Jump to content


. . ปุยฝ้าย AF ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล . .

ปริม แรงเงา ดาวเคียงเดือน ชิงรักหักสวาท มาลีเริงระบำ

1042 replies to this topic

#466 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 12:56 AM

เดือนที่แล้ว มีบทสัมภาษณ์ฝ้ายลง IMAGE ฉบับธันวาคม
ให้สัมภาษณ์เยอะ แล้วก็น่าสนใจด้วย กว่าจะเป็นฝ้ายในวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง เรียกว่าแทบจะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับฝ้ายเลย

คอลัมน์ STAR EXCLUSIVE
เรื่อง : ขาว-ดำ
ภาพ : กิตติเดช เจริญพร

ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล - จังหวะย่างก้าวของศิลปินสาว AF

Posted Image

ในบรรดาสมาชิกบ้าน AF ทั้ง 6 ซีซั่น มีจำนวนไม่กี่คนนักที่จะก้าวออกไปโลดแล่นอยู่ในแวดวงบันเทิง
เหมือนเช่นศิลปินอิสระคนอื่นๆ และมีจำนวนไม่กี่คนเช่นกัน ที่เคยมาเยือนคอลัมน์สัมภาษณ์ในอิมเมจ
ไม่ใช่เพราะไม่รักกัน แต่อาจเพราะจังหวะเวลาของเราและเขาหรือเธอมักไม่พ้องกัน ทั้งๆ ที่แฟนคลับของเขาและเธอเหล่านั้นก็เคยเรียกหาอยากให้มาเช็กเรตติ้ง

วันนี้เป็นโอกาสดีของเรา และสมาชิกสาวจากบ้าน AF รุ่นที่ 4 ปุยฝ้าย-ณัฏฐพัชร วิพัธครตระกูล ซึ่งก้าวพ้นออกจากบ้านมาเมื่อสองปีกว่า
ผ่านร้อนและหนาวกับการร้องเพลงออกอัลบั้ม ผ่านการแสดงบนเวทีละครเพลงและละครซิตคอมมาพอประมาณ
เธอแต่งชุดนักศึกษามาให้เราแปลงโฉมเพื่อโพสท่าถ่ายภาพ ก่อนจะนั่งคุยกันแบบสบายๆ ด้วยน้ำเสียงแจ่มชัด ซื่อๆ และตรงไปตรงมา

+ ตอนนี้ฝ้ายยังเรียนหนังสืออยู่
เรียนปี 4 คณะนิเทศศาสตร์ สาขาประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

+ สนุกไหม
สนุกค่ะ เหนื่อยด้วย เพราะฝ้ายดร็อปไว้ปีหนึ่ง ต้องมาเรียนเก็บที่เหลือ เพื่อนๆ ปีเดียวกันเขาจบไปแล้ว

+ ก่อนจะมาเล่น‘แม่นาค เดอะ มิวสิคัล’ เคยเล่นอะไรมาก่อน
‘โจโจ้ซัง’ค่ะ ตอนนั้นไม่ค่อยเด่นมาก เป็นตัวโจ๊กของเรื่อง (ยิ้ม) ออกมาทีไรคนก็จะจำได้

+ เปรียบเทียบกับ‘แม่นาค’แล้วเป็นอย่างไร
‘แม่นาค’นี่งานหนักมากๆ ค่ะ (ยิ้ม) เพราะมันต่างกัน และด้วยบทบาทที่แตกต่างออกไป ทำให้ฝ้ายต้องทำการบ้านเยอะขึ้น ทั้งเรื่องร้อง
และแอ็กติ้ง เพราะมันเป็นดราม่า ต้องใช้อารมณ์เยอะ อีกอย่างบท‘สายหยุด’ ที่ฝ้ายเล่น ค่อนข้างเป็นตัวละครที่มีหลายคาแร็กเตอร์ในตัวเอง
เฉพาะเรื่องนี้ ก็เปลี่ยนไปตั้งสองหรือสามคาแร็กเตอร์ได้นะคะ

+ ชอบละครเวทีไหม
ชอบค่ะ ตอนแรกฝ้ายรู้สึกว่าละครเวทีมันเชยจัง (หัวเราะ) แต่พอมาเล่นแล้วเหมือนถูกดึงกลับมาใหม่ เพราะละครเวทีเป็นศิลปะที่มีทุกอย่าง
รวมกันหมดเลย มีศาสตร์หลายศาสตร์ ทั้งการแสดง การร้องเพลง และการเรียนรู้ที่จะจดจำสิ่งต่างๆ บนเวที อย่างเรื่องบล็อกกิ้ง
มันให้ประสบการณ์หลายๆ อย่างเลยค่ะ ตั้งแต่เล่นเรื่อง ‘แม่นาค’มา ฝ้ายว่าตัวเองร้องเพลงดีขึ้นด้วยซ้ำ เพราะเราได้เรียนรู้วิธีการร้องเพลง
อีกแบบหนึ่งที่เราไม่เคยร้องมาก่อน รู้จักอีกช่องเสียงหนึ่ง เพราะตอนออกเทปเราก็จะร้องธรรมดา เรื่อยๆ และใช้เทคนิกที่เรามี
แต่พอมาร้องมิวสิคัล มันต้องใช้เสียงอีกแบบหนึ่ง เป็นเสียงที่เราต้องผลักคนดูทั้งโรงให้เขารู้สึกไปกับเรา ยากขึ้นค่ะ

+ ผ่านไปแต่ละรอบฝ้ายรู้สึกอย่างไร
รู้สึกดีใจค่ะที่คนดูชอบ เพราะเราทุกๆ คนไม่ได้คาดหวังว่าคนดูจะชอบขนาดนี้ แต่ตอนแรกที่ฝ้ายเห็นก็รู้สึกว่า ทำไมบทดีจังเลยเรื่องนี้
แต่ไม่คิดว่าคนดูจะเชื่อไปกับเรา พอเล่นจบคนดูลุกขึ้นมาแล้วไม่ยอมนั่งลง และปรบมือกันไม่เลิก (ยิ้ม) มันทำให้เราดีใจ
โอ๊ย...เหลืออีกกี่รอบเนี่ย อยากเล่นต่อแล้ว และพอรอบสุดท้ายจบไปฝ้ายก็รู้สึกว่าทำไมเรายังเล่นไม่เต็มอิ่มเลย อยากเล่นอีก

Posted Image

+ อยู่บ้านเอเอฟมาสองปีกว่า ตอนนี้เป็นนักร้องได้หรือยัง
ได้แล้วค่ะ (หัวเราะ)

+ มีผลงานแล้ว
ค่ะ หนึ่งอัลบั้ม แล้วก็กำลังจะมีอีกหนึ่งอัลบั้ม

+ ที่ผ่านมาร้องแนวเพลงอะไร
เป็นป๊อปผสมค่ะ มีแจ๊ซ อาร์แอนด์บี โซล อยู่ในอัลบั้มเดียวกัน

+ อัลบั้มใหม่ล่ะ
อัลบั้มที่สองนี่เปลี่ยนแนวค่ะ แต่ขออุบไว้ก่อน (ยิ้ม)

+ ลูกทุ่งใช่ไหม
เปลี่ยนไปเลยค่ะ (หัวเราะ) ก็มีผู้ใหญ่อยากให้ลองทำดู หลายครั้งแล้วค่ะ แต่เพิ่งจะลองดูครั้งนี้

+ ผลงานจะมีออกมาเมื่อไหร่
ประมาณปลายปีค่ะ

+ พูดถึงหน่อยน่ะ
ไม่ได้ค่ะ (หัวเราะ) เพราะฝ้ายทำกับอีกค่ายหนึ่ง

+ ถนัดลูกทุ่งไหม
จริงๆ ต้องบอกว่าฝ้ายไม่ได้เริ่มรอ้งลูกทุ่งตั้งแต่แรก คือร้องเพลงสตริงมาตั้งแต่แรกๆ เลย แต่ว่าลูกทุ่งมันเหมือนเป็นพรสวรรค์
ซึ่งฝ้ายเองไม่เคยฝึกลูกทุ่ง แต่พอฟังแล้วแกะเนื้อลองซึมซับดูว่าเขาร้องแบบนี้ พอเราร้องตามปุ๊บก็ร้องได้เลย

+ ลูกคอมาเอง
มาเลยค่ะ แปดสิบแปดชั้น (หัวเราะ) ทีนี้ทุกคนก็เชื่อว่าเราทำลูกทุ่งได้ดี เพราะว่าตอนอยู่บ้านเอเอฟ โจทย์เพลงแรกฝ้ายต้องร้องเพลงลูกทุ่ง
แล้วคนก็ติดภาพว่าฝ้ายนี่ร้องเพลงลูกทุ่ง เผอิญวีกนั้นฝ้ายก็ร้องได้ดีด้วยค่ะ

+ นักร้องในบ้านยังไม่มีใครร้องเพลงลูกทุ่งกันเลย
ใช่ค่ะ ยังไม่มีของเอเอฟลูกทุ่งจริงๆ จะมีแค่สองคน พี่อ๊อฟ (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) กับหนิม (คะนึงพิมพ์ พรมกร) ฝ้ายอาจจะเป็นตัวต่อไป

+ คิดว่าจะอยู่ได้ไหมในวงการลูกทุ่ง
ฝ้ายคิดว่าถ้าตัวเองทำเต็มความสามารถก็อาจมีคนชื่นชอบในผลงาน แต่ก็ต้องรอดูต่อไปว่า ถ้าฝ้ายออกแนวลูกทุ่ง เพลงจะโดนหรือเปล่า

+ เป็นลูกทุ่งท้องถิ่นหรือสมัยใหม่
อันนี้น่าจะนำมาประยุกต์รวมกัน ยังไม่แน่ใจค่ะ เพราะฝ้ายยังไม่ได้ฟังเพลงของตัวเองเลย (ยิ้ม) บอกซะแล้ว

+ แปลว่าได้ร้องไปแล้ว
คือยังไม่ได้บันทึกค่ะ ตอนนี้เขากำลังทยอย เพราะครั้งนี้ฝ้ายไม่ได้ทำเดี่ยวค่ะ มีนักร้องจากค่ายอื่นด้วย และจากทรูอีกสองคนคือ
พี่อ๊อฟกับหนิม ก็กำลังทยอยทำกันอยู่ค่ะ

+ ฝ้ายจำศิลปินในบ้านเอเอฟได้ทุกคนหรือเปล่า
จำได้ค่ะ เพราะเคยทำงานด้วยกันแล้วก็จะมีงานแฟนเทเชียตอนปลายปีของทุกๆ ปี พวกเราจะเจอกันหมด เวลาเจอกันแต่ละครั้ง
ผู้ใหญ่ก็จะบอกว่าให้แนะนำตัว ทำความรู้จักกัน

+ รู้สึกไหมว่า พอคนในบ้านเยอะขึ้น งานก็ถูกกระจายเยอะขึ้น
จริงๆ มันก็ควรเป็นแบบนั้นนะคะ คนเยอะ เราก็ควรกระจายงานกันออกไป ฝ้ายว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพราะว่าทุกคนที่เขามาในนี้
เขาก็อยากทำงานเหมือนๆ กัน อยากมีฝันเหมือนๆ กัน

#467 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 01:01 AM

Posted Image

+ รู้แนวตัวเองหรือยัง
ก็พอรู้ค่ะ แต่จริงๆ หลังจากได้เล่นเรื่อง‘แม่นาค’ ฝ้ายก็มีโอกาสได้แคสต์งานละครซิตคอมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่ได้ก็เป็น เอ่อ...

+ ตัวร้าย
ใช่ (หัวเราะ) เป็นตัวร้ายเสียส่วนใหญ่สงสัยหน้าตาไม่เหมาะที่จะเล่นบทนางเอก แต่จริงๆ เป็นนางเอกได้ (หัวเราะ) แต่ตัวร้ายก็ดีค่ะ สนุกดี
ฝ้ายว่าบทร้ายบางทีก็ยาก ยากตรงที่เราต้องใช้พลังเยอะ
อย่างเรื่อง‘แม่นาค’ จะว่าร้ายไปเลยก็ไม่ใช่ เพราะว่าจุดจบของ‘สายหยุด’ ที่ฝ้ายเล่นน่ะน่าสงสารมาก เหมือนเป็นนางเอกอีกตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้
น่าสงสาร แต่ในซิตคอมเรื่อง ‘แฟกทอรีที่รัก’ นี่ร้ายเลย ร้ายแจ๋นๆ แล้วมีตลกด้วย

+ ตอนเล่น‘แม่นาค’ ได้ข่าวว่ามีผู้จัดละครชื่นชมปุยฝ้ายกัน หลังจากนั้นมีใครติดต่อเรื่องงานละครบ้างหรือเปล่า
ก็มีบ้างเหมือนกันค่ะ มีติดต่อให้ไปแคสต์ แต่ก็มีหลายๆ อย่างที่แบบว่า...เขาต้องใช้ดาราของช่องทั้งเรื่อง อันนั้นไม่ได้ไป
แต่ก็มีอย่าง ‘แฟกทอรีฯ’ นี่ละค่ะ แล้วล่าสุดก็ไปแคสต์หนังเรื่อง ‘บางระจัน’

+ ตอนเขากระซิบที่หน้าเวที เขาพูดว่าอย่างไรบ้าง
เขาก็ชมน่ะค่ะ ชมว่าเล่นดีมาก ในเรื่อง‘แม่นาค’ เขาบอกว่า ไม่คิดว่าบทจะดีแล้วไม่คิดว่าฝ้ายจะเล่นได้ดีแบบนี้ (ยิ้ม) เกินคาดค่ะ

+ ปุยฝ้ายมีงานเต็มตลอดหรือเปล่า
งานฝ้ายไม่เยอะหรอกค่ะ แต่ว่าจะมีงานเรื่อยๆ อาจจะไม่ใช่งานหวือหวา แต่ก็มีให้เราได้เปลี่ยนประสบการณ์ อย่างงานเพลง งานละครเวที
ถ่ายแบบ แล้วก็มีโอกาสได้ร้องลูกทุ่งบ้าง ทำให้ได้มีประสบการณ์ไปเรื่อยๆ งานไม่แน่นค่ะ แต่ก็มีตลอด

+ ได้เรียนรู้อะไรบ้างจากบ้านเอเอฟ
เรียนรู้เรื่องของการทำงาน แล้วก็ประสบการณ์เรื่องข่าวต่างๆ ที่ทำให้เรารู้สึกเข้มแข็งขึ้น และได้เรียนรู้อีกอย่างว่า จริงๆ มันไม่ง่ายเลย
คือภาพวงการบันเทิงในสายตาวัยรุ่นหรือสายตาคนทั่วๆ ไปอาจจะดูสวยหรูไปหมด แต่ความจริงแล้วฝ้ายว่าทุกวงการมันก็มีทั้งสิ่งดีและไม่ดี
ที่จะสอนให้เราโตขึ้น ฝ้ายเข้าบ้านเอเอฟตอนอายุยี่สิบ ตอนนั้นเจอข่าวเยอะมาก ข่าวเรื่องเป็นมือที่สามข่าวเรื่องผู้ชายเยอะ เป็นคนไม่ดี
จนตัวเองรู้สึก เฮ้ย...ทำไมข่าวออกมาอย่างนี้ ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำ คือบางสิ่งบางอย่างทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องยืนอยู่บนพื้นฐาน
ของความเป็นจริงนะ เวลามันจะพิสูจน์ให้เห็นทุกๆ อย่างเองว่าอะไรเป็นอะไร อีกอย่างที่ดีมากเลยคือ มันทำให้มีความรับผิดชอบ
รู้จักเก็บเงิน รู้จักรับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบครอบครัว เพราะตอนนี้ที่บ้านเลิกทำงานแล้ว ฝ้ายก็ส่งอย่างเดียวทำให้โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก

+ บ้านที่โคราช
ใช่ค่ะ

+ พ่อแม่อยู่ที่นั่น
ค่ะ คือพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน ฝ้ายไม่ได้ส่งให้พ่อ เพราะพ่อยังทำงาน แต่ทุกเดือนสองปีกว่าแล้วฝ้ายก็ส่งให้แม่ตลอด
ฝ้ายเก็บเงินเก่งขึ้นด้วยค่ะ

+ ปุยฝ้ายเป็นลูกคนเดียวใช่ไหม
เป็นลูกคนเดียวค่ะ

+ เป็นที่คาดหวังของพ่อแม่หรือเปล่า
สำหรับฝ้าย ตั้งแต่เด็กแล้วก็ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่รู้สึกเสียใจเลย ท่านจะปล่อยให้ฝ้ายตัดสินใจเองเสียส่วนใหญ่ เวลาจะทำอะไร
ฝ้ายจะบอกแม่ตลอด ทุกเรื่อง ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม อย่างฝ้ายชอบร้องเพลง อยากประกวดร้องเพลง แม่ก็จะรับรู้ตลอด
แต่ก็มีบางช่วงที่แม่เป็นห่วงว่าฝ้ายร้องเพลงแล้วจะลืมเรียนหนังสือ แต่แม่ก็ไม่ได้คาดหวังว่าฝ้ายจะต้องเป็นยังไง อะไรก็ตามที่ฝ้ายทำแล้ว
มีความสุขหรือชอบ เป็นสิ่งที่ดี แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

Posted Image

+ การเรียนเป็นอย่างไร
ก็ดีค่ะ

+ เรียนเก่งไหม
ปานกลางค่ะ ตั้งแต่ ม.ปลาย ฝ้ายเรียนวิทย์-คณิตมา แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยฝ้ายไปเรียนนิเทศศาสตร์ เทอมล่าสุดได้เกรด 3.50 เป๊ะเลย
(ยิ้ม) เทอมนี้เหลือสามตัวสุดท้าย ก็พยายามอยู่ค่ะ จะไม่ให้ต่ำกว่า 3.00 เพราะว่ากำลังเก็บพวก GPA อยู่ด้วย

+ ทำไมเลือกนิเทศศาสตร์
ความจริงเป็นเหตุผลที่น่าตี เพราะฝ้ายจบวิทย์-คณิตมา ความตั้งใจแรกฝ้ายอยากเรียนเกี่ยวกับจุลชีววิทยา เรียนด้าน food science
หรืออะไรแบบนั้น เพราะความที่ตัวเองร้องเพลงตั้งแต่ช่วง ม.ห้า แล้วได้รางวัลเยอะ รางวัลระดับประเทศก็มี ทำให้ได้โควตาเรียนต่อฟรี
แล้วฝ้ายก็ไม่ได้สอบเอนท์ ก็หวังว่าจะได้โควตาที่จุฬาฯ หรืออะไรก็แล้วแต่ หรืออยากจะเลือกคณะใหม่
แต่เผอิญว่าคณะที่ได้ตอนนั้นเป็นมัณฑนศิลป์ และดุริยางคศิลป์ ฝ้ายก็รู้สึกว่าเฮ้ย...เปลี่ยนคณะก็ไม่ได้ แล้วได้ข่าวว่าที่ศรีปทุมเขามีให้สอบ
แต่เพราะความรู้เกี่ยวกับคณะอะไรของฝ้ายน้อยมาก ไม่ได้ศึกษาด้วยเพราะตอนนั้นมัวแต่ร้องเพลง พอรู้ว่ามีการสอบชิงทุนที่ศรีปทุมก็มาสอบ
แล้วพอสอบผ่านปุ๊บก็มาเลือกคณะแต่คณะที่เราจะเลือกกลับไม่มี คือที่ศรีปทุมไม่มีคณะวิทยาศาสตร์ ก็เลยไปลงนิเทศศาสตร์
เพราะมีรุ่นพี่แนะนำว่าฝ้ายเหมาะจะเรียนนิเนศศาสตร์นะ บุคลิกน่าจะเรียนประชาสัมพันธ์ได้ก็เลยเรียน (ยิ้ม) แต่เรียนไปเรียนมา
ก็รู้สึกว่าเออ...จริงๆ เราก็น่าจะเหมาะกับที่จะเรียนคณะนี้ ตอนแรกรู้สึกเหมือนจะเรียนได้เหรอเพราะว่า โอ.เค. เราชอบร้องเพลง
แต่ว่าเราก็ไม่ได้ชอบทำงานแบบลุยๆ เพราะบางทีนิเทศศาสตร์ก็ต้องลุย ต้องคิดต้องเขียนบ้าง แล้วฝ้ายเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ
ก็เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ...เราจะทำได้มั้ย แต่พอมาเรียน แล้วทุกอย่างก็บังคับตัวเองต้องเป็นไปแบบนี้

+ ไม่อ่านหนังสือ หมายถึงไม่อ่านหนังสืออะไรเลยหรือ
ถ้าสอบก็จะอ่านนะคะ คือเหมือนไม่ค่อยกระตือรือร้น เวลาเรียนก็จะฟัง อาจารย์ให้ทำอะไรก็เดี๋ยวก่อน ถ้าจะสอบ อีกวันหนึ่งถึงจะอ่าน
แต่ก็จะอ่านหนักเลย

+ หนังสืออื่นๆ ล่ะ
หนังสืออื่นก็อ่านค่ะ ชอบหนังสือบันเทิงหนังสือธรรมะ พวกหลักการใช้ชีวิต ชอบมาก

+ นึกถึงอาชีพที่จะทำในอนาคตบ้างไหม
ตอนนี้นึกอย่างเดียวคืออยากเก็บเงินแล้วอยากทำธุรกิจของตัวเอง เพราะทุกวันนี้ฝ้ายไม่ได้คิดเลยว่าสาขาวิชาที่เรียนมามันจะหางานได้
ก็เลยรู้สึกว่าต้องเก็บเงิน เพื่อทำธุรกิจที่พอจะรองรับครอบครัวได้ ทุกวันนี้ก็เปิดร้านเสริมสวยเล็กๆ ให้แม่ที่โคราชค่ะ
เพราะแม่ตัดผมชายเป็น แล้วแต่งหน้าผู้หญิงก็ได้ ก็เลยเปิดร้านให้แม่ เพิ่งเปิดเลย กำลังซื้ออุปกรณ์เข้าไปให้ครบอยู่

+ มีโอกาสกลับไปโคราชบ่อยไหม
ประมาณเดือนละครั้งค่ะ กลับไปหาสุนัขที่เลี้ยงเอาไว้ คิดถึง (ยิ้ม) แต่ก็มีบ้างบางช่วงที่สองเดือนครั้งไป

+ ปุยฝ้ายโตที่นั่น
ใช่ค่ะ เรียนจบ ม.ปลายแล้วมาต่อมหาวิทยาลัยที่นี่

+ สนิทกับพ่อหรือเปล่า
เอ่อ...ฝ้ายมาเจอพ่อตอนประมาณอายุสิบกว่าๆ แต่ทุกวันนี้สนิทกันค่ะ ฝ้ายรู้สึกว่าไม่ว่าอะไรก็ตามเขาก็คงมีเหตุผลของเขา
พ่อก็น่ารัก สนิทกัน แต่คุยกันไม่บ่อยเท่าแม่ (หัวเราะ) กับแม่นี่ฝ้ายคุยทุกวัน แต่กับพ่อนี่อาจจะสองอาทิตย์ครั้ง หรือไม่ก็เดือนละครั้ง
บางทีเขาคิดถึงก็โทร. บางทีเราคิดถึงเราก็โทร.ไป

+ รู้สึกเป็นปมด้อยไหม
ไม่เลยค่ะ ฝ้ายไม่เคยเก็บเรื่องนี้มาคิดเป็นปมด้อย ฝ้ายว่ามันอยู่ที่เรามากกว่า

+ เพราะรับรู้แต่แรกหรือเปล่า
ค่ะ ฝ้ายเข้าใจตั้งแต่แรก รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่ฝ้ายก็ไม่รู้สึกว่าขาดอะไรโอ.เค. เห็นเพื่อนๆ เขามีพ่อ แต่เราก็ไม่เป็นไรนี่
คือตั้งแต่เด็กแล้วฝ้ายรู้สึกว่า เออ...มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว เด็กก็ใช้ชีวิตไป มันไม่ใช่ปัญหาของเรา ไม่เป็นไร
เราไม่ได้ไม่มีข้าวกิน หรือไม่มีตังค์ไปโรงเรียน เราก็ใช้ชีวิตปกติ จะเหนื่อยหน่อยก็ตรงที่แม่ดูแลเราคนเดียว แต่อันนั้นก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่า
ไม่ทำให้เขาเสียใจดีกว่า

#468 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 01:08 AM

Posted Image

+ ปุยฝ้ายกับแม่ใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไร
ตอนเด็กๆ ฝ้ายค่อนข้างลำบากมาก่อนอยู่กับแม่สองคน อยู่บ้านเช่ากัน แล้วแม่ก็ทำแหนมทำลูกชิ้นขายบ้าง
มาช่วงประมาณปี’38 หรือ ’39 แม่ได้ทำงานที่โฟนลิงก์ ก็ดีขึ้นแม่ก็ไม่ต้องขายของแล้ว แต่เรายังอยู่บ้านเช่าเหมือนเดิม
หลังๆ แม่ก็เริ่มไปดาวน์บ้านที่ห่างจากตัวเมือง ราคาไม่แพงนัก แม่ก็ผ่อนมาเรื่อยๆ ก็ดีขึ้น

+ เริ่มไปร้องเพลงที่ไหนเมื่อไหร่
จริงๆ ฝ้ายเริ่มร้องเพลงตอนเรียนอยู่ม.ห้า เทอมหนึ่ง จากการไปเดินห้างฯกับเพื่อนแล้วเขามีการประกวดร้องเพลง
เพื่อนก็ยุให้ประกวดเลย เพราะเขารู้ว่าเราชอบร้องเพลงแต่ว่าฝ้ายไม่ค่อยกล้าที่จะแสดงออกเท่าไหร่
ไม่กล้าขึ้นไปร้อง เพื่อนก็คะยั้นคะยอ เขาจ่ายค่าสมัครให้ ฝ้ายก็ขึ้นไปร้อง ทีนี้เวทีแรกก็ได้รางวัลเลย รู้สึกสนุกดีแฮะ พอได้รางวัลแล้ว
ครั้งนั้นเป็นเหมือนการบังคับให้เราต้องมาแข่งที่กรุงเทพฯด้วย เพราะถ้าได้ที่หนึ่งที่โคราช จะต้องมาแข่งที่กรุงเทพฯ
ตอนนั้นเริ่มเจอพ่อแล้ว ก็บอกพ่อว่าอยากเรียนร้องเพลง เขาก็ส่งฝ้ายร้องเพลง จนกระทั่งจบ ม.หก ก็ร้องเพลงมาเรื่อยๆ
เป็นช่วงล่ารางวัล (ยิ้ม) ทั้งที่โคราช ที่กรุงเทพฯ ฝ้ายได้รางวัลแทบจะทุกเวทีเลย ดวงกำลังดี (หัวเราะ) จนมาอยู่กรุงเทพฯ
ก็ไม่ได้ประกวดอีกเลย เพราะตอนนั้นฝ้ายประกวด Panasonic Star Challenge เป็นถ้วยรางวัลพระราชทานของเจ้าฟ้าชายฯ นะคะ
ฝ้ายได้รางวัลที่หนึ่ง ก็เลยได้เซ็นสัญญากับอาร์เอส ก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้ได้มาเรียนในกรุงเทพฯด้วย เพราะถ้าไม่ได้เซ็นสัญญา
แล้วไม่ได้มาเรียนร้องเพลงเรียนเต้นที่นี่ เพื่อรอออกเทป ฝ้ายก็คงเรียนที่โน่นไปเลย

+ แต่ก็ไม่ได้ออกเทป
ใช่ค่ะ ผ่านไปสองปีครึ่งก็ยังไม่ได้ออกแล้วฝ้ายมีโคงการเอเอฟปีที่ 4 ฝ้ายก็ลองมาดู

+ ทั้งๆ ที่ยังไม่หมดสัญญา
ค่ะ สัญญาห้าปี ฝ้ายต้องไปขอคืนสัญญา เพราะว่าฝ้ายอยากหาประสบการณ์ อยู่ที่นั่นสองปีกว่าแล้วเทปก็ยังไม่ได้ออก
มาเอเอฟก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันเหมือนเราได้เดินต่อ เราได้ก้าวขาบ้าง ไปขอเขาคืนสัญญา แล้วมาประกวดเอเอฟ
ก็เข้ารอบสิบสองคน

+ ช่วงนี้ปุยฝ้ายยังตกเป็นข่าวอะไรอีกไหม
ไม่มีแล้วค่ะ (ยิ้ม) เพราะข่าวที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องผู้ชายต่างๆ ก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่คือตอนนั้นข่าวที่แรงมากและที่ทำให้ฝ้ายท้อ
ทำให้รู้สึกว่าคิดผิดที่มาประกวดเอเอฟไม่อยากอยู่ ไม่อยากร้องเพลงไม่อยากอะไรเลย คือเขาหาว่าเสี่ยเลี้ยง เที่ยวผู้ชาย สูบบุหรี่
ขายตัว ซึ่งมันแรงไป มันแรงไปสำหรับฝ้าย เพราะว่ามันมีแนวโน้มว่าเราทำ เราจะไม่เสียใจเลย เรายิ่งเจ็บมากที่เราไม่ได้ทำ
แล้วมีข่าวแบบนี้ ทำไมไม่เคยมีใครไปขุดเลยว่า ช่วงที่ผ่านมา ช่วงที่เรียนหนังสืออยู่ฝ้ายทำอะไรดีๆบ้าง ไม่มีใครพูดถึงเลย
คือตอนนั้นฝ้ายทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ ทั้งอะไร บอกไม่ถูก ฝ้ายก็บอกว่าฝ้ายยืนยันได้ว่าไม่มีใครมาเลี้ยง มีแต่แม่กับพ่อที่ส่งเงินมาที่นี่
ถ้าฝ้ายมีคนเลี้ยง อยู่สบายจริงๆ ก็คงไม่ต้องอยู่ห้องพัดลม ไม่ต้องนั่งแท็กซี่ก็ได้ แต่พอผ่านไป ข่าวก็คือข่าว
ฝ้ายว่าความจริงก็คือความจริง แล้วพออ่านหนังสือธรรมะฝ้ายก็รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติ เราควรมองทุกอย่างให้เป็นเรื่องปกติ
ตอนนี้ฝ้ายบ้าธรรมะมาก (ยิ้ม)

+ มีเล่มไหนที่อ่านแล้วชอบบ้าง
หนังสือของหลวงพ่อจรัญ (ฐิตธัมโม วัดอัมพวัน) ค่ะ เป็นหนังสือเรื่อง ‘สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม’ ซึ่งมีทั้งหมดเก้าเล่ม
ก็จะมีเรื่องราวต่างๆ เช่น มักกะลีผล-นารีผล... เป็นชื่อของหนังสือ แต่ข้างในเล่มเป็นประวัติของหลวงพ่อจรัญและเหตุการณ์ต่างๆ
ความสำคัญของธรรมะ เรื่องกรรม ทำให้เรามีวิธีคิดที่ดีขึ้น ทำให้เรายอมรับสภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเจอ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย
ยอมรับด้วยความไม่ทุกข์น่ะค่ะ มันทำให้เราใจเย็นลง แต่ก่อนฝ้ายค่อนข้างใจร้อน คือโกรธเวลาใครพูดหรือทำไม่ดีกับเรา
ตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เราคงเคยทำเขามามั้ง ก็ต้องชดใช้เขาไป หรือเวลาเจอคนขับรถมาแล้วตะโกนด่า หรือทำอะไรไม่ดีให้เราโกรธ
เราก็จะรู้สึก เออ...ไม่เป็นไร อย่าไปโกรธเลย แล้วเราก็จะรู้สึกดีขึ้น ตอนนี้ฝ้ายไม่กล้าทำร้ายสัตว์ ไม่กล้าอะไรเลยจะทำอะไร
ก็จะมีสิ่งคอยเตือนอยู่ตลอด ฝ้ายรู้สึกศรัทธาหลวงพ่อจรัญมาก หลังจากนั้นถ้าเจออะไรเกี่ยวกับธรรมะก็จะอ่านหมดค่ะ

+ ปฏิบัติด้วยไหม
ก็ปฏิบัติบ้าง แต่ฝ้ายยังไม่เคร่งค่ะ อาจเพราะตัวเองยังไม่มีวินัยพอ และด้วยสถานที่ไม่เอื้ออำนวย แต่จริงๆ แล้วมันก็เป็นข้ออ้างน่ะค่ะ
เรื่องสถานที่ เพราะที่ไหนเราก็ทำได้ (หัวเราะ) คือพออ่านหนังสือธรรมะแล้วรู้สึกว่า สูงสุดของการปฏิบัติธรรมคือกรรมฐาน
ซึ่งฝ้ายยังไม่ได้ทำแต่อย่างอื่นฝ้ายทำ อย่างรักษาศีล การรักษาศีลเขาบอกว่า ให้ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท
แล้วให้เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม เวลาเราเจอทุกข์ เจอสิ่งที่ไม่ดีที่ทำให้เราต้องทุกข์ใจ ร้องไห้ เราก็ไม่จำเป็นต้องไปโกรธใคร
ไม่ต้องไปเอาคืน ก็ปล่อยทุกอย่างไปแล้วมันก็จะดีขึ้นเอง เดี๋ยวนี้ฝ้ายแผ่เมตตามากขึ้น เพราะแต่ก่อนทำไม่ค่อยเป็น ไม่รู้จัก
แต่พอได้อ่านได้ฟังธรรม เราก็รู้สึกว่าอยากตื่นขึ้นมาตักบาตรบ้าง

Posted Image

+ แฟนคลับของปุยฝ้ายมีเยอะไหม
ก็พอประมาณค่ะ จริงๆ บางทีก็มีเลือนหายไปตามกาลเวลาบ้าง เพราะว่าแฟนคลับแต่ละคนชื่นชอบศิลปินได้หลายคน
ได้ดูซีซั่นต่อๆ มา เขาก็...คนนี้ก็รัก ซึ่งเป็นเรื่องของธรรมชาติ ตอนนี้ฝ้ายก็ยังมีแฟนคลับคอยให้กำลังใจอยู่ค่ะ

+ กลุ่มเดิม
ค่ะ กลุ่มเดิมๆ ก็ยังอยู่ด้วย

+ น่าเบื่อบ้างไหม
ไม่เลยค่ะ จริงๆ แล้วเขาก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้เรารู้สึกมีพลัง โอ.เค. บางครั้งแฟนคลับฝ้ายไม่เยอะที่จะกรี๊ดได้ตลอดเวลา
ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงด้วย ฝ้ายก็เคยบอกว่าไม่ต้องกรี๊ดหรอก แค่มาฝ้ายก็ดีใจแล้ว และที่เขาทำเว็บไซต์ให้เรา บางทีเราเหนื่อย
เราอยากได้กำลังใจ เราก็เข้าไป เขาก็จะอยู่กันตลอด เหมือนคอยกระตือรือร้นดีใจทุกครั้งที่เราเข้าไป ฝ้ายรู้สึกว่า
การที่มีแฟนคลับมาเจอหรือมาหาเราบ่อยๆ ฝ้ายไม่เบื่อเลย เขารักเราน่ะฝ้ายว่ามันยากที่จะหาคนมารักเรา เหมือนเชื่อในความเป็นเรา
และสิ่งที่เราตอบแทนเขาได้ก็คือ แค่นี้เอง แค่รอยยิ้ม แค่การพูดคุยกับเขาแค่นั้นเขาก็ดีใจจะแย่แล้วค่ะ รู้สึกดีที่เขามา

+ ปุยฝ้ายเองเคยเป็นแฟนคลับของศิลปินคนไหนบ้างหรือเปล่า
ไม่เคยเลยค่ะ ฝ้ายเป็นโรคจิตอย่างหนึ่งเป็นนักร้องที่ไม่เคยเครซีนักร้องคนไหนมากๆ ไม่เคยเลย ตั้งแต่อยู่ที่โคราช
ที่ห้องไม่เคยมีรูปดารานักร้อง ไม่เคยชอบใครเป็นพิเศษ ถ้าเป็นนักร้อง ฝ้ายก็แค่ โอ๊ย...คนนี้เสียงดี ดีจังเลยได้ยินเพลงเขาแล้ว
จะชอบ แต่ไม่เคยกรี๊ด ทุกวันนี้จะมีที่กรี๊ดมากก็พี่เจนนิเฟอร์คิ้ม ฝ้ายชอบผลงานเขา ชอบวิธีการร้อง ชอบเพลง แต่เวลาเจอพี่คิ้ม
ก็ดีใจนะคะ แล้วพี่เขาก็น่ารักด้วย เป็นกันเอง

+ เว็บไซต์ที่แฟนคลับทำให้ เขาต้องขออนุญาตเราก่อนไหม
ไม่ค่ะ เขาทำให้ตั้งแต่ฝ้ายอยู่ในบ้าน (เอเอฟ) โดยที่เราไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เจอกันอีกที ก็ตอนที่เราออกจากบ้านแล้ว มากันเต็มเลย
ครั้งแรกจำได้เลย พอออกจากบ้าน ตอนนั้นฝ้ายยังเข้าอินเตอร์เน็ตไม่เป็น เล่นคอมพ์ไม่เป็น เขาก็มาบอกว่าทำเว็บไซต์ให้แล้วนะ
แล้วยังรวบรวมเงินไปซื้อโน้ตบุ๊กให้ฝ้ายด้วยเป็นของขวัญวันเกิด แล้วเขาก็สอนเราเข้าบ้าน ชื่อบ้านลูกหมูค่ะ เขาทำไว้ให้
ฝ้ายนั่งอ่านแล้ว โห...ร้องไห้เลยค่ะ คือเขาอยู่ด้วยกันตั้งแต่เรายังไม่ออกจากบ้านน่ะค่ะ เขานัดกันคุยเรื่องโหวต เป็นกำลังใจ
ใครมาว่าฝ้ายเขาก็สู้ เรารู้สึกว่า โอ...แปลกนะ มีคนมาทำอะไรให้ขนาดนี้เลย (ยิ้ม)
ฝ้ายนั่งอ่านถึงเช้า อ่านทุกคำที่เขาเขียน ประทับใจมาก

Posted Image
credit: ตอน 1 , ตอน 2

#469 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 02:14 PM

แฟกทอรีที่รัก ตอน ปล่อยไปตามหัวใจ
(ออกอากาศ เสาร์ ที่ 16 มกราคม 2553)
YouTube Part 1
YouTube Part 2
clip credit: SkSutawee

Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#470 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 02:27 PM

Posted Image
Posted Image

ข้าวปุ้นจะโกเจแปน ตกใจกันหมด
Posted Image

งานเลี้ยงวันเกิด แต่เคลมมาเลี้ยงส่ง :blink:
Posted Image
Posted Image

วันเกิดข้าวปุ้น ก็ทำเนียนเป็นของตัวเอง :(
Posted Image
Posted Image

#471 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 24 January 2010 - 02:30 PM

Posted Image
Posted Image
Posted Image

#472 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:37 PM

พฤหัส 31 ธันวาคม 2552 @ Central Festival Pattaya Beach
งาน Pattaya Countdown 2010

ปีก่อนเคาดาวน์แบบย้อนยุค ปีนี้มาแบบริมหาดทะเลพัทยา เพื่อนๆ ไปกันเยอะเลย ทั้ง แจ็ค, โจ, บอย, ต้อล, ปอง, ลูกโป่ง, นัททิว, กี๋, กรีน, ที, แอน
ถือเป็นกำไรให้คนดู ได้ฟังเพลงเยอะตามไปด้วย :D
Posted Image

ลมหายใจ - แจ็ค,ฝ้าย
หางเครื่อง - ฝ้าย,แอน
คืนข้ามปี - ฝ้าย

คู่นี้เห็นร้องด้วยกันบ่อย น้องหมีกะพี่หมู(สลิมมิ่ง)
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#473 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:41 PM

Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#474 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:45 PM

Posted Image
Posted Image

หางเครื่องข้ามรุ่น ฝ้ายกับแอน
Posted Image
Posted Image

อัลบั้มลูกทุ่งจะแถลงข่าวต้นเดือนหน้า ใกล้จะได้ฟังแล้วนะ
Posted Image

#475 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:48 PM

คืนข้ามปี เพลงสุดท้ายของปี 2009
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#476 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:49 PM

ออกตัวว่าไม่ถนัดร็อค แต่ฟังยังไงก็รู้สึกว่าเสียงของฝ้ายเข้ากับเพลงได้ทุกแนว :D
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#477 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 28 January 2010 - 11:50 PM

Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
credit: *gnixanon*, Gloomy Eeyore, Naina, Fat Rabbit, chalerpu

#478 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 30 January 2010 - 01:01 AM

ซิทคอม “แฟกทอรีที่รัก” ตอน “แผนซ้อนแผน”
จากตอนที่แล้วที่เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเนื่องจาก อาม่า (แม่แดง-ฉันทนา) แม่ของเสี่ยหลี่ (แอ๊ด- สุรชัย สมบัติเจริญ) เข้ามาจัดการทุกอย่าง
ในโรงงานช่วงที่เสี่ยหลี่ไม่อยู่ทำให้โรงงานเกิดความเสียหายขึ้น เสี่ยหลีจึงต่อว่าอาม่า ทำให้อาม่าถึงกับน้อยอกน้อยใจหนีออกจากบ้านไป
ทุกคนในโรงงานช่วยกันตามหาอาม่าให้วุ่น แต่มีคนเดียวที่เจออาม่านั้นก็คือข้าวปุ้น (หนูจ๋า – อชิราญาณ์) เพราะอาม่าถึงกับปักหลัก
หลบเสี่ยหลีอยู่ที่ห้องข้าวปุ้น แล้วอาม่ายังสั่งห้ามข้าวปุ้นไม่ให้บอกใคร แถมอาม่ายังปลอมตัวเป็นพนักงานเข้าไปวุ่นวายในโรงงาน
ฐานะ (ต่าย – นัฐฐพล) เห็นเข้าจึงตามง้ออาม่าแทนเสี่ยหลี โดยการบอกอาม่าว่าเสี่ยหลีจะจัดวันเกิดให้ แต่ความต้องแตก
เพราะเสี่ยหลี่ที่ไม่ยอมทำตามแผน ทำให้อาม่าถึงกับตาคลอด้วยความน้อยใจขึ้นไปอีก แต่สุดท้ายเสี่ยหลีก็เซอร์ไพรซ์อาม่า
อาม่าถึงกับกอดเสี่ยหลีแล้วยิ้มแก้มปริ งานนี้ทำเอา ฮวก (ตุ๊กกี้ – ชิงร้อย), เคลม (ปุยฝ้าย AF4), เหี่ยน (อั้ม – นันทิยา)
ถึงกับดีใจแทนอาม่าเล่นเอาน้ำตาแตก กลางกองถ่ายกันป็นแถวๆ ฟังอย่างนี้แล้วบอกได้คำเดียวห้ามพลาด!!!
ในซิทคอมอารมณ์ดี “แฟกทอรีที่รัก” ตอน “แผนซ้อนแผน” ในวันเสาร์ที่ 30 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ทางช่อง 3

Posted Image
Posted Image
Posted Image
credit: workpoint

#479 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 31 January 2010 - 03:20 PM

แฟกทอรีที่รัก ตอน รู้ไว้ใครใหญ่
(ออกอากาศ เสาร์ ที่ 23 มกราคม 2553)
YouTube Part 1
YouTube Part 2
clip credit: SkSutawee

เฮียหม่ำี้ปล่อยมุขซะ จะหลุดขำอีกแล้ว
Posted Image

เสี่ยหลีไม่อยู่ ฝากโรงงานไว้กับลุงบุญถิน อิทธิผล และหนูเคลม
Posted Image

"เสี่ยหลีจะไปแล้ว ไม่เหลืออะไรให้เคลมบ้างเหรอคะ เคลมต้องกินต้องใช้นะ" :D
Posted Image
Posted Image
Posted Image

#480 breeze

    Advanced Member

  • VIP
  • PipPipPip
  • 1,099 posts
  • Gender:Female

Posted 31 January 2010 - 03:26 PM

เสิร์ฟกาแฟอาม่าเสี่ยเอง
Posted Image

ชงเองเสียด้วย ....อ้าว อ้าว.... ทำไมกินแล้วเป็นแบบนี้
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image
Posted Image





2 user(s) are reading this topic

0 members, 2 guests, 0 anonymous users