SAMURAI IN THE CITY OF ANGELS : VOGUE 2012.01
จิน อาคานิชิ เรื่องราวกำลังเริ่มขึ้นที่ตรงนี้
ประตู รถสีดำเปิดออก และจิน อาคานิชิก็ลงมาจากรถ โลเกชั่นเป็นสตูดิโอถ่ายภาพในแอลเอใกล้ๆชายหาด venice คล้ายดารายุคเก่าอายุ 27ปี มาพร้อม
การไม่ได้โกนหนวด แต่งตัวสบายๆ สวมแจ็คเกตมีฮู้ดสีดำกับยีนส์ เสื้อตัวในใต้ฮู้ดเป็นคอวีสีขาว กับนาฬิกาข้อมือแบบผู้ชาย
“จิ น อาคานิชิ” ในเวลานี้กำลังจะเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในอเมริกาทั้งซิ งเกิ้ลแรก การแสดงในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ร่วมกับเคียนูรีฟส์ เรื่อง ”47 RONIN”
ที่จะฉายในปี 2555 ด้วย อย่างไรก็ดีนี่เป็นการเดิมพันที่พลาดไม่ได้สำหรับอาคานิชิ จิน ไม่ว่าในฐานะนักดนตรีหรือนักแสดง ศิลปินญี่ปุ่นน้อยคนนักที่จะ
สร้างชื่อในอเมริกาได้ และยิ่งหายากขึ้นไปอีกที่จะ มีชื่อเสียงไปพร้อมกันในสองที่ทั้งญี่ปุ่นและอเมริกา
การ สัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นในลานของสตูดิโอ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งจินออกเสียงได้อย่างชัดเจนมาก คำถามแรกคือ คุณคิดยังไงกับงานของตัวคุณใน
ฮอลีวู้ดที่ทำอยู่นี้ ? หลังความเงียบครู่หนึ่ง จินก็ตอบว่า
“ผมไม่รู้จะอธิบายยังไงเพราะว่าผมทำหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน พอคิดว่าทำอะไรสักอย่างเสร็จแล้ว
เรื่องต่อไปก็จะเข้ามาต่อทันที ผมจึงต้องโฟกัสอยู่กับสิ่งที่ทำในขณะนั้นๆ”
ฝากความฝันไว้กับดินแดนใหม่
สอง ตาของเขาถูกปิดไว้ใต้แว่นกันแดด เห็นอย่างนี้แล้ว ผมสงสัยว่าเขาย้ายมายังอเมริกาเพราะได้รับความสนใจจากสื่อญี่ปุ่นมากเกิน ไป แต่ที่จริงแล้ว
เหตุผลของเขาที่มาแอลเอเพราะเขาสนใจในเพลงแบบอเมริกา ต่างหาก ตลอดเวลาที่พูดคุยกันเรื่องเพลงที่เขาชอบ จินจะพูดคุยอย่างกระตือรือร้นและมี
ความสนใจเป็นพิเศษในเพลง “No love” ของ Eminem feat. Lil Wayne
“เพลงช่วยสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นได้จริงๆเลยนะ” แล้วเขาก็ฮัมท่อนฮุกของ
เพลงออกมา “♫It’s a little too late~”
จากนั้นก็เป็นหัวข้อเรื่องสิ่งที่เขาสนใจในแอลเอ ชีวิตในแต่ละวันของเขา
"คนญี่ปุ่นคนอเมริกัน คนที่แตกต่างกันทั้งเรื่องของเชื้อชาติและสีผิว” แต่ก็มาสนุก
ร่วม กันได้ใน American styled barbecue ซึงจินอธิบายว่ามันเป็น ”meat party” นอกจากนี้ก็ไปช้อปปิ้งที่ beverly center ซึ่งดูเหมือนว่าเขายังไม่พบ
แหล่งชอปปิ้งใกล้ๆ ที่พักของเขาเลย
“มันยากนะสำหรับผมที่จะหาซื้ออะไรดีๆ สักอย่าง อาจเพราะประเทศนี้มันใหญ่มาก”
ความรักที่มีต่อดนตรี
จินอธิบายถึงสไตล์แฟชั่นของตัวเองว่าเป็นแบบ “สบายๆ และ ไร้ราคา”
“ผมชอบชิ้นที่มันดูแล้วสามารถใช้ไปได้นานๆแบบพวกแจ๊กเก็ตยีนส์” เขาไม่ได้พิถี
พิถัน ถึงเรื่องยี่ห้อ กลับชอบสไตล์แบบพื้นๆของแอลเอด้วยการสวมใส่กางเกงขาสั้นกับรองเท้า แตะ ปัญหาในตอนนี้ของเขาก็คือชุดของเขาเหมือนคนที่
กำลังจะไปทะเล ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้มีเวลาไปทำอะไรแบบนั้นเลย
ตั้งแต่ จบการถ่ายหนังที่ลอนดอนและบูดาเปสท์เขาก็กลับไปยังแอลเอในเดือนกรกฎาคม ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียง ซิงเกิ้ลแรกของเขา
“TESTDRIVE” ก็เพิ่งรีลิสเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา แม้ว่าเขาจะเขียนเพลงเกือบทั้งหมด ด้วยตัวเองแต่ก็ไม่ได้บ่นถึงความเหนื่อยยากในสิ่งที่ทำ
“ขั้นตอนของ
การแต่งเพลงมันยุ่งจริงๆ ยากมากจริงๆ แต่เวลาที่ทำออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้วมันก็จะน่าพอใจ เป็นสิ่งที่สุดยอดจริงๆ”
พฤศจิกายน 2553 จินกับทัวร์อเมริกาอันท้าทายการไปในสถานที่แตกต่างกันถึงห้าเมืองและมีแฟนๆ มารวมตัวกัน อีกทั้งยังมีโชว์พิเศษถ่ายทอดสดทาง MTV
ซึ่ง MTV ได้อธิบายว่า จินเป็นท้อปสตาร์จากเจป๊อป ผู้ซึ่งแต่งเนื้อเพลงของตัวเองเล่นกีตาร์เอง และทำแม้กระทั่งปรับแต่งบทเพลงของเขาด้วยตัวเอง
ปลายปี 2553 จินเซ็นต์สัญญากับค่ายดังในอเมริกาอย่าง Warner Music Group และนับจากนั้นเขาก็เข้าสู่งานผลิตอัลบั้มของเขา ซึ่งมีกำหนดวางแผง
ในปี 2555 แต่จนถึงตอนนี้ชื่ออัลบั้มและรายละเอียดต่างๆก็ยังไม่ได้ตัดสิน ใจ (จินยิ้มบางและบอกว่า “เรากำลังปรึกษากันอยู่” ) ถึงแม้ว่าจินจะเป็นแฟน
ตัวยงของเพลงฮิปฮอปแต่เขาก็ไม่ได้จำกัดให้การเดบิวต์ในอเมริกาของเขาต้องออกมาเป็นเพลงแนวนั้น
“แนวเพลงฮิตมักจะเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ และก่อน
ที่จะพักคุณก็ต้องก้าวนำไปให้ได้ก้าวนึงก่อน แต่สำหรับผม ผมแค่อยากจะทำให้เพลงออกมาดี” เขากล่าว และเพิ่มเติมด้วยว่าจะมีความสุขถ้าแฟนเพลง
ที่ญี่ปุ่นจะเปิดใจยอมรับในเพลงภาษาอังกฤษของเขา
“มันคงจะดีถ้าพวกเขาชื่นชอบในสิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้” และเขากำลังเลือกใช้คำอย่างระมัดระวัง
และพูดกับแฟนๆว่า
”ถ้าผมพอจะเป็นแรงกระตุ้นให้กับทุกคนได้”
จิตวิญญาณในฐานะนักแสดง
ตอน นี้ในมือของจินกำลังถือถ้วยกาแฟใบใหญ่ ค่อยๆจิบอย่างผ่อนคลายในขณะที่ให้สัมภาษณ์ และพูดถึงเรื่องน่าสนใจเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่าย
ทำภาพยนตร์๋ “47RONIN” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเรื่องราวเกี่ยวกับซามูไรของญี่ปุ่นและมีกำหนดฉายในช่วงฤดูหนาวปี 2555
อย่าง ไรก็ตามหนังก็มีความจากแตกต่างจากหนังย้อนยุคทั่วไปตรงที่มีความเป็นแฟนตาซี มากกว่า การถ่ายทำเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในยุโรป และมั่นใจได้ว่า
นี่เป็น งานที่จะกลายเป็นอีกก้าวสำคัญของ อาคานิชิ จิน งานที่จะเปิดทางสู่การเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับสากล เขากล่าวว่าสนุกมากกับการแสดงนำร่วมกับ
เคียนู รีฟส์ เรื่องที่จำได้ดีที่สุดคือการได้เล่นหมากรุกญี่ปุ่นด้วยกันเป็นประจำระหว่าง พักเกมพวกเขาต้องกลับไปถ่ายหนัง และก็ต้องจบเกมไปโดยไม่มีผู้ชนะ
ถึงจะดูเหมือนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นทุกวันนี้จะกลายเป็นเรื่องธรรมดาแต่จู่ๆเขาก็ตระหนักว่านี่มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
“ถึงเราจะพูดคุยกันแบบตรงๆ ต่อกัน แต่
พอนึกได้ว่านี่เคียนู รีฟส์เลยนะ นักแสดงนำของเดอะเมทริกซ์ !!" ก็จะมีสติรู้ตัวขึ้นมา
ระหว่างที่ถ่ายหนังอยู่ คุณรู้สึกได้ถึงจิตวิญญาณแห่งซามูไรมั้ย ?
จินพิจารณาคำถามของผมอย่างจริงจังมาก
มัน ดูเหมือนเขาได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับความเพียรและอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งนั่นก็เป็นอะไรที่สำคัญต่ออาชีพของเขาเพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า จากญี่ปุ่นไป
สู่เวทีระดับโลก ในความจริงแล้วดูเหมือนการเตรียมพร้อมเพื่อการแสดงเป็นซามูไรนั้นไม่ค่อยยากอะไร
“โดยรวมแล้ว ผมสนุกกับมันมากปล่อยความรู้สึก
ไปตามการถ่ายทำตั้งใจที่จะเรียนรู้และเก็บเกี่ยวจากนักแสดงคนอื่นๆ ผมได้เรียนรู้ด้านการแสดงมากขึ้นจริงๆ” ดูเหมือนว่าในกระบวนการถ่ายทำภาพยนตร์
จะสร้างความประหลาดใจให้เขามากมาย มันยังเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้ใช้ห้องแต่งตัวในรถเทรลเลอร์แบบนักแสดงหนังฮอลีวู้ดด้วย
“ทุกอย่างๆ มัน
แตกต่างมากๆเลย”
ถึงตอนนี้ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มสัมภาษณ์มาที่เขาถอดแว่นของเขาออกและเปิดเผยให้เห็นถึงนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม
นี่ คงเป็นสัญญาณของการสิ้นสุดการสัมภาษณ์ ต่อจากนี้จินจะต้องไปถ่ายแบบต่อซึ่งก็เป็นอีกวันธรรมดาๆวันนึงในแอลเอของเขา ก้าวสำคัญนี้จำเป็น
ต่อการจะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จในระดับสากลงานที่ทำเพื่อสานฝันของเขาให้เป็นจริงในอเมริกา
เขาในตอนนี้จำเป็นต้องเป็นเหมือนซามูไร
ที่อ่อนน้อมถ่อมตนและพากเพียร… ซึ่งในข้อนี้เขาเองก็รู้ดี