก็ยังพบได้เพียงแค่ในความฝันเท่านั้น ทำไมเราต้องสงสารเธอด้วยนะ เพราะอะไรกันเราจึงอยากให้เธออยู่แบบนี้ตลอดไป อยากให้เธออยู่ใกล้ๆ เพราะอะไรกัน




---------------------------




รุ่งเช้า.....




จียองตื่นขึ้นมาก่อนยูชอน สะดุ้งสุดตัวที่เห็นว่าร่างทั้งร่างของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของยูชอน พยายามดันตัวให้ออกมา แต่ก็ถูกลำแขนใหญ่ยึดร่างบางเอาไว้.....





“ขออยู่แบบนี้สักพักได้มั้ย” ยูชอนเอ่ยถามทั้งที่ยังหลับตาอยู่ อีกสักพักจึงค่อยๆลืมขึ้นเพื่อมองคนตรงหน้า





จียองนิ่งไปก่อนที่จะไม่ทำตามคำขอของเค้า แต่ยูชอนก็ดึงตัวเธอกลับลงมาโอบกอดไว้เหมือนเดิม ถึงแม้จียองจะไม่ยอมแต่เธอก็ไม่ขัดขืนอะไรนอกจากยอมให้เค้ากอดไว้อยู่แบบนั้น......



~*~*~*~*~*~*~





ทางด้านลีซูมาน ที่กำลังเดินตรงมายังห้องของจียองและยูชอน เปิดประตูเข้ามาก็สะอึกเล็กน้อยกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า ภาพที่หญิงสาวที่เหมือนจะถูกแอบอ้างว่าเป็นแฟนของยูชอนอยู่ในอ้อมกอดของเค้าอย่างอบอุ่นเหลือเกิน




จียองได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามาสะดุ้งเล้กน้อยและเมื่อเห็นว่าเป็นผู้จัดการวงของพวกเค้าจึงรีบผละตัวออกจากอ้อดกอดนั้นที่เธอกำลังคิดว่ามันแสนอบอุ่นจนทดแทนความรักจากพ่อกับแม่ได้บ้าง......




ยูชอนนั่งอยู่ในท่าเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นลุกขึ้น เดินตรงมาที่ลีซูมาน....





“ถ้าจะมาปลุกผมให้ไปแต่งตัวเพื่อสัมภาษณ์ในช่วงเวลาต่อจากนี้ผมพร้อมแล้ว แต่ถ้าจะมาจับผิดอะไรผม ภาพเมื่อกี้ก็คงพิสูจน์ได้ในบางสิ่งบางอย่างแล้วใช่มั้ย ในความรู้สึกคุณ” พูดจบยูชอนก็คว้าผ้าเช็ดตัวที่ราวแขวนเข้าห้องน้ำไป




เมื่อยูชอนเข้าห้องน้ำไปแล้ว ลีซูมานก็เดินตรงเข้ามาหาจียองแล้วนั่งลงที่ปลายเตียง....





“เมื่อคืนเค้าทำอะไรเธอบ้างรึเปล่า?” ลีซูมานเอ่ยถาม




จียองที่ก้มหน้าลงอย่างเกร็งๆ หน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้......เมื่อเจอคำถามประโยคนี้เข้า...




ลีซูมานยิ้มออกมากับความเขินอายของหญิงสาวตรงหน้า....ยิ้มให้อย่างอ่อนโยน




“ชั้นรู้ว่าเธอเขิน....เจ้านี่อ่ะนะไว้ใจไม่ค่อยได้ ชั้นเลยถามดู ชั้นรู้ว่าคนเป็นแฟนกันมันก็ต้องมีบ้าง ผมออกไปก่อน บอกเจ้านั่นให้เร็วๆด้วยนะ” พูดจบลีซูมานก็เปิดประตูเดินออกไป









พักใหญ่




ดงบังชินกิ จียอง พร้อมด้วยทีมงานจากเกาหลีก็เดินทางมาถึงตึก GMM GRAMMY ที่เป็นผู้จำหน่ายอัลบั้มชุดที่ 3 ของพวกเค้าในประเทศไทย





ทั้ง 5 คนรอเวลาที่จะขึ้นมาด้านหน้าเวทีด้วยความตื่นเต้น พวกเค้ารู้ดีว่าแฟนๆจะมาให้กำลังใจพวกเค้าในวันนี้อย่างแน่นอน




“ขอเชิญพบกับดงบังชินกิ ค่า...” พอลล่า เทเลอร์ ที่รับหน้าที่พิธีกรเป็นพูดขึ้น....





เมื่อจบคำพูดของพอลล่าทั้ง 5 คนก็เดินขึ้นมาที่ด้านหน้าเวที โบกมือและส่งยิ้มให้แฟนๆอย่างเป็นกันเอง.....




เสียงกรี๊ดดังสนั่นแม้ภายในห้องของตึก GMM จะไม่สามารถจุผู้คนได้เยอะนัก...แต่เสียงกรี๊ดเหล่านั้นก็เป็นเหมือนเสียงเชียร์ให้ทั้ง 5 คน พร้อมที่จะสู้ต่อไป.....



~*~*~*~*~*~*~*~




เมื่อการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลง




ทั้ง 5 คนก็เดินกลับเข้าไปด้านหลังเวที จียองเห็นว่าทั้ง 5 คนเดนลงมาก็รีบจัดแจงน้ำดื่มเย็นๆส่งให้กับทุกคน




“นี่ค่ะ…น้ำดื่มเย็นๆ” จียองถือถาดน้ำมาส่งให้ทั้ง 5 คนหยิบขึ้นดื่ม แต่สำหรับยูชอนเธอให้ทั้งน้ำดื่มเย็นๆและผ้าเช็ดเหงื่อที่ช่วยซับหน้าให้อย่างเบามือ....





ลีซูมานเดินมาบอกถึงเรื่องกำหนดการเดินทางกลับเกาหลี เป็นวันนี้ ในช่วง 5 ทุ่มของประเทศไทย….




จียองเดินเข้ามาในห้องอีกห้องที่มีไว้สำหรับทีมงานเพื่อเอาถาดและแก้วน้ำมาเก็บไว้....แล้วอยู่คุยกับพนักงานคนนึงเรื่องของยูชอน



~*~*~*~*~*~*~





ยูชอนเดินตามหาจียองที่หายไปนาน แล้วทางเดินที่เค้าเดินอยู่ ก็มีผู้หญิงคนนึงเดินตรงเข้ามาหาและหยุดนิ่งเมื่อเธอเดินถึงตัวของยูชอน





“HI..!!” พอลล่าทักขึ้น พร้อมกับยื่นกระดาษส่งให้





“Hi…” ยูชอนทักตอบ





พอลล่าส่งยิ้มให้อย่างหวานหยด รอให้ยูชอนรับกระดาษในมือเธอ...




* ข้อความในกระดาษ (เค้าเขียนและสนทนากันเป็นภาษาอังกฤษนะคะ แต่คนแต่งแปลให้แล้ว อิอิ..!!)




คุณน่ารักจังเลยนะคะ ชั้นอยากทำความรู้จักกับคุณให้มากกว่า มิคกี้ แห่งวง ดงบังชินกิ ได้รึเปล่าเอ่ย?
ชั้นชื่อพอลล่า นะคะ ได้ยินว่าคุณเคยอยู่อเมริกานี่คะ สนใจจะไปด้วยกันอีกซักรอบมั้ย
นี่เบอร์โทรชั้นค่ะ 081-0009999 แล้วคุณล่ะคะ สามารถให้เบอร์โทรศัพท์ชั้นได้มั้ย ?





Posted Image





ยูชอนอ่านข้อความจบ ก็ส่งยิ้มให้พอลล่าเจื่อนๆ แต่ก็ยังรักษษมารยาทเก็บกระดาษใสลงในกระเป๋าถือเล็กๆที่เค้าถือติดตัวไว้...พอลล่าหยิบโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมาพร้อมกับยัดใส่ในมือให้ยูชอนกดเบอร์ของเค้าให้เธอ ยูชอนคิดว่าควรรักษษมิตรภาพไว้ถึงแม้จะไม่อยากให้เท่าไหร่ แต่คงมีโอกาสหน้าที่จะต้องมาเยือนประเทศไทยอีกๆหลายครั้งทีเดียว เค้าไม่อยากให้มิตรเป็นศัตรู จึงกดเบอร์และส่งโทรศัพท์คืนให้ไป....




“ขอบคุณค่ะ” พอลล่าส่งสายตาให้ชายหนุ่มอีกครั้ง




ยูชอนโค้งให้ก่อนเดินเลี่ยงออกมา





“ขอบคุณครับที่ให้ความสนใจ บายครับ” ยูชอนพูดขึ้น





~*~*~*~*~*~*~*~





เมื่อเดินมาจนสุดทางเค้าก็เดินเลี้ยวเข้ามาที่ห้องทีมงาน เมื่อเปิดแระตูเข้ามาก้เห็นว่าจียองคุยหัวเราะคิดคักอยู่กับช่างแต่งหน้าและคอสตูมอีกสองคน.....




“จียอง!!” ยูชอนเอ่ยเรียก จียองหันมามองตามเสียงแล้วส่งยิ้มออกมา





“ไปก่อนนะคะ แล้วเจอกันที่เกาหลีนะคะ พี่ๆ” จียองเดินออกจากประตูตามยูชอนไป




~*~*~*~*~*~*~*~





เวลา 5 ทุ่ม ลีซูมาน ดงบังชินกิและจียอง ก็อยู่บนเครื่องที่จะเดินทางกลับเรียบร้อย จียองกับยูชอนนั่งด้วยกัน ส่วนแจจุงนั่งกับยุนโฮ ชางมินนั่งกับจุนซู ....และลีซูมานนั่งกับผู้จัดการผู้หญฺงอีกคน





เครื่องบินมาได้เกือบ ชั่วโมงแล้ว อีกไม่นานก็คงจะถึงเกาหลีบ้านเกิดของพวกเค้าทุกคน...................








จบฮับจบ Chapter 10


Dong Bung Shin Gi………….
คนที่ชอบพอลล่า อย่าว่ากันน้าคะ มันเป็นเพียงแค่ฟิคชั่นเท่านั้นนะคะ





1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users