Jump to content


...Movies Around the World...


61 replies to this topic

#1 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:17 AM

Movies Around the World



"จุดประสงค์เพื่อเป็นที่ประกาศข่าวคราวความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ท่านชื่นชอบ"


ข้อตกลง

1.ข่าวที่โพสต้องให้เครดิตแก่เจ้าของหรือแหล่งมาด้วยครับ
2.ตรวจสอบก่อนว่ามีข่าวซ้ำกับที่เราจะโพสหรือไม่
3...ยังคิดไม่ออก...




#2 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:18 AM

.........Coming Soon..........



#3 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:18 AM

.........Coming Soon..........



#4 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:18 AM

.........Coming Soon..........



#5 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:18 AM

.........Coming Soon..........



#6 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:23 AM

"มิเชล โหยว" หน้าจอจอมยุทธหญิง หลังจอเป็นแม่สื่อ
01-กุมภาพันธ์-2553
Posted Image

ภาพชุดแรกจาก "Rain of Swords" หนังผลงานการสร้างของ จอห์น วู ที่นักแสดงชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนชื่อดัง "มิเชล โหยว" หรือ "หยังจื่อฉุน" แสดงนำ ได้ถูกเผยแพร่สู่สายตาของแฟนหนังแล้ว แต่ดูเหมือนว่าในการพูดคุยนักข่าว บทบาทการเป็นแม่สื่อของนักแสดงสาวบู๊คนนี้จะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากกว่า

ในการพูดคุยกับนักข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้กำกับชาวไต้หวัน ซูเจ้าปิน กล่าวถึงบทบาทของ มิเชล โหยว ว่าเธอจะแสดงเป็นนักฆ่าที่ยอมดัดสินใจวางมือจากยุทธจักร หลังโชคชะตานำพาให้เธอ ไปตกหลุมรักชายหนุ่มคนหนึ่ง ทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์กันโดย เขาไม่ได้ล่วงรู้ความลับที่ว่าบิดาของตัวเองที่จบชีวิตลงไป ก็เพราะฝีมือจากหญิงสาวคนนี้นี่เอง

เรื่องราวจะเกี่ยวข้องกับ ความรักที่เบ่งบาน แต่กลับถูกอดีตอันเจ็บปวดตามาหลอกหลอน โดยหนังยังได้นักแสดงชาวเกาหลีชื่อดัง จองวูซอง มารับบทนำร่วมด้วย มีดารานักแสดงชื่อดังมากมายรวมถึง สวี่ซีว์หยวน, หลินซีเหลย, ชอว์น หยู และหวังซูฉี

Rain of Swords หรือ "Jianyu Jiangwu" ที่ชื่อภาษาจีนของหนังแปลแบบตรงตัวว่า ฝนกระบี่สู่ยุทธจักร โดยขณะนี้หนังกำลังอยู่ระหว่างถ่ายทำที่เจ้อเจียง และมีกำหนดเข้าฉายในวันชาติปีนี้
Posted Image
มิเชล โหยว ไม่เคยสร้างความผิดหวัง กับการรับทบาทจอมยุทธหญิง ที่เธอเองแสดงได้อย่างน่าเชื่อถือ และมีเสน่ห์แบบหลุดออกมาจากนิยายกำลังภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผลงานของผู้กำกับ อังลีเรื่อง "Crouching Tiger and Hidden Dragon" แต่ในชีวิตจริงดูเหมือนว่านักแสดงวัย 47 ปีผู้นี้จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจากบทบาทแม่สื่อของเธอมากกว่า

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ มิเชล โหยว ไม่เพียงรับหน้าที่ในเบื้องหน้ากล้อง แต่เธอยังทำงานเบื้องหลัง รับหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสร้างคนหนึ่งของเรื่อง และมากองถ่ายเกือบทุกวันแม้จะไม่มีคิวเข้ากล้องก็ตามที ... "ฉันเคยเป็นแบบ หลินซีเหลย หรือสวี่ซีว์หยวน ที่เพิ่งมีโอกาสแสดงฉากบู๊ครั้งแรก คนที่เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อนอย่างฉันอาจจะช่วยแนะนำอะไรให้กับพวกเธอได้บ้าง อาจจะช่วยเตือนอะไรบางอย่าง ที่จะป้องกันจากการบาดเจ็บได้"
Posted Image

นอกจากด้านการแสดงแล้ว สื่อมวลชนยังสงสัยว่า มิเชล โหยว จะสามารถให้คำแนะนำในเรื่องหัวใจกับนักแสดงสาวรุ่นน้องด้วยหรือเปล่า ผู้สื่อข่าวคนหนึ่งถามว่า "เมื่อครั้งก่อนคุณเคยจับคู่ให้กับ อิซาเบลล่า เหลียง มาแล้ว ตอนนี้ หลินซีเหลย เซ็นสัญญากับบริษัทของคุณ คุณจะช่วยหาครอบครัวดีๆ ให้กับเธอด้วยรึเปล่า"
Posted Image

มิเชล โหยว วัย 47 ปี หัวเราะกับคำถามนี้และตอบกลับไปว่า "ฉันไม่ได้เป็นแม่สื่อมืออาชีพอะไรแบบนั้นนะคะ ส่วนใหญ่เราแค่นัดรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน ถ้าพวกเขาเข้ากันได้ดี อะไรจะเกิดขึ้นมันขึ้นอยู่กับบุพเพสันนิวาส หรือไม่ก็ตัวของพวกเขาเองมากกว่า"

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวว่า อิซาเบลล่า เหลียง ได้จดทะเบียนสมรสอย่างเงียบๆ กับลูกชายของหลีคาชิง ริชาร์ด ลี หลังจากทั้งคู่มีทายาทร่วมกัน ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นด้วยการแนะนำให้รู้จักกันโดย มิเชล โหยว ซึ่งแม่สื่อดาราชื่อดังคนนี้แปลกใจกับรายงานข่าวที่ว่า นิดหน่อย "จริงเหรอคะ ไม่ ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อน คุณเป็นคนแรกที่บอกข่าวนี้กับฉันเลยค่ะ"


Credit : http://www.manager.co.th/Entertainment/Vie...D=9530000014243

#7 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:40 AM

02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
ภาพยนตร์ต่างประเทศที่จะลงจอฉายสัปดาห์นี้มี 2 เรื่อง มาเริ่มกันที่เรื่องแรก "How To Be" (ฮาว ทู บี) หนังสัญชาติอเมริกัน นำแสดงโดยแวมไพร์สุดฮอต "โรเบิร์ต แพ็ตทินสัน" จากหนังดัง "ทไวไลท์" และ "นิวมูน"

ฮาว ทู บี
Posted Image

ที่เรื่องนี้เขาโดดมารับบทชายหนุ่มนักดนตรีที่สุดแสนจะธรรมดา ชื่อ "อาร์ต" ที่อาร์ตสมชื่อ คือ ปล่อยชีวิตไปวันๆ ทำตัวไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียน การงาน หรือความรัก

พอเห็นว่าชีวิตเสียศูนย์แล้วอาร์ตก็เลยต้องอาศัยผู้ช่วยในการประคับประคองชีวิตและความฝันของตนเองให้กลับมาตั้งหลักได้ดังเดิม ซึ่งผู้ช่วยของเขาคือ ศาสตราจารย์อายุเหยียบ 70

ในเรื่องนี้โรเบิร์ตเล่นเป็นนักดนตรี ดังนั้น เขาจึงต้องร้องเพลงประกอบในภาพยนตร์ด้วย

ลองมาพิสูจน์ความสามารถของเขาในอีกบทบาทหนึ่งในเรื่อง ฮาว ทู บี ได้ตั้งแต่ 4 ก.พ.นี้ เฉพาะที่โรงภาพยนตร์เอสเอฟเวิลด์ และเฮ้าส์ อาร์ซีเอ

คู่ระห่ำ ฝรั่งแสบ
Posted Image

เรื่องที่สอง "From Paris With Love" (คู่ระห่ำ ฝรั่งแสบ) ที่ได้ "จอห์น ทราโวลต้า" รับบทนำเป็น "ชาร์ลี แวกซ์" นักแม่นปืนอารมณ์ดี แสดงร่วมกับ "โจนาธาน รีห์ส เมเยอร์" ในบทของ "เจมส์ รีส" ทูตหนุ่มชาวอเมริกัน

เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ เจมส์ รีส ที่ใช้ชีวิตทูตอย่างแสนสุขอยู่ในปารีส พร้อมด้วยแฟนสาวชาวฝรั่งเศส แต่สิ่งที่เขาหลงใหลกลับเป็นงานเสริม อย่างการเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอมากกว่า

จากที่ยังเป็นแค่สายลับระดับมือสมัครเล่น เขาก็หวังว่าสักวันจะได้กลายเป็นมืออาชีพ และได้ลงมือทำงานอย่างเป็นจริงเป็นจัง ดังนั้น เมื่อได้รับข้อเสนอให้ทำงานที่ยากขึ้นเป็นครั้งแรก เขาจึงตอบตกลงทันที

งานนี้ทำให้เขาได้พบกับคู่หูคนใหม่ ชาร์ลี แวกซ์ นักแม่นปืนที่ถูกส่งตัวมาปารีสเพื่อยับยั้งการก่อการร้าย สายลับอ่อนหัดเริ่มปฏิบัติการ แล้วเขาก็กลายเป็นเป้าหมายถูกโจมตี เมื่อหันหลังกลับไม่ได้ก็ต้องเดินหน้า และมี เจมส์ เป็นอีกความหวังที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายได้

หนังเข้าฉายให้ชม 4 ก.พ.นี้ ทุกโรงภาพยนตร์

Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TWc9PQ==
http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TWc9PQ==



#8 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 11:51 AM

02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เมื่อ เคราะห์กรรม มาหายใจรดต้นคอ
เราบริจาคเงินทำทาน เราปล่อยนกปล่อยปลา
เราถือศีลกินเจ เราทำบุญโลงศพ
เราเปลี่ยนชื่อแซ่ เราไหว้พระ 9 วัด

คิดว่า ทุกสิ่งคงเพียงพอแล้ว … จริงหรือ ?


Posted Image

ภาพยนตร์เรื่อง 9 วัด เป็นผลงานของผู้กำกับ 'ษรัณยู จิราลักษม์' ร่วมด้วยนักแสดงนำอย่าง ศิรพันธ์ วัฒนจินดา,เจมส์ แม๊กกี้, ภราดร ศิรโกวิท, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล

9 วัด เป็นภาพยนตร์แนว สยองขวัญ ที่เกิดขึ้นระหว่างเดินทางไปแฮงก์เอ้าท์ที่เชียงใหม่ ช่วงวันหยุดยาว ณัฐ (เจมส์ แม๊กกี้) กราฟฟิคดีไซน์หนุ่มเด็กเเนว หัวใหม่ รสนิยมดี ทนคำรบเร้าของ ปุ้น (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) เเฟนสาวคอลัมนิสต์สุดเปรี้ยวของตนไม่ไหว จึงตัดสินใจแวะบ้านที่อุทัยธานีเพื่อเยี่ยมแม่ ซึ่งตัวเองไม่ได้พบหน้ามาเกือบ 2 ปีแล้ว

นิตยา (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) เเม่ของณัฐ มีความเชื่อเรื่อง “เคราะห์กรรม” และการ “ทำบุญ” เฉพาะตัวอย่างแรงกล้า เมื่อณัฐกลับมาเยี่ยมบ้าน นิตยาจึงขอร้องแกมบังคับให้ลูกชายไปทำบุญ “9 วัด” เพื่อสะเดาะเคราะห์ แต่ ณัฐ กลับเห็นไร้สาระ

จังหวะเดียวกับที่กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด ณัฐได้พบกับ พระสุจิตโต (ภราดร ศิรโกวิท) เพื่อนเล่นในวัยเด็กที่กำลังจะออกเดินทางไปธุดงค์ทางภาคเหนือ ณัฐจึงชวนซี้เก่าขึ้นรถไปด้วยกัน พร้อมกับแวะทำบุญเล่น ๆ ตามวัดที่อยู่รายทาง
หนึ่งบุรุษ หนึ่งสตรี และหนึ่งสมณเพศ มุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด มีความน่ากลัวรอพวกเขาอยู่เบื้องหน้า

ไม่ว่าจะเข้าวัดทำบุญกี่วัด อธิษฐานบนบานสักเท่าไร แต่สิ่งที่รอคอยณัฐและปุ้นอยู่นั้น ...น่าสะพรึงกลัว จนแม้แต่ ”พระ” ก็ช่วยไม่ได้ !!! ร่วมเดินทางไปกับ “9 วัด” ภาพยนตร์สยองขวัญ ที่จะพาคุณตามหาความหมายที่แท้จริงของการ “ทำบุญ”


Posted Image

Posted Image

ทฤษฎีของความกลัวรูปแบบใหม่ กำลังจะถูกเปิดเผย…
8 เมษายน 2553 ทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ


Credit : http://www.nangdee.c...pic.php?t=10904



#9 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 02 February 2010 - 12:04 PM

02 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

บี๋ ธีรพงศ์ อินบทสุดเข้ม คล้ายชีวิตจริง ใน Who are you? ใคร...ในห้อง''

Posted Image

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงเจ้าบทบาทของไทยที่นานๆ จะแสดงฝีมือให้เห็นบนจอใหญ่สักครั้ง ล่าสุด “ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์” กลับมาปล่อยพลังทางการแสดงสุดเข้มข้นในภาพยนตร์หลอนระทึกเรื่อง “Who Are You? ใคร...ในห้อง”

กับบทของพ่อที่รักลูกมากจนเกินไป และอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกของตนมีอาการ “ฮิคิโคโมริ” จนต้องพบกับเรื่องน่าสะพรึงตามมาอย่างคาดไม่ถึง ซึ่งพระเอกมาดเข้มก็ยอมรับว่าอินกับบทที่มีส่วนคล้ายกับชีวิตจริงไม่น้อยเลย
“เรื่องนี้ผมก็รับบทเป็น ‘วิรัช’ พ่อที่รักและผูกพันกับลูกมาก แต่ก็เป็นสามีที่มักจะมีปัญหากับภรรยาที่รับบทโดยคุณนกสินจัยเพราะความเจ้าชู้ของตัวเองจนต้องหย่าร้างกันไปและอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกของตัวเองเนี่ยกักขังตัวเองอยู่แต่ในห้องส่วนตัวไม่ยอมออกไปไหน จุดๆ นี้เนี่ย มันทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในครอบครัวแล้วก็เชื่อมโยงไปถึงความหลอกหลอนในเรื่องนี้ครับ

Posted Image
พออ่านบทครั้งแรกก็สนใจเลยครับ คือจริงๆ แล้วต้องบอกเลยว่า บทนี้เนี่ยค่อนข้างใกล้เคียงกับชีวิตจริงพอสมควร เพราะลูกชายของผมเนี่ยเป็นคนที่แบบมีโลกส่วนตัวอยู่แต่ในห้องเหมือนกัน จะเล่นแต่เกมคอมพิวเตอร์อยู่แต่ในห้องตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่หลุดโลกไปเลยเหมือนในหนังนะครับ บางทีวันหยุดนี่แทบจะไม่เจอกันเลย เราก็ต้องพยายามชวนและหากิจกรรมอื่นมาทำร่วมกับเขาด้วย เราก็มาคิดว่าตอนนี้มันเปลี่ยนยุคไปหรือเปล่า มันเป็นโลกแห่งเทคโนโลยีดูดซึมอะไรซักอย่างหรือเปล่า แล้วพอได้อ่านบทเรื่องนี้ปุ๊บเนี่ย เออ...บางส่วนมันคล้ายลูกเราเหมือนกันนะ รวมถึงเรื่องราวก็น่าสนใจ น่าไปดูซิว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นต่อไปกับการสร้างเรื่องราวให้เป็นแนวระทึกขวัญนี้ ก็อยากจะให้ไปชมกันนะครับ เพราะว่ามันเป็นหนังที่จะทำให้คนดูลุ้นระทึกไปด้วยตลอดว่าอะไรจะเกิดขึ้น แถมยังมีแง่มุมที่สะท้อนปัญหาสังคมสมัยใหม่นี้ด้วย ก็คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นหนังที่น่าสนใจมากครับ”



ติดตามชมการแสดงของพระเอกมาดเข้ม “ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์” ในภาพยนตร์หลอนระทึกขวัญเรื่อง “Who are you? ใคร...ในห้อง” ได้ในวันที่ 25 ก.พ. 53 นี้แน่นอน...ทุกโรงภาพยนตร์

Credit : http://www.showded.com/myprofile/news_post...hp?newId=121892



#10 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 03 February 2010 - 08:43 AM

03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"อวตาร"ยังแรง-แชมป์7สมัย

Posted Image

ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายเมื่อหนังดัง "Avatar" (อวตาร) ครองแชมป์หนังทำเงินในบ็อกซ์ ออฟฟิศ ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 7 ทำรายได้เพิ่มในสัปดาห์นี้ไปอีก 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายได้รวมจากทั่วโลกอยู่ที่ 2.039 พันล้านเหรียญสหรัฐ เป็นหนังทำเงินสูงสุดเรื่องใหม่แซงหน้า "Titanic" (ไททานิก) ไปเรียบร้อย

พร้อมกับกำลังจะทำลายสถิติหนังทำเงินสูงสุดในบ้านเกิดตัวเอง ซึ่งหนัง ไททานิก เป็นแชมป์เก่าโดยทำเอา 600.8 ล้านเหรียญ โดย อวตาร ตอนนี้ทำรายได้อยู่ที่ 594.5 ล้านเหรียญ

สำหรับหนังทำเงินอันดับ 2, 3 และ 4 เป็นหนังเข้าใหม่ทั้งสิ้น โดยอันดับ 2 เป็นหนังแนวดราม่าทริลเลอร์ "Edge of Darkness" ที่นำแสดงโดย "เมล กิ๊บสัน" ซึ่งหายหน้าหายตาจากจอไปนานพอสมควร เปิดตัวสัปดาห์แรกที่รายได้ 17.1 ล้านเหรียญ

อันดับ 3 หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ "When in Rome" รายได้อยู่ที่ 12.1 ล้านเหรียญ

อันดับ 4 หนังน่ารักแนวครอบครัว "The Tooth Fairy" รายได้ 10 ล้านเหรียญ

อันดับ 5 เรื่อง "The Book of Eli" รายได้ 8.8 ล้านเหรียญ

อันดับ 6 เรื่อง "Legion" รายได้ 6.8 ล้านเหรียญ

อันดับ 7 เรื่อง "The Lovely Bones" รายได้ 4.7 ล้านเหรียญ

อันดับ 8 เรื่อง "Sherlock Holmes" รายได้ 4.5 ล้านเหรียญ

อันดับ 9 เรื่อง "Alvin and the Chipmunks: The Squeakquel" รายได้ 4 ล้านเหรียญ

อันดับ 10 เรื่อง "It"s Complicated" รายได้ 3.7 ล้านเหรียญ


Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TXc9PQ==


03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

"อาจู"เล่นหนังไทยกังวลใจเรื่องภาษา

Posted Image

นักร้องเกาหลี "อาจู"เล่นหนัง "SORRY ซารางแฮโย (เการัก ที่เกาหลี)" ของผู้กำกับฯ พจน์ อานนท์ ยอมรับหนักใจเรื่องภาษา โดยเผยว่า

"ผมดีใจมากที่ได้มาทำงานกับผู้กำกับฯที่มีความสามารถ และนักแสดงก็มีเสน่ห์ แต่ที่ผมกังวลมากคือเรื่องของภาษา ตอนนี้ผมกำลังเรียนภาษาไทยอยู่ โดยผมรับบทเป็น ซูเปอร์สตาร์ที่ค่อนข้างดื้อ มีตารางการทำงานที่ค่อนข้างยุ่งมากเลยไม่มีเวลาเป็นส่วนตัว


Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TXc9PQ==


03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
"พันนา"ยอมรับ"องค์บาก3"คิวบู๊ยาก ภาคนี้เน้นบทกดดัน-ชี้"จา"สงบนิ่งปัญหาคลาย

Posted Image

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง "องค์บาก 3" เน้นเรื่องบทมากกว่าภาคอื่น พันนา ฤทธิไกร รับมีความกดดัน แพลม ภาค 3 นี้มีเซอร์ไพรส์ โดยพันนาเผยถึงส่วนร่วมในภาพยนตร์ว่า

"เหมือนเดิม คือ ควบคุมฉากแอ๊ก ชั่น เป็นที่ปรึกษา ภาคนี้ผมได้ดูฉากแอ๊กชั่นบางส่วนก็ตื่นตะลึงเลย น่ากลัวไม่ใช่น่ากลัวแบบหวาดเสียว แต่เรานำสิ่งที่เล่นด้วยได้ยากๆ มาทำกัน"

ถามถึง "จา"พนม ยีรัมย์ ว่าเป็นอย่างไรบ้างในภาคนี้ พันนาเผย "กับจาเองเขาโอเคสงบนิ่ง ปัญหาต่างๆ ดีขึ้นแน่นอน ความทุ่มเทของจาผมว่าทุกเรื่องที่เขาเล่นเขาทุ่มเทหมด อยู่ที่จังหวะของการใช้บท ผมว่าส่วนมากเราจะเบาเรื่องบท แต่ภาคนี้จะเน้นเรื่องบทมากขึ้น เรื่องความกดดันแน่นอนต้องมีมาก จะยากขึ้นเรื่อยๆ และต้องหาอะไรมาให้คนดูได้ดูว่าเรายังทำได้อยู่ ภาคนี้มีเซอร์ไพรส์มากกว่าภาคอื่นแน่นอน"

ต่อข้อถามถึงคิวบู๊ในเรื่อง ได้รับคำตอบว่า "เรื่องคิวบู๊ยอมรับว่ายาก เรื่องนี้ทำได้ดีเรื่องต่อไปจะทำได้ดีกว่ามั้ย เรียกว่ายากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องเจ็บตัวของจายังเหมือนเดิม มีเจ็บตัวธรรมดา ส่วนจะฉายเมื่อไหร่คงอยู่ที่บริษัท ยังไม่รู้ว่าเสี่ยเจียง (สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ) พูดยังไง รอฟังอยู่เหมือนกัน (ยิ้ม)"

แล้วเรื่องนี้ ปรัชญา ปิ่นแก้ว มาช่วยทำอะไรหรือเปล่า ดูเหมือนพันนาต้องเป็นตัวเชื่อมให้ปรัชญากับจา "ภาคนี้คุณปรัชญาก็มาเป็นที่ปรึกษาตามระบบ ลักษณะอะไรดี-ไม่ดีให้ช่วยคิด เรียกว่าแบ่งงานทำ อย่าเรียกว่าผมเป็นตัวเชื่อมระหว่างเขากับจา คนต้องเติบโตมีไอเดียเป็นของตัวเอง ทำงานร่วมกันครั้งนี้ผมว่าอะไรๆ ลงตัวขึ้นครับ"

Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TXc9PQ==



#11 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 03 February 2010 - 09:23 AM

03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
รายชื่อผู้เข้าชิง ออสการ์ ครั้งที่ 82 "Avatar", "The Hurt Locker" ชิงมากสุด 9 สาขา

Posted Image

หนังไซไฟสุดดังแห่งปี “Avatar” และหนังสงครามอีรัก “The Hurt Locker” กลายเป็นภาพยนตร์สองเรื่องที่ได้เข้าชิงรางวัลมากที่สุด ในรางวัลออสการครั้งที่ 82

ออสการ์ครั้งที่ 82 ยังเป็นปีแรกที่จะมีผู้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมถึง 10 เรื่อง จากเดิมที่มีแค่ 5

นอกจาก Avatar และ The Hurt Locker หนังที่ชิงชัยในรางวัลใหญ่ที่สุดของงานได้แก่ หนังไซไฟขายไอเดีย District 9"; อนิเมชั่นขวัญใจนักวิจารณ์ Up หนังสงครามโลกครั้งที่ 2 Inglourious Basterds, หนังที่สร้างมาจากเรื่องจริงของนักอเมริกันฟุตบอลชื่อดัง The Blind Side, ผลงานของ จอร์จ คูลนีย์ Up in The Air, งานดราม่าเล่าเรื่องยุค 60 A Serious Man, หนังที่เล่าเรื่องชีวิตและการเติบโตของหญิงสาวชาวอังกฤษ An Education" และ Precious: Based on the Novel `Push' By Sapphire หนังที่เล่าเรื่องชีวิตอันลำเค็ญของชาวอเมริกันผิวดำ

โดย Avatar และ The Hurt Locker เข้าชิงรางวัลทั้งหมดใน 9 สาขา, Inglorious Basterds 8 สาขา, Precious, Up in the Air 6 สาขา และ Up เข้าชิงรางวัล 5 สาขา ทั้งอนิเมชั่นขนาดยาวยอดเยี่ยม และเป็นอนิเมชั่น ที่สามารถเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องแรกนับแต่ The Beauty and The Beast เมื่อหลายปีก่อน

สาขาด้านการแสดงบรรดาตัวเต็ง ต่างสามารถผ่านเข้ารอบกลายเป็นผู้ถูกเสนอเข้าชิงในรอบสุดท้ายกันได้ถ้วนหน้าทั้งในสาขานักแสดงนำ ซานดร้า บูลล็อก จาก The Blind Side, เจฟฟ์ บริดเจส จากหนังเกี่ยวกับวงการเพลงคันทรีย์ Crazy Heart ส่วนสาขานักแสดงสมทบสองตัวเต็งที่กวาดมาแทบทุกเวทีอย่าง โม'นีค จาก Preciousและนักแสดงชาวออสเตรีย คริสโตเฟอร์ วอล์ทซ์ ดาวเด่นในหนังนาซี Inglourious Basterds ก็เป็นผู้ถูกเสนอชื่อไปตามความคาดหมาย

ในสาขาใหญ่อย่าง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยม เป็นการปะทะกันของอดีตคู่สามีภรรยา ที่โด่งดังที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา และกวาดรางวัลก่อนหน้าไปนอนกอดคนละหลายรางวัล Avatar ของ เจมส์ คาเมรอน ชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และผู้กำกับยอดเยี่ยมที่ลูกโลกทองคำ ส่วน The Hurt Locker ของ แคทเธอรีน บิเกโลว์ สามารถคว้ารางวัลของสมาคมผู้กำกับแห่งอเมริกา ซึ่งเป็นรางวัลที่มักจะสอดคล้องกับออสการ์ The Hurt Locker ยังคว้ารางวัลของ สมาคมผู้อำนวยการสร้าง และถูกเรื่องให้เป็นหนังยอดเยี่ยมแห่งปี 2009 โดยนักวิจารณ์ชั้นนำมากมาย

แคทเธอรีน บิเกโลว์ เป็นเจ้าของงานอย่าง Point Break และ K19: The Widowmaker ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้กำกับหญิงคนที่ 4 เท่านั้นที่สามารถเข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมได้ ต่อจาก โซเฟีย คอปโปลาจาก Lost in Translation, เจน แคมเปียน จาก The Piano และลีน่า เวิร์ธมูลเลอร์ จาก Seven Beauties เมื่อปี 1975 ซึ่งไม่เคยมีใครได้รับรางวัลนี้มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม แคทเธอรีน บิเกโลว์ ก็เป็นสตรีคนแรกที่คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมของสมาคมผู้กำกับมาได้ เพราะฉะนั้นโอกาสในการเป็นผู้ชนะบนเวทีออสการ์ของเธอ จึงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

ส่วน ลี เดเนียลส์ ผู้กำกับหนัง Precious เป็นคนผิวดำคนที่สองที่ได้เข้าชิงรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมต่อจาก จอห์น ซิงเกิลตัน ในปี 1991 ส่วนสองคนทำหนัง เจสัน ไรต์แมน และควินตัน ตารันติโน่ นอกจากจะเข้าชิงในสาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมแล้ว ทั้งคู่ยังมีลุ้นในรางวัลด้านการเขียนบทภาพยนตร์ด้วย

โดยงานมอบรางวัลจะจัดขึ้นในวันที่ 7 มีนาคม 2010 ที่ โกดัก เธียเตอร์ ในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยมี สตีฟ มาร์ติน และอเล็ค บอลด์วิน ร่วมกันเป็นพิธีกรในงาน

Posted Image
แอนน์ แฮทธาเวย์ รับหน้าที่ประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 82

ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

“Avatar” James Cameron and Jon Landau, Producers
“The Blind Side” Nominees to be determined
“District 9” Peter Jackson and Carolynne Cunningham, Producers
“An Education” Finola Dwyer and Amanda Posey, Producers
“The Hurt Locker” Nominees to be determined
“Inglourious Basterds” Lawrence Bender, Producer
“Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire” Lee Daniels, Sarah Siegel-Magness and Gary Magness, Producers
“A Serious Man” Joel Coen and Ethan Coen, Producers
“Up” Jonas Rivera, Producer
“Up in the Air” Daniel Dubiecki, Ivan Reitman and Jason Reitman, Producers

ผู้กำกับยอดเยี่ยม

“Avatar” James Cameron
“The Hurt Locker” Kathryn Bigelow
“Inglourious Basterds” Quentin Tarantino
“Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire” Lee Daniels
“Up in the Air” Jason Reitman

นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

Jeff Bridges in “Crazy Heart”
George Clooney in “Up in the Air”
Colin Firth in “A Single Man”
Morgan Freeman in “Invictus”
Jeremy Renner in “The Hurt Locker”

นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

Matt Damon in “Invictus”
Woody Harrelson in “The Messenger”
Christopher Plummer in “The Last Station”
Stanley Tucci in “The Lovely Bones”
Christoph Waltz in “Inglourious Basterds”

นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม

Sandra Bullock in “The Blind Side”
Helen Mirren in “The Last Station”
Carey Mulligan in “An Education”
Gabourey Sidibe in “Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire”
Meryl Streep in “Julie & Julia”

นักแสดงสมบทหญิงยอดเยี่ยม

Penélope Cruz in “Nine”
Vera Farmiga in “Up in the Air”
Maggie Gyllenhaal in “Crazy Heart”
Anna Kendrick in “Up in the Air”
Mo’Nique in “Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire”

บทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม

“District 9” Written by Neill Blomkamp and Terri Tatchell
“An Education” Screenplay by Nick Hornby
“In the Loop” Screenplay by Jesse Armstrong, Simon Blackwell, Armando Iannucci, Tony Roche
“Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire” Screenplay by Geoffrey Fletcher
“Up in the Air” Screenplay by Jason Reitman and Sheldon Turner

บทภาพยนตร์ดั่งเดิมยอดเยี่ยม

“The Hurt Locker” Written by Mark Boal
“Inglourious Basterds” Written by Quentin Tarantino
“The Messenger” Written by Alessandro Camon & Oren Moverman
“A Serious Man” Written by Joel Coen & Ethan Coen
“Up” Screenplay by Bob Peterson, Pete Docter, Story by Pete Docter, Bob Peterson, Tom McCarthy

ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม

“Coraline” Henry Selick
“Fantastic Mr. Fox” Wes Anderson
“The Princess and the Frog” John Musker and Ron Clements
“The Secret of Kells” Tomm Moore
“Up” Pete Docter

อนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยม

“French Roast” Fabrice O. Joubert
“Granny O’Grimm’s Sleeping Beauty” Nicky Phelan and Darragh O’Connell
“The Lady and the Reaper (La Dama y la Muerte)” Javier Recio Gracia
“Logorama” Nicolas Schmerkin
“A Matter of Loaf and Death” Nick Park

ภาพยนตร์สารคดียอดเยี่ยม

“Burma VJ” Anders Østergaard and Lise Lense-Møller
“The Cove” Nominees to be determined
“Food, Inc.” Robert Kenner and Elise Pearlstein
“The Most Dangerous Man in America: Daniel Ellsberg and the Pentagon Papers” Judith Ehrlich and Rick Goldsmith
“Which Way Home” Rebecca Cammisa

สารคดีขนาดสั้นยอดเยี่ยม

“China’s Unnatural Disaster: The Tears of Sichuan Province” Jon Alpert and Matthew O’Neill
“The Last Campaign of Governor Booth Gardner” Daniel Junge and Henry Ansbacher
“The Last Truck: Closing of a GM Plant” Steven Bognar and Julia Reichert
“Music by Prudence” Roger Ross Williams and Elinor Burkett
“Rabbit à la Berlin” Bartek Konopka and Anna Wydra

ตัดต่อยอดเยี่ยม

“Avatar” Stephen Rivkin, John Refoua and James Cameron
“District 9” Julian Clarke
“The Hurt Locker” Bob Murawski and Chris Innis
“Inglourious Basterds” Sally Menke
“Precious: Based on the Novel ‘Push’ by Sapphire” Joe Klotz

หนังภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

“Ajami” Israel
“El Secreto de Sus Ojos” Argentina
“The Milk of Sorrow” Peru
“Un Prophète” France
“The White Ribbon” Germany

แต่งหน้ายอดเยี่ยม

“Il Divo” Aldo Signoretti and Vittorio Sodano
“Star Trek” Barney Burman, Mindy Hall and Joel Harlow
“The Young Victoria” Jon Henry Gordon and Jenny Shircore

ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม

“Avatar” James Horner
“Fantastic Mr. Fox” Alexandre Desplat
“The Hurt Locker” Marco Beltrami and Buck Sanders
“Sherlock Holmes” Hans Zimmer
“Up” Michael Giacchino

เพลงนำภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

“Almost There” from “The Princess and the Frog” Music and Lyric by Randy Newman
“Down in New Orleans” from “The Princess and the Frog” Music and Lyric by Randy Newman
“Loin de Paname” from “Paris 36” Music by Reinhardt Wagner Lyric by Frank Thomas
“Take It All” from “Nine” Music and Lyric by Maury Yeston
“The Weary Kind (Theme from Crazy Heart)” from “Crazy Heart” Music and Lyric by Ryan Bingham and T Bone Burnett

ภาพยนตร์สั้นยอดเยี่ยม

“The Door” Juanita Wilson and James Flynn
“Instead of Abracadabra” Patrik Eklund and Mathias Fjellström
“Kavi” Gregg Helvey
“Miracle Fish” Luke Doolan and Drew Bailey
“The New Tenants” Joachim Back and Tivi Magnusson

ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม

“Avatar” Christopher Boyes and Gwendolyn Yates Whittle
“The Hurt Locker” Paul N.J. Ottosson
“Inglourious Basterds” Wylie Stateman
“Star Trek” Mark Stoeckinger and Alan Rankin
“Up” Michael Silvers and Tom Myers

บันทึกเสียงยอดเยี่ยม

“Avatar” Christopher Boyes, Gary Summers, Andy Nelson and Tony Johnson
“The Hurt Locker” Paul N.J. Ottosson and Ray Beckett
“Inglourious Basterds” Michael Minkler, Tony Lamberti and Mark Ulano
“Star Trek” Anna Behlmer, Andy Nelson and Peter J. Devlin
“Transformers: Revenge of the Fallen” Greg P. Russell, Gary Summers and Geoffrey Patterson

เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

“Avatar” Joe Letteri, Stephen Rosenbaum, Richard Baneham and Andrew R. Jones
“District 9” Dan Kaufman, Peter Muyzers, Robert Habros and Matt Aitken
“Star Trek” Roger Guyett, Russell Earl, Paul Kavanagh and Burt Dalton

กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

“Avatar” Rick Carter and Robert Stromberg; Set Decoration: Kim Sinclair
“The Imaginarium of Doctor Parnassus” Dave Warren and Anastasia Masaro; Set Decoration: Caroline Smith
“Nine” John Myhre; Set Decoration: Gordon Sim
“Sherlock Holmes” Sarah Greenwood; Set Decoration: Katie Spencer
“The Young Victoria” Patrice Vermette; Set Decoration: Maggie Gray

ถ่ายภาพยอดเยี่ยม

“Avatar” Mauro Fiore
“Harry Potter and the Half-Blood Prince” Bruno Delbonnel
“The Hurt Locker” Barry Ackroyd
“Inglourious Basterds” Robert Richardson
“The White Ribbon” Christian Berger

ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม

“Bright Star” Janet Patterson
“Coco before Chanel” Catherine Leterrier
“The Imaginarium of Doctor Parnassus” Monique Prudhomme
“Nine” Colleen Atwood
“The Young Victoria” Sandy Powell

Credit : http://www.manager.co.th/Entertainment/Vie...D=9530000015190



#12 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 04 February 2010 - 09:07 AM

04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
เปิดตัว

Posted Image

ค่ายหนังพระนครฟิล์มแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ "SORRY ซารังแฮโย เการักที่เกาหลี"ของผู้กำกับฯ พจน์ อานนท์ ที่ดึงพระเอกเกาหลี "อาจู" ร่วมแสดง คืนก่อน ที่ห้องอาหารรามา ยานะ คิงเพาเวอร์ ซ. รางน้ำ

Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TkE9PQ==



04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
แล้วรัก...ก็หมุนรอบตัวเรา

Posted Image
ลูกไม้ใต้ต้นคนบันเทิงสาว "มิ้นท์"มิณฑิตา วัฒนกุล ลูกสาวของคุณพ่อ "เมา"โกวิทย์ วัฒนกุล ขอแสดงฝีมือกับงานภาพยนตร์เรื่อง "My Valentine : แล้วรัก...ก็หมุนรอบตัวเรา"

โดยรับบทเป็นสาวมายด์ หน้าหมวย ที่โชคชะตาเล่นตลกให้กลายเป็นหมวยเลือกได้ มีหนุ่มๆ เข้ามาในชีวิตทีเดียวถึง 3 คน

ชายคนแรก มิค (จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว) เป็นแบบที่ตรงใจ หนุ่มใหญ่หน้าตาดี นิสัยดี ฐานะ การงานก็ดีอีก เจอแบบนี้เข้ามีสาวไหนจะไม่เลือก

ส่วนชายหนุ่มคนที่สอง อาร์ท (กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์) เป็นแบบที่โดนใจ ชายมาดแมน ไม่โรแมนติก ไม่เสแสร้ง เข้าขั้นปากเสีย แต่ก็เป็นคนที่ทำให้มายด์ได้เรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ในชีวิต

ชายหนุ่มคนที่สาม เป็นแบบที่จริงใจ ก้อง (เปอร์-สุวิกรม อัมระนันทน์) ผู้ชายที่แสนจะธรรมดา แต่อบอุ่นและมีอารมณ์ขัน อยู่ใกล้แล้วจะรู้สึกดีมีความสุข

เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจเลือกหนุ่มเพียงคนเดียว สาวหมวยจะเลือกใคร ร่วมหาคำตอบได้ในโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่ 4 ก.พ.นี้

Credit : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?new...HdNaTB3TkE9PQ==



04 กุมภาพันธ์ 2553
“Avatar” ทุบสถิติ “Titanic” อีกครั้ง เป็นหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาแล้ว

Posted Image

"Avatar" ผลงานของ "เจมส์ คาเมรอน" ทำรายได้ในการฉายในประเทศได้เอาชนะ "Titanic" เป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลที่ฉายในสหรัฐอเมริกาแล้ว พร้อมกันนี้ผู้อำนวยการสร้างของหนัง “จอห์น แลนเดา” ยังออกมาให้ความเห็นถึง กรณีที่ว่า “Avatar” ไม่ได้เป็นหนังทำเงินอันดับ 1 อย่างแท้จริง ถ้าเป็นการจัดอันดับแบบปรับค่าเงินด้วย

เมื่อวันอังคารที่ 2 ก.พ. ที่ผ่านมา Avatar สามารถทำรายได้ในการฉายที่สหรัฐฯ ไปแตะระดับ 601.1 ล้านเหรียญฯ แล้ว เป็นการทำลายสถิติ 600.8 ล้านเหรียญฯ ของ Titanic ที่ทำไว้เมื่อปี 1998 ได้สำเร็จ ขณะที่ในการนับรายได้รวมทั่วโลก Avatar ทำเงินผ่านหลัก 2 พันล้านเหรียญฯ เป็นหนังที่ทำเงินสูงสุดตลอดกาลไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว

"สายฟ้า มักจะไม่ผ่าที่เดิมซ้ำๆ 2 ครั้ง แต่มันก็เป็นไปแล้ว มันกดดันเหมือนกันที่ได้ยินว่าเรากำลังจะทำลายสถิติพวกนี้ เป็นเรื่องนอกเหนือจากสิ่งที่เราจะจิตนาการกันได้" จอห์น แลนเดา ผู้อำนวยการสร้างของหนัง กล่าวกับนักข่าว หลังจาก Avatar ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ 9 สาขา แลนเดา ถึงความสำเร็จของเขา กับผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่หนังเรื่อง Titanic และสามารถย้อนรอยความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้งกับ Avatar

แลนเดา ยังกล่าวต่อไปว่า ตอนนี้ คาเมรอน และเขากำลังคุยถึงภาคต่อกันแล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรตอนนี้ทั้งสิ้น ด้าน คาเมรอน ซึ่งเป็นผู้เขียนบท และกำกับ กล่าวถึงเรื่องภาคต่อของ Avatar ตั้งแต่หนังเพิ่งจะเข้าฉายในเดือน ธ.ค. แล้ว ซึ่งผู้กำกับชื่อดังยังเผยว่า หนังอาจจะมีตอนต่ออีกสัก 2 ภาค แต่ว่าทั้งหมดเป็นแผนการระยะยาว ... "หนังมีศักยภาพที่จะมีภาคต่ออยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ว่าผมมีบทหนังภาค 2 และ 3 เตรียมพร้อมอยู่แล้ว สามารถเริ่มต้นสร้างมันได้ตั้งแต่ปลายเดือน ม.ค. อะไรแบบนั้นหรอกนะครับ แต่แน่นอนว่าทุกอย่างอยู่ในแผนการแล้ว"

ตอนนี้ Avatar ยังเหลือเวลาในโรงภาพยนตร์อีกนาน หนังทำรายได้ถึง 600 ล้านเหรียญในการฉายเพียงแค่ 47 วัน ขณะที่ในปี 1998 Titanic ทำรายได้ไปทั้งสิ้น 311 ล้านเหรียญ ในเวลาเท่ากัน ซึ่งการเข้าชิงรางวัลออสการ์ 9 สาขา ก็อาจจะช่วยให้หนังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นไปอีก

หลายคนแสดงความเห็นเกี่ยวกับปรากฏการณ์กวาดรายได้ของ Avatar ว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้หนังเก็บเงินได้เร็วเช่นนี้ ก็คือราคาตั๋วหนังในยุคปัจจุบัน และโรงภาพยนตร์สามมิติ

เพราะถึงตอนนี้ถ้านับเฉพาะจำนวนคนดู Avatar ยังไม่สามารถเอาชนะ Titanic ได้ ซึ่งหนังทั้งสองเรื่องก็ยังเป็นรองในเรื่องจำนวนตั๋วที่ขายได้ทั้งหมด และเมื่อเทียบรายได้ของหนัง แบบที่มีการปรับค่าเงิน กับงานคลาสสิคอย่าง Gone With the Wind, Star Wars และ The Sound of Music หนัง 3 อันดับแรก ที่ทำรายได้สูงสุดหลังปรับค่าเงินแล้ว

สำหรับ เลนเดา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างของทั้ง Titanic และ Avatar ออกความเห็นว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการจัดอันดับหนังทำเงิน โดยเอาเรื่องค่าตั๋ว หรือการปรับค่าเงินมาเป็นเครื่องชี้วัด และกล่าวว่า ทุกช่วงเวลาต่างมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบกันอยู่แล้ว " Gone With the Wind ไม่ต้องแข่งกับโทรทัศน์ ขณะที่ Star Wars ฉายตอนที่ยังไม่มีแผ่น DVD และ Titanic ไม่ต้องมีคู่แข่งเป็นแผ่น Blu-rays และทีวีดาวเทียม"

"เรื่องการปรับค่าเงินทำให้ผมขำ เวลาพูดถึงทุนสร้าง หรือค่าใช้จ่าย ผมไม่เคยเห็นพวกเขาเอาเรื่องนี้มาพูด แต่ชอบเหลือเกินเวลามันเกี่ยวข้องกับบ็อกซ์ออฟฟิศ" แลนเดา แสดงความคิดเห็น


อันดับหนังทำเงินตลอดกาลในสหรัฐฯ โดย Boxoffice Mojo (หน่วยเป็นล้านเหรียญสหรัฐฯ)

1. Avatar (2009) - $601.1
2. Titanic (1997) - $600.8
3. The Dark Knight (2008) - $533.3
4. Star Wars (1977) - $460.9
5. Shrek 2 (2004) - $441.2
6. E.T.: The Extra-Terrestrial (1982) - $435.1
7. Star Wars: Episode I - The Phantom Menace (1999) - $431.0
8. Pirates of the Caribbean: Dead Man's Chest (2006) - $423.3
9. Spider-Man (2002) - $403.7
10. Transformers: Revenge of the Fallen (2009) - $402.1

อันดับหนังทำเงินตลอดกาลในสหรัฐฯ แบบปรับค่าเงินแล้ว โดย Boxoffice Mojo (หน่วยเป็นล้านเหรียญสหรัฐฯ)

1. Gone with the Wind (1939) - $1,537.5 (รายได้ที่ทำได้จริง $198.6)
2. Star Wars (1977) - $1,355.4 ($460.9)
3. The Sound of Music (1965) - $1,083.7 ($158.6)
4. E.T.: The Extra-Terrestria (1982) - $1,079.5 ($435.1)
5. The Ten Commandments (1956) - $996.9 ($65.5)
6. Titanic (1997) - $976.7 ($600.7)
7. Jaws (1975) - $974.6 ($260.0)
8. Doctor Zhivago (1965) - $944.6 ($111.7)
9. The Exorcist (1973) - $841.4 ($232.6)
10. Snow White and the Seven Dwarfs (1937) - $829.4 ($184.9)

21. Avatar (2009) - $601.1 ($601.1)
Credit : http://www.manager.co.th/Entertainment/Vie...D=9530000016061



#13 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 05 February 2010 - 09:15 AM

04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
แฟน"อวตาร"เตรียมชมฉากเลิฟซีน ในรูปแบบดีวีดี

Posted Image

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 ก.พ.ว่า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับภาพยนตร์เขย่าโลก"อวตาร"แถลงข่าวเปิดเผยสว่า แฟนอวตาร เตรียมจะได้ชมฉากเลิฟซีนของภาพยนตร์เรื่อง"อวตาร"ที่ไม่มีฉายในโรง ในรูปแบบดีวีดี ที่จะบรรจุฉากดังกล่าว โดยฉากดังกล่าวจะเป็นฉากเลิฟซีนของแจ็ค ซัลลี่ ตัวเอก กับ"เนย์ติรี่"แฟนสาวของเขา โดยคาเมรอนบอกว่า ทีมงานได้ตัดฉากนี้ออกเพื่อให้เป็นสิ่งพิเศษในรูปแบบดีวีดี และแฟน ๆ จะได้ชมหากซื้อดีวีดีเรื่องนี้


ด้านซู ซัลดานา ซึ่งเล่นเป็นตัวนางเอก"เนย์ติริ บอกว่า ฉากเซ็กส์ดังกล่าว เกี่ยวข้องกับกระบวนเดียวกับที่พวกเอเลี่ยนใช้สื่อสารในโลกพระเคราะห์ใน นิยาย แต่ฉากดังกล่าวจำเป็นต้องถูกตัดออกเมื่อฉายในโรง ด้วยเหตุผลต้องคำนึงถึงผู้ชมที่ชมกันเป็นครอบครัว


Credit : http://news.zubzip.com/?news-แฟนอวตารเตรีย...แบบดีวีดี-22682


04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
หนังเกย์เรื่องแรกของอินเดียหวัง กก.เซ็นเซอร์เปิดไฟเขียว

Posted Image

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ผู้ กำกับภาพยนตร์บอลลีวู้ดซึ่งมีฉากชายรักร่วมเพศจุมพิตกันเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์กระแสหลักอินเดีย ได้คาดหวังว่าคณะกรรมการเซ็นเซอร์ของประเทศจะเปิดไฟเขียวอนุญาตให้หนังของ เขาสามารถเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ได้

ผู้กำกับคนนี้มีชื่อว่า "สัญชัย ชาร์มา" ซึ่งสร้างหนังเรื่อง "Dunno Y ... Na Jaane Kyun" หรือที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "Don?t Know Why" (ไม่รู้ทำไม) ภายหลังจากที่ศาลฎีกาอินเดียพิพากษาให้ล้มเลิกกฎหมายต่อต้านกลุ่มบุคคลรักร่วมเพศเมื่อปีที่แล้ว โดยหนังเรื่องนี้มีกำหนดลงโรงฉายในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

ทั้ง นี้ ประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างชายรักร่วมเพศยังคงมีสถานะเป็นเรื่องต้องห้ามใน สังคม-วัฒนธรรมอินเดีย และมีการคาดการณ์ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงตามมาอย่าง มากมาย เมื่อเป็นหนังที่นำเสนอประเด็นความสัมพันธ์ทางเพศของผู้ชาย 2 คน รวมทั้งยังมีฉากจูบกันของทั้งคู่ ซึ่งถือเป็นฉากชายรักชายจุมพิตกันครั้งแรกของวงการภาพยนตร์กระแสหลักอินเดีย อีกด้วย

"Dunno Y" คือผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของสัญชัย เขาต้องการให้หนังที่นำเสนอความสัมพันธ์ของเกย์เรื่องนี้มีความจริงจัง ไม่ใช่ไปเล่นหัวกับตัวละครเพศที่ 3 อย่างขำขันสนุกสนาน ดังเช่นที่หนังบอลลีวู้ดมักกระทำกัน
Credit : http://news.zubzip.com/?news-หนังเกย์เรื่อ...ิดไฟเขียว-22683



04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
จ่อสร้างอวตารภาค 2

เจมส์ คาเมรอน'เปรยอาจสร้าง 'อวตาร 2' หลังภาคแรกประสบความสำเร็จ ทำรายได้กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ภายหลังประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับภาพยนตร์อวตารจนทำรายได้สูงสุดในโลกแซงหนังดังอย่างไททานิกนั้น นายเจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับมือทองกล่าวเป็นนัยว่า เขาอาจทำภาค 2 ของอวตารออกมาให้แฟนๆ ได้เชยชมกันอีก และตอนนี้เรากำลังมองไปที่จำนวนเงินที่หนังกำลังกอบโกยก่อน เพราะที่ผ่านมา อวตารทำรายได้ทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้ง 601.1 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาและแคนาดา แซงไททานิกที่ทำรายได้ 600.8 ล้านดอลลาร์.

Credit : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/in...contentID=46814



04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
'ไมเคิล เบย์' เผย 'Transformers 3' อาจจะกลับมาในรูปแบบ 3 มิติ

Posted Image

แหล่งข่าวจาก " วาไรตี้ " ได้มีการสนทนากันระหว่าง ไมเคิล เบย์ , ค่าย Paramount และ Industrial Light & Magic เกี่ยวกับการก้าวเข้าสู่โลกแห่ง 3 มิติ.

แต่อุปสรรค์อันยิ่งใหญ่ที่ขวางหน้าอยู่คือ การใช้เวลาอย่างมหาศาลของงานด้านการผลิต ( Production ) และเทคนิคพิเศษ ( visual effects ) ในรูปแบบ 3 มิติ
ขณะที่กำหนดเวลาออกฉายของภาพยนตร์ ได้ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนแล้ว. และการเปลี่ยนแปลงใดๆหลังจากนี้อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา.

ซึ่งไมเคิล เบย์ และ สตีเฟ่น สปิลเบิร์ก กำลังปรึกษากัน ในเค้าโครงเรื่องสำหรับภาคต่อไป.

Transformers 3 จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 1 กรกฎาคม 2011

Credit : http://www.nangdee.c...pic.php?t=10938



#14 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 05 February 2010 - 09:37 AM

05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
'โบวี่'โบกมือลานางรอง ขึ้นแท่น'นางเอก'

Posted Image

ค่าย ซาก้า คลื่นลูกใหม่วงการภาพยนตร์ผู้ผลิตงานหนังเรื่อง “8 อี 88 ซุปเปอร์แฟน” ไว คว้าตัวสาวฮอต “โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์” หลังจาก หนังทริล เลอร์ “แฟนเก่า” ประสบความสำเร็จอย่างสุด ๆ ในเรื่องนี้ โบวี่ โบกมือลาบทนักแสดงสมทบขึ้นแท่นนางเอกเต็มตัว

“ก่อนอื่นโบต้องขอบคุณในโอกาสและความไว้วางใจที่ผู้ใหญ่ บ.ซาก้าเป็นอย่างมากที่ไว้ใจ เห็นความตั้งใจในการทำงานของโบและหยิบยื่นสิ่งดี ๆ ในครั้งนี้มาให้ “8 อี 88 ซุปเปอร์แฟน” คืองานหนังเรื่องล่าสุดหลังจากที่แฟนเก่าฉายไปค่ะ ซึ่งจากตรงนั้นฟีดแบ็กกลับมาดี มาก ๆ จากนั้นก็มีติดต่อเข้ามาเยอะโบก็ให้พี่ที่ดูแลเรื่องงานประสาน จนมาลงตัวที่เรื่องนี้ค่ะบทที่โบรับคือสาลี่ ปกติแล้วเธอเป็นคนเรียบร้อย พี่เค้าบอกเกือบเป็นเบญจกัลยาณีเลยก็ว่าได้ แต่เรื่องที่ทำให้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป หลังจากที่แฟนของเธอติดคุก เธอกลายเป็นสาวขี้เหล้าเมายา แบบอีลำยองเลย เธอเล่นกินเหล้าแทนยา

จากเรื่องความรักที่ไม่สมหวังมันส่งผลให้ชีวิตเธอตกต่ำ แค่คิดมันก็สนุกแล้วค่ะเพราะคา แรกเตอร์แบบนี้แค่คิดก็ยาก ไกลตัว และเกินคาดเดาได้เลยค่ะ ตอนนี้ก็ฟิตติ้ง ดูเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม เข้าซ้อมบทต่อบทกันค่ะ และคงจะเริ่มลุยกันในเร็ว ๆ นี้ กับเรื่องนี้ถามว่าเซ็กซี่ไหม คงปกติค่ะ ก็คือแล้วแต่คาแรกเตอร์ คือเท่าที่คุยกันเบื้องต้นคงมีแต่ไม่ใช่เรื่องแรก ตรงนี้โบสบายอยู่แล้วเพราะมันคืองานการแสดง แต่ใช่ว่าจะถนัดหรืออยากเล่นอะไรที่ออกมาทางนี้เท่านั้น อยากเล่นจนถึงเรื่องที่บู๊ เตะ ต่อย ด้วยซ้ำไปค่ะ แต่เรื่องนี้เป็นบทบาทใหม่ที่ทุกคนไม่เคยเห็นอย่างแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้โบด้วยนะคะ”.

Credit : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/in...contentID=46775


05 กุมภาพันธ์ 2553
'อรอนงค์' หลงคารม

Posted Image

เผย...ผู้ชายตลกสีเสน่ห์จริงๆ!!

“อรอนงค์ ปัญญาวงศ์” อดีตนางงาม ที่ล่าสุดกำลังมีงานหนัง “บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้)” ภาพยนตร์แนว แฟมิลี่ คอมเมดี้ ของค่าย จีทีเอช ออกมาให้เราชมกัน และหลังจากที่เข้าร่วมแสดงในภาพยนตร์นี้ อดีตนางงาม เผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลงเสน่ห์ตลกเข้าให้แล้ว

“ในการเล่นหนังเรื่อง บ้านฉัน..ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) แค่อ่านบทครั้งแรกก็อยากเล่นแล้ว ในเรื่องอร ต้องเล่นเป็นภรรยาพี่รงค์ และมีลูก 2 คน คือ น้องเฟม กับน้องจีน่า ซึ่งน่ารัก เป็นขวัญใจของกองถ่าย เราเข้าฉากด้วยกัน จนเหมือนกับเป็นแม่ลูกกันจริง ๆ แล้ว ส่วนพี่รงค์ ต้องขอบอกเลยว่า เขามืออาชีพจริง ๆ เข้าฉากด้วยกันทีไร หลุดขำทุกที เพราะเขาจะมีมุกสนุก ๆ มาให้พวกเราได้ฮากันทั้งกอง ทำให้อรได้รู้ว่า เวลาอยู่กับตลก ชีวิตมันมีความสุข ไม่เครียดเลยค่ะ

หนังเรื่องนี้เป็นกองถ่ายหนังที่มีแต่คนอารมณ์ดีกันทั้งนั้น ทั้งผู้กำกับ บอล-เมษ แม่ขวัญจิต ก็สนุกมากค่ะ รวมทั้งน้องเฟม ที่พยายามคิดมุกมาฮาด้วยกันในกองถ่าย นอกจากความสนุกแล้ว หนังเรื่องนี้ยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่น มันเป็นหนังที่ละมุน กรุ่นไปด้วยใยรัก ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และอรยังได้รับบทเป็นแม่ ที่มีอารมณ์หลากหลายเป็นครั้งแรกด้วยค่ะ”.

Credit : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/in...contentID=46774



แซค แอฟฟรอน รับบทไอ้แมงมุม

สหรัฐ 3 ก.พ.- พระเอกคนใหม่ที่จะมารับบทไอ้แมงมุม ซึ่งล่าสุดแว่วว่าส้มหล่นใส่หนุ่มหน้าใส แซค แอฟฟรอน ด้วยค่าตัวสูงถึง 500 ล้านบาท

หลังจากพระเอก โทบี้ แมคไกว์ ประกาศถอนตัวจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ภาคต่ออย่าง Spider Man 4 มีข่าวมาว่า ผู้สร้างหมายตาให้นักแสดงหนุ่มสุดฮอต โรเบิร์ต แพททินสัน มารับบท ไอ้แมงมุม แทน แต่ล่าสุดแหล่งข่าววงในเผยว่า คนที่มาเสียบแทนหนุ่มโทบี้ จริงๆ ไม่ใช่หนุ่มแพททินสัน แต่เป็นหนุ่ม แซค แอฟฟรอน ที่จะได้ค่าตัวถึง 9 ล้านปอนด์ หรือกว่า 500 ล้านบาท

ซึ่งคนที่เสนอชื่อหนุ่มแซค ให้ค่ายหนังพิจารณา ก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นหนุ่ม โทบี้ ที่มั่นใจว่า หนุ่มแซค น่าจะรับบทนี้ได้ดี และไม่ทำให้ทั้งคอหนังและคอการ์ตูนต้องผิดหวังแน่นอน แว่วว่า บทแมรี่ เจน แฟนสาวของไอ้แมงมุม ก็น่าจะหนีไม่พ้น วาเนสซ่า ฮัดเจนส์ หวานใจตัวจริงของหนุ่มแซค ที่เคยโชว์ความหวานด้วยกันในหนังเพลงเรื่อง High School Musical ทั้ง 3 ภาคนั่นเอง.-สำนักข่าวไทย

Credit : http://www.mcot.net/content/16746



#15 SarangLBY

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 8,562 posts

Posted 06 February 2010 - 03:37 PM

06 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
'หม่อมน้อย' หวนคืนจอเงิน

หายไปนานถึง 14 ปี หม่อมน้อย จับมือกับ เสี่ยเจียง หยิบภาพยนตร์ ย้อนยุคโศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ "ชั่วฟ้าดินสลาย" มาสร้างเป็นภาพยนตร์...

หลังจากห่างหายไปนานถึง 14 ปี หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล จับมือกับ เสี่ยเจียง สมศักดิ์ ค่าย สหมงคลฟิล์ม หยิบภาพยนตร์ ย้อนยุคโศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ "ชั่วฟ้าดินสลาย" มาสร้างเป็นภาพยนตร์ เป็นการหวนคืนจอเงินครั้งนี้ หม่อมน้อยเผยว่า "ผมรู้สึกอบอุ่นใจเหมือนได้กลับบ้านเก่าที่เราผูกพันมาตลอดชีวิต และภูมิใจที่เสี่ยเจียงยังนึกถึงและไว้วางใจ หลังจากที่ไม่ได้มีโอกาสร่วมงานกับเสี่ยเจียงนานถึง 25 ปี นับจากภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของผม คือ เพลิงพิศวาส สำหรับชั่วฟ้าดินสลาย เป็นโศกนาฏกรรมรักอันยิ่งใหญ่ของสองหนุ่มสาวที่มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง".


Credit : http://www.thairath....ntent/ent/63268







1 user(s) are reading this topic

0 members, 1 guests, 0 anonymous users