......"มนต์รัก butterfly" by Lomanoi สำแดงสด ณ โลมารามา มาพบท่านผู้มีเกือกแล้ววววว....(ยังไม่ต้องมอบให้ โลมาตอนนี้นะ ยังพอมีใส่อยู่ อิ อิ).......
ความต่อเนื่องจากเมื่อวาน..........
....คนป่วยค่อยๆลืมตา...อาการสะลืมสะลือ....คิมยิ้มกว้างขวาง..แววตายินดีอย่างยิ่ง...
“สวัสดีครับน้องพาย....พี่ด๋อยมาเยี่ยม”
คุณสมชาติยิ้มทักทันทีที่คนไข้โฟกัสดวงตามาที่ใบหน้าของตน.....
“สวัสดีด้วยครับ..พาย....”
บี ก็ไม่พลาดหรอก...ยิ้มอย่างหวาน....รีบแทรกตัว(เสนอหน้า)มาให้หญิงเห็นบ้าง......
หญิงพายผู้เป็นคนป่วยนอนอยู่บนเตียง ยกมือใหว้พี่ด๋อย...และยิ้มทักคนมาเยี่ยม...
“หวัดดีค่ะพี่ด๋อย...ขอบคุณมากๆค่ะ.....สวัสดีค่ะคุณ บี .....ไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ....พายไม่ได้เป็นอะไรมาก”
หญิงทักทายทั่วกัน.....แต่ไม่ได้มองมาที่คนนอนเฝ้าเลย......
“ไม่ได้เป็นอะไรมากได้ใง....บี เห็นอยู่..ว่าพายป่วยมากแค่ไหนวันนั้น... บี จะพามาโรงพยาบาลตั้งแต่วันนั้นแล้ว...แต่พายก็ไม่ยอม”
บี ยิ้มหวานใส่พร้อมสบตาคนป่วยก่อนพูด......แต่หญิงก็เพียงส่งรอยยิ้มแห้งๆ..หน้าซีดๆเพราะพิษไข้.....
“แค่คุณ บี ขับรถไปส่งพายที่....ก็รบกวนคุณ บี เยอะแล้วค่ะ....แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้ว”
....เสียงคนไข้ตอบคู่สนทนา ...แต่ก็ยังไม่ยอมมองหน้าคนเฝ้าไข้อยู่ดี........ถ้าตั้งใจฟังดีๆ....จะได้ยินเสียงถอนหายใจน้อยๆ...แต่เวลานี้...ดูเหมือนจะมิมีใครสนใจ......
“ยินดีมากนะครับ...คราวหน้า...ไม่พูดคำว่าเกรงใจนะ..เรียกใช้ บี ได้เลย....อย่าเกรงใจ..”
บี ยังแย่งซีนได้อย่างต่อเนื่อง.....โดยที่พี่ด๋อยยังได้แต่ยืนยิ้ม.......แต่คนยืนอยู่ยังหัวเตียงนี่ซิ......เงียบสนิท......มองคนนั้นที...คนนี้ที....เห็นเค้าพูดคุญกันสนิทสนม.....เห็นรอยยิ้มของคนรัก ที่ป่วยอยู่บ้าง...คิม ก็แค่นยิ้มที่มุมปากน้อยๆ....แล้วเก็บรวบรวมของเยี่ยมทั้งช่อดอกไม้ใหญ่แสนสวย....และกระเช้าเยี่ยม....อย่างน้อย..คนป่วยก็มีรอยยิ้ม....เพียงแต่...ยังไม่ยอมคุยแต่กับคิมคนเดียว..........
เมื่อเก็บของเยี่ยมเข้าที่...คนเฝ้าไข้ ...ก็นั่งลงที่เก้าอี้ที่มุมห้องอยู่คนเดียว...มองคนเยี่ยมไข้...กับคนมาเยี่ยมไข้สองอีกสองคน..คุยกัน...รอยยิ้มอาบใบหน้าของหญิงพายอยู่เป็นระยะ...สีหน้ามีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างนิดหน่อยแล้ว....นางสาวพยาบาลถอดเข็มสายน้ำเกลือแล้วเมื่อตอนสายๆ...มีเพียงแผ่นพลาสเตอร์แปะอยู่ที่หลังมือ.....คิมมองไปที่มือน้อยๆสีขาวซีดนั้น...แล้วก็ก้มลงมองหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ....โดยไม่ได้มองมาที่เตียงคนไข้อีก...กระทั่งผู้เยี่ยมไข้ขอตัวกลับทั้งสองคน......คิมเดินไปส่งคนเยี่ยมไข้ที่ประตูห้องพิเศษ....เมื่อเดินกลับมาในห้อง...ก็เห็นคนไข้หญิงพายกำลังก้าวขาลงจากเตียง...คิมรีบเดินไปประคองคนป่วยเข้าห้องน้ำ.....แต่ปราศจากวาจาใดใด...จากคนทั้งคู่......เมื่อออกจากห้องน้ำ...คนไข้ก็ขึ้นเตียง..ดื่มน้ำ..ล้มตัวลงเพื่อพักผ่อนหลับนอนเยอะๆ..ดังที่นายแพทย์เจ้าของไข้แนะนำใว้.........
พายล้มตัวลง...นอนตะแคงข้าง...หลับตาลง.........คนเฝ้าไข้...ค่อยๆเดินมาที่หัวเตียงอย่างเงียบกริบ......นั่งลงที่เก้าอี้หัวเตียงตัวเดิมที่คิมยกมาวางที่หัวเตียงเอง..ก่อนที่คนเยี่ยมจะมา.....คนเฝ้าไข้นั่งมองคนเป็นไข้อยู่เงียบๆ..เนิ่นนาน.............ที่สุดก็เอื้อมมือไปจับที่มือของคนไข้ข้างที่ปะพลาสเตอร์.....จองมองใบหน้าคนรักแววตาใหวระริก..แต่อีกคนซิไม่ได้เห็นแววใหวนั้นเป็นแน่....เพราะหลับตา.........และก็คงหลบตาอยู่........คิมก้มลงให้หน้าผากแตะตรงหน้าผากของคนป่วย.....ขณะที่มือก็ยังจับมือกันอยู่..............
“คิม ขอโทษ........ที่คิมงี่เง่า..........”
น้ำเสียงแหบแห้งเบาหวิว.......แต่พายได้ยินประโยคนั้น..ชัดเจนเหลือกิน.............แล้วคนเฝ้าไข้ก็ลุกออกไปจากตรงนั้น........คนไข้ลืมตาขึ้น...แต่คนเฝ้าไข้ก็ออกไปข้างนอกห้องแล้ว.........เพียงครู่.....คิมก็กลับเข้ามา.....พร้อมๆกับที่พนักงานโรงพยาบาลนำอาหารเย็นสำหรับคนไข้เข้ามาให้........และสักครู่พยาบาลก็นำยาเพื่อให้คนไข้กิน..หลังอาหารเย็น.........ตลอดเวลาอาหารเย็นของคนไข้...ก็ยังปราศจากคำพูดของคนทั้งคู่....มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ..ที่ตัดไฟอยู่เป็นระยะ...แต่ผู้เฝ้าไข้ก็มิได้บกพร่องต่อหน้าที่เลย....คิมดูแลทุกสิ่งอย่างให้คนไข้เป็นอย่างดี.....เพียงแต่ไม่มีคำพูดใดเลย...ที่เอื้อนเอ่ย.........
อาหารเย็นของผู้เฝ้าไข้ถูกสั่งมาทานที่ในห้อง...คิมนั่งทานที่มุมห้องเงียบเชียบ..หันหลังให้คนป่วย....ไม่พูดไม่จา.....เงียบจัง.........
....ค่ำๆคุณแม่ก็แวะมาเยี่ยมลูกสาว....สักพักคุณแม่ก็กลับ....คนไข้เช็ดตัว..ทานยา...และก็ล้มตัวลงนอน.......คนเฝ้าไข้อาบน้ำ......และเตรียมตัวนอนเช่นกัน.......ก่อนนอน.....คิมเดินมาที่เตียงของผู้ป่วย......ยืนมองคนไข้อยู่เพียงครู่....ก็เดินมาที่เตียงเลื่อนได้ของผู้เฝ้าไข้ของโรงพยาบาล.....เลื่อนเตียงออก..ล้มตัวลงนอนเช่นกัน.....คิม..ไม่ได้ขึ้นไปนอนเบียดคนป่วยบนเตียงเหมือนดั่งวันแรกที่เข้ามาที่นี่.......เสียงถอนใจน้อยๆดังขึ้น.........แล้วทั้งห้องก็กลับเงียบสงัดลงอีกครา............(แจ้งฝ่ายเทคนิคทราบ..โปรดทำเสียงหรีดหริ่งเรไรประกอบความเงียบด้วย).............................
ค่อนดึก......คิมได้ยินเสียงไอเบาๆของคนป่วย...แต่ไม่ถี่....................จนค่อนรุ่งสาง..คิมรู้สึกตัวเพราะเสียงไอของคนไข้ดังขึ้นกว่าตอนก่อนหน้านี้.....และเสียงไอที่ถี่กว่าเดิม....จากที่ไอเหมือนกระแอมสองครั้ง....จนตอนนี้..เสียงไอดังขึ้น...และแต่ละครั้งก็หลายทีกว่ามาก....คิมรีบลุกขึ้นจากที่นอน..เดินมาที่เตียงคนป่วยโดยเร็ว...และเห็นว่าคนป่วยตื่นอยู่......และก็ยังไอ ค็อกแค็ก..........คิมลูบหัวคนไข้ร้องเรียกเสียงเบา........
“พาย................พายเจ็บหน้าอกมั๊ย...ทำไมไอถี่จัง....หายใจสะดวกมั๊ย...มีน้ำมูกหรือเปล่า...ปวดหัวมั๊ย....ตัวร้อนอีกแล้ว.”
น้ำเสียงห่วงใยเหลือเกิน..........แต่คนไข้เพียงแต่ลืมตาขึ้นมองคนเฝ้า...จ้องลึกเข้าไปในดวงตา....แต่ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใด.......
“.......หมอบอกว่า....ถ้ามีความผิดปกติ..เช่น..คนไข้มีอาการไอมาก...หรือหายใจไม่ออกให้รีบบอกหมอเพราะนั่นอาจจะเกิดจากการติดเชื้อได้...”
.....คนไข้ก็ยังจ้องหน้าคนเฝ้านิ่ง............
.......................... “ถ้าไม่อยากพูดกับคิมก็ไม่เป็นไร.........................แต่พายต้องบอกอาการกับหมอนะ..คิมไม่อยากให้พายเป็นอะไรมากไปกว่านี้......เดี๋ยวคิมไปบอกพยาบาลให้..เค้าเตอร์พยาบาลอยู่หน้าห้องนี่เอง......”......
ถ้าพายมองไม่ผิด.........พายเห็นน้ำใสๆ....รื้นมาที่ดวงตาของคิม............เมื่อคิมหันหลังเพื่อเดินออกจากห้องไปเรียกนางสาวพยาบาล.......อีกเพียงสามเก้าก็จะถึงประตูห้องแล้ว................................
“คีม......”.............
เสียงแหลมเล็กที่คิมแสนจะรักและคุ้นเคยเจนใจ.......คิม หันมาตามเสียงนั้น........เห็นคนเรียกลุกขึ้นนั่งแล้ว....และน้ำตาของเจ้าของเสียงก็ร่วงหล่น.........คิม รีบเดินกลับมาหาเจ้าของเสียง........และดั่งมีแรงดึงดูดพลังมหาศาล.....ให้คนสองคนสวมกอดกันแนบแน่น......ยินเพียงเสียงสะอื้นของคนสองคน............ยามนี้...แม้ไม่ได้กล่าววาจาใดใด......แต่ก็แจ่มแจ้งแล้ว.....ว่าฉันมีเธอ...และเธอก็มีฉัน...เต็มหัวใจ............................อ้อมกอดบอกทุกๆคำแห่งรักได้ชัดเจนเหลือเกิน...............ยามนี้...นอกจากจะยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศแล้ว.....ยังมีเสียงสะอื้นของความเข้าใจดังกังวานใจเพิ่มมาอีกหนึ่งแรงแห่งรัก.........................................................................................”ไม่มีการบอกรักใด.....ชัดเจนไปกว่าการใช้ “ใจ” บอกรักกัน”................................................
