.oO คุณพลอยไพลิน คุณสิริกิติยา เจนเซ่น Oo.
Started by madam-jung, Dec 28 2008 05:20 AM
1076 replies to this topic
#106
Posted 04 January 2009 - 02:10 AM
"ในหลวง"ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบการสิ้นพระชนม์"พระพี่นางฯ"
เมื่อวันที่ 2 มกราคม เวลา 08.37 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จลงพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 12 รูป เนื่องในวันครบรอบการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี
ทรงศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนราชินี จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อที่อินเตอร์เนชั่นแนลสคูล นครเจนีวา และทรงสำเร็จปริญญาด้านเคมี จากมหาวิทยาลัยโลซาน เมืองโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เพื่อทรงเษกสมรสกับ พ.อ.อร่าม รัตนกุล เสรีเรืองฤทธิ์ มีพระธิดาคนเดียว คือ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ต่อมาทรงเษกสมรสอีกครั้งกับพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนธวัช
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น.วันที่ 2 มกราคม พุทธศักราช 2551 สิริพระชันษา 84 ปี
เมื่อวันที่ 2 มกราคม เวลา 08.37 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จลงพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทรงบาตรพระสงฆ์จำนวน 12 รูป เนื่องในวันครบรอบการสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พุทธศักราช 2466 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี
ทรงศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนราชินี จากนั้นเสด็จไปศึกษาต่อที่อินเตอร์เนชั่นแนลสคูล นครเจนีวา และทรงสำเร็จปริญญาด้านเคมี จากมหาวิทยาลัยโลซาน เมืองโลซาน สวิตเซอร์แลนด์ ทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์ เพื่อทรงเษกสมรสกับ พ.อ.อร่าม รัตนกุล เสรีเรืองฤทธิ์ มีพระธิดาคนเดียว คือ ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ต่อมาทรงเษกสมรสอีกครั้งกับพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนธวัช
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงประชวร และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น.วันที่ 2 มกราคม พุทธศักราช 2551 สิริพระชันษา 84 ปี
#107
Posted 04 January 2009 - 02:11 AM
พระเทพฯตรัสกับบัณฑิต กรองข่าวสารรอบคอบก่อนเชื่อ
เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2552 เวลา 13.30 น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีเสด็จฯแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประจำปี 2550 ณ อาคารกีฬา 1 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มศว อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยในปีนี้มีผู้สำเร็จระดับปริญญาเอกจำนวน 61 คน ปริญญาโท 1,192 คน ประกาศนียบัตร 67 คนและปริญญาตรี 2,906 คน รวมจำนวนบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาทั้งสิ้น 4,226 คน
ทั้งนี้สภามหาวิทยาลัยมีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จำนวน 2 ท่านซึ่งได้แก่ ศ.เอกวิทย์ ณ ถลาง ปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาปรัชญาและศาสนา และนายโซซัน ลาล กวาตรา ปริญญาการศึกษาดุษฎีบัณฑิตกิตติมาศักดิ์ สาขาพัฒนศึกษาศาสตร์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีมีพระราโชวาทความตอนหนึ่งว่า สังคมโลกทุกวันนี้ มีการติดต่อสื่อสารกันอย่างสะดวกง่ายดาย ด้วยวิธีที่หลากหลายขึ้นกว่าแต่ก่อน คนในสังคมจึงสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารทุกด้านได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ข้อมูลข่าวสารเหล่านั้น บางอย่างก็มีคุณประโยชน์ แต่บางอย่างก็อาจมีโทษแฝงอยู่ หากบุคคลปักใจเชื่อทุกเรื่องทุกอย่างโดยไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบแล้ว อาจก่อให้เกิดผลเสียหายทั้งแก่ตนเองและผู้อื่นได้
ดังนั้นเมื่อบัณฑิตได้รับข้อมูลข่าวสาร ไม่ว่าเรื่องใดก็ตาม จะต้องพินิจพิเคราะห์เรื่องนั้นให้ลึกซึ้งทุกแง่ทุกมุม ด้วยการจำแนกแยกแยะให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ทั้งส่วนที่เป็นเหตุส่วนที่เป็นผล ลำดับความเกี่ยวเนื่องของเหตุและผล ตลอดจนแหล่งที่มาและจุดหมายในการเสนอข้อมูลข่าวสารนั้นๆ ด้วย ต่อจากนั้นจึงค่อยวินิจฉัยตัดสิน โดยใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่เป็นพื้นฐาน ว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวมีเนื้อหาสาระที่ควรแก่การเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ทำได้ดังนี้บัณฑิตก็จะไม่หลงผิด เชื่อผิด และสามารถเลือกสรรเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เป็นจริงไปปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิตและประกอบกิจกิจการงานได้ จึงขอฝากให้บัณฑิตนำไปพิจารณา และหมั่นฝึกฝนปฏิบัติให้เชี่ยวชาญจัดเจน
#108
Posted 04 January 2009 - 02:21 AM
วันนี้ในอดีต
04 มกราคม พ.ศ. 2352 : วันเกิด หลุยส์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศสผู้ประดิษฐ์ อักษรเบรลล์

4 มกราคม พ.ศ. 2352 วันเกิด หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) ชาวฝรั่งเศสผู้ประดิษฐ์ "อักษรเบรลล์ ซึ่งเป็นระบบการอ่านสำหรับคนตาบอด เบรลล์ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังเล่นอยู่ในร้านทำรองเท้าของพ่อจนทำให้เขาตาบอดสนิทเมื่ออายุ 3 ขวบ เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาได้คิดประดิษฐ์อักษรเบรลล์ซึ่งเป็นอักษรสำหรับให้คนตาบอดใช้มือคลำอ่าน อาศัยแนวคิดจากตัวโดมิโนที่มี 6 จุด จัดวางไว้เป็นกลุ่มสร้างเป็นลักษณะจุดนูนแทนค่าพยัญชนะต่างๆ
เขาสามารถสร้างอักษรที่แตกต่างกันออกมาได้ 63 แบบ ซึ่งสามารถแทนค่าตัวอักษรทุกตัวที่มีอยู่ได้จนหมดสิ้น รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอนและคำย่อต่างๆ ลักษณะของจุดนูนช่วยให้คนตาบอดอ่านได้ด้วยการสัมผัส คือใชปลายนิ้วลูบไปบนลายนูน ในช่วงเวลาที่เบรลล์ยังมีชีวิตอยู่ อักษรเบรลล์ที่เขาคิดค้นขึ้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนกระทั่งหลังจากเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ระบบอักษรดังกล่าวจึงค่อยๆ เป็นที่ยอมรับและแพร่หลาย กลายเป็นภาษามาตรฐานสำหรับคนตาบอดทั่วโลก
04 มกราคม พ.ศ. 2352 : วันเกิด หลุยส์ เบรลล์ ชาวฝรั่งเศสผู้ประดิษฐ์ อักษรเบรลล์

4 มกราคม พ.ศ. 2352 วันเกิด หลุยส์ เบรลล์ (Louis Braille) ชาวฝรั่งเศสผู้ประดิษฐ์ "อักษรเบรลล์ ซึ่งเป็นระบบการอ่านสำหรับคนตาบอด เบรลล์ประสบอุบัติเหตุขณะกำลังเล่นอยู่ในร้านทำรองเท้าของพ่อจนทำให้เขาตาบอดสนิทเมื่ออายุ 3 ขวบ เมื่ออายุได้ 15 ปี เขาได้คิดประดิษฐ์อักษรเบรลล์ซึ่งเป็นอักษรสำหรับให้คนตาบอดใช้มือคลำอ่าน อาศัยแนวคิดจากตัวโดมิโนที่มี 6 จุด จัดวางไว้เป็นกลุ่มสร้างเป็นลักษณะจุดนูนแทนค่าพยัญชนะต่างๆ
เขาสามารถสร้างอักษรที่แตกต่างกันออกมาได้ 63 แบบ ซึ่งสามารถแทนค่าตัวอักษรทุกตัวที่มีอยู่ได้จนหมดสิ้น รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอนและคำย่อต่างๆ ลักษณะของจุดนูนช่วยให้คนตาบอดอ่านได้ด้วยการสัมผัส คือใชปลายนิ้วลูบไปบนลายนูน ในช่วงเวลาที่เบรลล์ยังมีชีวิตอยู่ อักษรเบรลล์ที่เขาคิดค้นขึ้นยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนกระทั่งหลังจากเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว ระบบอักษรดังกล่าวจึงค่อยๆ เป็นที่ยอมรับและแพร่หลาย กลายเป็นภาษามาตรฐานสำหรับคนตาบอดทั่วโลก
#109
Posted 09 January 2009 - 12:43 AM
พระบรมฯโปรดเกล้าแพทย์เคลื่อนที่รักษาเหยื่อน้ำท่วมใต้
นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้โปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงสาธารณสุขจัดหน่วยแพทย์พระราชทานเคลื่อนที่ ออกให้บริการตรวจรักษาประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง ที่จังหวัดยะลา นราธิวาส และพัทลุง อย่างเต็มที่ จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ปกติ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณแก่ผู้ประสบภัยอย่างหาที่สุดมิได้
#110
Posted 09 January 2009 - 12:45 AM
อาลัย ลุงปุ๊ย ไอดอลแห่งรัก

ร่วงหล่นจากฟากฟ้าไปอีกหนึ่งสำหรับเดือนของวงการบันเทิงไทย
คราวนี้เป็นอดีตนักแสดงพระเอกรุ่นเก๋า อย่าง ลุงปุ๊ย สมชาย สามิภักดิ์ ที่เสียชีวิตไปอย่างสงบเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้วยวัย 82 ปี ในเวลา 23.43 น.หลังจากเข้ารับการรักษาอาการน้ำท่วมปอดมาตั้งแต่วันที่ 29 ธันวาคม 2551
ศพของอดีตพระเอกชื่อดังจะตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดมกุฏกษัตริยารามวรวิหาร ศาลาอเนกวณิชย์ โดยจะมีพิธีสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 คืน ก่อนจะมีพิธีฌาปณกิจศพในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 12 ม.ค.
ลุงปุ๊ย เริ่มสร้างผลงานทางด้านภาพยนตร์เรื่องแรกจาก ทาสทรมาน ในปี พ.ศ.2499 และโด่งดังขึ้นมาจากภาพยนตร์เรื่องสายรุ้ง-เศรษฐีอนาถา ในปีเดียวกัน ก่อนจะมีผลงานตามออกมาอีกมากมายนับร้อยเรื่อง อาทิ ยอดเยาวมาลย์ (2500) สตรีที่โลกลืม (2518) ฝ้ายแกมแพร (2518) ถุยชีวิต (2521) รักข้ามโลก (2521) จ้าวธรณี (2521) ไฟรักใต้น้ำ (2522) รักครั้งสุดท้าย (2524) บ้านน้อยกลางดง (2526) สุภาพบุรุษทรนง (2528) เปิดโลกมหาสนุก (2528) ร้อยป่า (2529) ฯลฯ
ผลงานเรื่องสุดท้าย ก็คือ เซ็กซ์โฟน คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน ของค่ายอาร์เอส ในปีพ.ศ.2546
ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นแบบอย่างที่ดีของคนบันเทิงรุ่นใหม่ในเรื่องของความรับผิดชอบต่อการทำงานแล้ว ภาพหนึ่งที่ติดตัวอดีตพระเอกชื่อดังคนนี้มาโดยตลอด ก็คือ การเป็นสามีที่ดีที่มีความรักต่อผู้เป็นภรรยาอย่าง ป้าจุ๊ จุรี โอศิริ ชนิดไม่เคยเปลี่ยนแปลงและมั่นคงตลอดเวลาที่ทั้งสองได้ครองรักกันมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ
จะเรียกว่าทั้งสองนั้นเป็นคู่รักไอดอลแห่งความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น ของบ้านเราก็คงไม่ผิดนัก
...เราจะรักกันไปจนวันตาย...
...เราจะรักกันตราบจนสิ้นลมหายใจ...
คิดว่าจะมีคู่รักสักกี่คู่กันที่มีชีวิตคู่เป็นไปดั่งประโยคข้างต้น หรือจะมีผู้ชายสักกี่คนที่สามารถทำได้อย่างที่กล่าว
แต่วันนี้คนที่ชื่อ ลุงปุ๊ย สมชาย สามิภักดิ์ ทำได้แล้ว
ข้อมูลโดย
http://www.manager.co.th
#111
Posted 09 January 2009 - 12:46 AM
'' ลุงปุ๊ย '' สมชาย สามิภักดิ์ เป็นใคร ???
#112
Posted 09 January 2009 - 12:50 AM
#113
Posted 09 January 2009 - 01:03 AM

นพพล โกมารชุน ชื่อเล่น " ตู่ " เป็นบุตรชายเพียงคนเดียวของนักแสดงอาวุโส เสนอ โกมารชุน พี่ชายของ เสน่ห์ โกมารชุน) และ จุรี โอศิริ แสดงภาพยนตร์โดยเป็นตัวเอกในหลายเรื่อง แต่ที่สร้างชื่อเสียงโด่งดังอย่างแท้จริง คือการรับบท ซีอุย ในภาพยนตร์เรื่องนายซีอุย แซ่อึ้ง ในปี พ.ศ. 2534
ซึ่งนพพลสามารถตีบทของซีอุยได้แตก เป็นที่จดจำของคนดูอย่างประทับใจ จึงทำให้ได้รับบท อาเหลียง ในละครโทรทัศน์เรื่อง ลอดลายมังกร ในปี พ.ศ. 2535 ทางช่อง 7 ประกบคู่กับปรียานุช ปานประดับ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ต่อมา นพพลจึงเปลี่ยนบทบาทไปรับบทร้ายในภาพยนตร์และละครโทรทัศน์อีกหลายเรื่อง เช่น มือปืน 2 สาละวิน ในปี พ.ศ. 2536 เป็นต้น และในยุคอดีตนั้นช่วงปลายปี พ.ศ. 2532 ถึงปลายปี พ.ศ. 2536 นพพลเคยเป็นพิธีกรรายการ จุดเดือด ของ เจเอสแอล คู่กับ กาญจนาพร ปลอดภัย เคยเป็นพิธีกรคู่กับ จรียา ทิพยะวัฒน์และเคยเป็นพิธีกรรายการ เจาะโลกมหัศจรรย์ ด้วย
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ ปรียานุช ปานประดับ ภรรยานักแสดงที่พบกันจากการร่วมแสดงในเรื่องลอดลายมังกร แต่ทั้งคู่ไม่มีบุตรด้วยกัน เนื่องจากปรียานุชร่างกายไม่แข็งแรง ปัจจุบัน ได้ผันตัวเองเป็นผู้กำกับละครและผู้จัดละคร โดยเปิดกิจการของตนเอง ชื่อ บริษัท เป่าจินจง[/B]
คนนี้เป็นคุณอาของคุณนพพลนะคะ หารูปของคุณพ่อ คุณนพพลไม่ได้ค่ะ

เสน่ห์ โกมารชุน (14 กันยายน พ.ศ. 2466 - ?) นักแสดง นักพากย์ และผู้กำกับภาพยนตร์ เคยเป็นนักร้อง นักแต่งเพลงและนักแสดงตลก
เสน่ห์ โกมารชุน เกิดที่ย่านตลาดพลู ฝั่งธนบุรี เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 5 คนของนายสำเนียง และหม่อมเตาะ โกมารชุน มีพี่ชายชื่อ เสนอ โกมารชุน (ซึ่งมีบุตรชายกับจุรี โอศิริ คือ นพพล โกมารชุน) และเป็นนักพากย์ภาพยนตร์เช่นกัน
เสน่ห์ โกมารชุน เริ่มเข้าสู่วงการหลังเรียนจบชั้นมัธยมปลาย โดยสมัครเป็นนักร้องประจำวง ของกองดุริยางค์ทหารเรือ รุ่นเดียวกับสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์, สมยศ ทัศนพันธุ์, สมศักดิ์ เทพานนท์ และปิติ เปลี่ยนสายสืบ ต่อมาเริ่มมีชื่อเสียงจากการร้องเพลงล้อเลียน และแสดงตลกหน้าเวทีลิเกคณะหอมหวล และออกมาตั้งคณะลิเกของตัวเอง ชื่อ "เสน่ห์ศิลป์" แสดงออกอากาศทางสถานีวิทยุ กรมโฆษณาการ และแสดงละครย่อยสลับฉากที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมบุรี
เสน่ห์ โกมารชุน เริ่มสร้างภาพยนตร์ และแสดงด้วยตัวเอง เรื่องแรกที่รับบทพระเอก คือเรื่อง "เพียงดวงใจ" ต่อมาหันมารับบทตลกเพียงอย่างเดียว และเป็นนักพากย์ที่มีชื่อเสียง ประจำอยู่ที่ศาลาเฉลิมบุรี และศาลาเฉลิมกรุง
ช่วงบั้นปลายชีวิต เสน่ห์ โกมารชุน ไม่ประสบความสำเร็จ เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวที่บ้านไม้เก่าๆ หลังวัดเทพธิดาราม
เสน่ห์ โกมารชุน มีบุตรสาวกับปรียา รุ่งเรือง คือ ยอดสร้อย โกมารชุน
ผลงาน
เพลง "งามชายหาด" (เพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง)
เพลง "โปลิศถือกระบอง" (ร้องเอง)
ผลงานสร้าง
เพียงดวงใจ
ค่าน้ำนม
วิญญาณรักแม่นาคพระโขนง
โบตั๋น
หงษ์หยก

จุรี โอศิริ หรือในชื่อเล่นที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า คุณป้าจุ๊ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นนักแสดง นักพากย์ เริ่มเข้าสู่วงการบันเทิง โดยเป็นนักร้องหน้าม่านสลับละครของคณะผกาวลี และคณะศิวารมย์
ต่อมาแสดงเป็นนางเอกในละครเพลงเรื่อง นเรศวรมหาราช และได้เข้าไปเป็นนักร้องประจำวงดุริยางค์ทหารบก วงสุนทราภรณ์ เป็นผู้ประกาศของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย พากย์ภาพยนตร์ ตลอดจนแสดงละครเวที และโทรทัศน์ แสดงภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของละครโทรทัศน์นั้นท่านยังคงแสดงอยู่อย่างสม่ำเสมอมาตราบจนทุกวันนี้
เมื่อปี พ.ศ. 2541 ท่านได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักพากย์และนักแสดง) ประจำปีพุทธศักราช 2541
ประวัติ
จุรี โอศิริ เกิดเมื่อ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2473 บิดาของท่านคือ นายเตียง โอศิริ นั้น เป็นคนไทยคนแรกๆ ที่ทำกิจการผลิตแผ่นเสียงในนามของห้างฮัมบูร์กสยาม ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผ่นเสียงตราสุนัขยืนฟังลำโพง ดังนั้น คุณป้าจุ๊จึงเกิดมาได้ซึมซับกับบรรยากาศของเสียงเพลง ต่อมาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ในที่สุด โดยพื้นฐานคุณป้าจุ๊มีความสนใจในด้านการเต้นรำ เช่น บัลเล่ต์ และการร้องรำทำเพลงแบบสากลต่างๆ ท่านจึงได้เลือกเรียนเอกทางด้านนาฏศิลป์และขับร้องเพลงสากลจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ภายหลังจากที่จบการศึกษาแล้ว ได้ก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงอย่างเต็มตัว โดยได้ทำงานหลากหลายด้านตั้งแต่ขับร้องเพลงโดยเป็นนักร้องหน้าม่านสลับละครของคณะผกาวลี และคณะศิวารมย์ ต่อมาแสดงเป็นนางเอกในละครเพลงเรื่อง นเรศวรมหาราช และได้เข้าไปเป็นนักร้องประจำวงดุริยางค์ทหารบก วงสุนทราภรณ์ ต่อมาไม่นานก็ได้แสดงเป็นนางเอกภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในเรื่อง สุภาพบุรุษจากอเวจี กำกับการแสดงโดยครูเนรมิต ในภาพยนตร์เรื่องนี้นอกจากจะรับบทเป็นนางเอกแล้ว ท่านยังรับหน้าที่พากย์เสียงของนางเอกตลอดจนตัวแสดงฝ่ายหญิงทั้งหมดในเรื่อง ซึ่งนับเป็นการเริ่มต้นอาชีพการพากย์ภาพยนตร์เป็นครั้งแรกด้วย
ทางด้านการพากย์เสียง ได้พากย์ให้กับดาราหญิงและเด็กทั้งหญิงชายในหลากหลายบทบาททั้งนางเอก นางรอง ตัวอิจฉา และตัวประกอบมากมายนับไม่ถ้วน อาทิ อมรา อัศวนนท์ รัตนาภรณ์ อินทรกำแหง วิไลวรรณ วัฒนพานิช กัณฑรีย์ นาคประภา เพชรา เชาวราษฎร์ พิศมัย วิไลศักดิ์ ภาวนา ชนะจิต เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ ลลนา สุลาวัลย์ ภัทราวดี ศรีไตรรัตน์ นันทนา เงากระจ่าง ชูศรี มีสมมนต์ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต มาลี เวชประเสริฐ ล้อต๊อกน้อย เด็กหญิงบรรจง นิลเพชร ฯลฯ
ผลงานการพากย์เสียงของป้าจุ๊ มีหลายคนที่ได้รับรางวัลตุ๊กตาทองและสุพรรณหงส์ทองคำ ได้แก่ สมจิต ทรัพย์สำรวย จากภาพยนตร์เรื่อง ยอดอนงค์ และ ค่าน้ำนม, ภาวนา ชนะจิต จากภาพยนตร์เรื่อง แสงสูรย์, พิศมัย วิไลศักดิ์ จากภาพยนตร์เรื่อง ดวงตาสวรรค์ ไร้เสน่หา และ เงิน เงิน เงิน, เนาวรัตน์ วัชรา จากภาพยนตร์เรื่อง เดือนร้าว, เพชรา เชาวราษฎร์ จากภาพยนตร์เรื่อง นกน้อย, เปียทิพย์ คุ้มวงศ์ จากภาพยนตร์เรื่อง กลเทพพรหมจารีย์ และ อาอี๊, บุปผารัตน์ จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา, ทัศน์วรรณ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา จากภาพยนตร์เรื่อง ประสาท, ทาริกา ธิดาทิตย์ จากภาพยนตร์เรื่อง เหนือกว่ารัก, นิจ อลิสา จากภาพยนตร์เรื่อง เพื่อน-แพง, ล้อต๊อกน้อย จากภาพยนตร์เรื่อง ยอดอนงค์, เด็กหญิงบรรจง นิลเพ็ชร จากภาพยนตร์เรื่อง ข้าวนอกนา และ มยุรฉัตร เหมือนประสิทธิเวช จากภาพยนตร์เรื่อง ป่ากามเทพ
เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพากย์ภาพยนตร์ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ในฝูงหงส์ สาวน้อย นกน้อย แม่นาคพระโขนง
รางวัลและเกียรติคุณ
เกียรติประวัติในวิชาชีพที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่ป้าจุ๊เป็นอย่างสูงก็คือการที่เคยได้พากย์ภาพยนตร์ถวายในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรหลายครั้ง และท่านยังได้รับรางวัลเกียรติยศจากทั้งการพากย์ และการแสดงภาพยนตร์หลายรางวัล ได้แก่
รางวัลสำเภาทอง ในฐานะผู้พากย์ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง โบตั๋น
รางวัลตุ๊กตาทอง ในฐานะผู้พากย์ยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง นกน้อย เมื่อปี พ.ศ. 2507
รางวัลตุ๊กตาทอง ในฐานะผู้แสดงประกอบยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง วัยตกกระ เมื่อปี พ.ศ. 2522
รางวัลตุ๊กตาทอง ในฐานะผู้พากย์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง ไร้เสน่หา เมื่อปี พ.ศ. 2522
รางวัลตุ๊กตาทอง ในฐานะผู้พากย์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง เทพธิดาโรงแรม เมื่อปี พ.ศ. 2525
รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ในฐานะดาราสมทบยอดเยี่ยม จากละครโทรทัศน์เรื่อง สายโลหิต
รางวัลวิก 07 ทองคำ ในฐานะดาราผู้ชนะใจกรรมการ ประจำปี พ.ศ. 2533
รางวัลวิก 07 ในฐานะดาราผู้ชนะใจผู้ร่วมงาน ประจำปี พ.ศ. 2534
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นักพากย์และนักแสดง) ประจำปีพุทธศักราช 2541
กิจกรรมเพื่อสังคม
ท่านมักช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมส่วนรวมอยู่เสมอ ดังจะเห็นได้จากการที่ท่านได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ต่างๆ มิได้ขาด ไม่ว่าจะเป็นการแสดงละครการกุศล การขับร้องเพลงในคอนเสิร์ตการกุศล และอื่นๆ ทั้งยังเป็นศิลปินอาวุโสที่ให้ความเมตตาชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องแก่ดารารุ่นหลัง ท่านจึงเป็นที่เคารพรักใคร่ของบรรดาศิลปินรุ่นน้องและรุ่นลูกหลานทั้งหลาย ที่สำคัญก็คือท่านเป็นดาราผู้มีภาพพจน์ดีงามเป็นที่ชื่นชมของแฟนๆ ภาพยนตร์ และละครทั่วประเทศทุกเพศทุกวัยมาเป็นเวลายาวนาน คุณสมบัติที่ดีเด่นของท่านอีกประการหนึ่งคือ การที่ท่านเป็นผู้ที่ใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง นับเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักแสดงอื่นๆ และประชาชนทั่วไปอีกด้วย
ชีวิตครอบครัว
จุรี โอศิริ สมรสกับ เสนอ โกมารชุน (พี่ชายของ เสน่ห์ โกมารชุน) มีบุตรชายคนเดียว คือ นพพล โกมารชุน หลังจากสามีเสียชีวิต ก็ได้ใช้ชีวิตคู่อยู่กับ สมชาย สามิภักดิ์ เป็นเวลา 50 กว่าปี จนกระทั่งสมชาย สามิภักดิ์ ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552
#114
Posted 09 January 2009 - 01:16 AM
วันประสูติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ 8 มกราคม พ.ศ. 2530
#115
Posted 09 January 2009 - 01:30 AM
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารประสูติแต่หม่อมสุจาริณี มหิดล (วิวัชรวงศ์) หรือยุวธิดา ผลประเสริฐ เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530

พระประวัติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นพระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ประสูติแต่หม่อมสุจาริณี มหิดล (วิวัชรวงศ์) หรือยุวธิดา ผลประเสริฐ เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 เมื่อประสูติทรงพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร ต่อมาจึงได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่า หม่อมเจ้าหญิงจักรกฤษณ์ยาภา ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล มีพระเชษฐาร่วมพระมารดา 4 พระองค์คือ
หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล
หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล
หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล
หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล
หม่อมเจ้าสิริวรรณวรี มหิดล ทรงจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา ทรงพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะ และด้านกีฬาแบดมินตัน ทรงเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันในการแข่งขันซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และอีกหลายรายการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระองค์เป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548[ ปัจจุบัน ทรงศึกษาอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้รับเชิญจากห้องเสื้อปิแอร์บาลแมง ให้จัดแสดงผลงานการออกแบบเสื้อผ้า จำนวน 39 ชุด ในงานแสดงเสื้อผ้าปารีสแฟชั่นวีค (Paris Fashion Week : Spring/Summer 2008) ที่โอเปร่า การ์นิเย กรุงปารีส เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยเสื้อผ้าที่จัดแสดงทรงผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายแบบชาวตะวันตก กับรูปแบบผ้านุ่งไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ตัดเย็บโดยช่างจากวิทยาลัยในวังหญิง

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมารประสูติแต่หม่อมสุจาริณี มหิดล (วิวัชรวงศ์) หรือยุวธิดา ผลประเสริฐ เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530
พระประวัติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เป็นพระธิดาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ประสูติแต่หม่อมสุจาริณี มหิดล (วิวัชรวงศ์) หรือยุวธิดา ผลประเสริฐ เมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2530 เมื่อประสูติทรงพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงบุษย์น้ำเพชร ต่อมาจึงได้รับพระราชทานพระนามใหม่ว่า หม่อมเจ้าหญิงจักรกฤษณ์ยาภา ภายหลังสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล มีพระเชษฐาร่วมพระมารดา 4 พระองค์คือ
หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล
หม่อมเจ้าวัชรเรศร มหิดล
หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล
หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล
หม่อมเจ้าสิริวรรณวรี มหิดล ทรงจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจิตรลดา ทรงพระปรีชาสามารถในด้านศิลปะ และด้านกีฬาแบดมินตัน ทรงเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมแข่งขันในการแข่งขันซีเกมส์ ที่ประเทศฟิลิปปินส์ และอีกหลายรายการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระองค์เป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2548[ ปัจจุบัน ทรงศึกษาอยู่ที่คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ได้รับเชิญจากห้องเสื้อปิแอร์บาลแมง ให้จัดแสดงผลงานการออกแบบเสื้อผ้า จำนวน 39 ชุด ในงานแสดงเสื้อผ้าปารีสแฟชั่นวีค (Paris Fashion Week : Spring/Summer 2008) ที่โอเปร่า การ์นิเย กรุงปารีส เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2550 โดยเสื้อผ้าที่จัดแสดงทรงผสมผสานระหว่างเครื่องแต่งกายแบบชาวตะวันตก กับรูปแบบผ้านุ่งไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ ตัดเย็บโดยช่างจากวิทยาลัยในวังหญิง
#116
Posted 09 January 2009 - 01:35 AM

ยุวธิดา สุรัสวดี หรือ ยุวธิดา ผลประเสริฐ (หรือ หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา ปัจจุบันคือ คุณสุจาริณี วิวัชรวงศ์)[2](26 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 - ) นักแสดงไทย ที่มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เพียง 5 เรื่อง เมื่อ พ.ศ. 2520-21 แล้วออกจากวงการไป
ยุวธิดา สุรัสวดี เป็นบุตรของนายธนิต และนางเยาวลักษณ์ ผลประเสริฐ จบการศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป เข้าสู่วงการแสดงจากการชักนำของศรินทิพย์ ศิริวรรณ แสดงละครโทรทัศน์เรื่อง "กฎแห่งกรรม" และ "มนุษย์ประหลาด"
จากนั้นรับบทตัวประกอบในภาพยนตร์ 15 หยกๆ 16 ไม่หย่อน (2520) กำกับโดย ชนะ คราประยูร
และบทรองใน เลือดในดิน (2520) คู่กับ สรพงศ์ ชาตรี และอรัญญา นามวงศ์ กำกับโดย สมสกุล ยงประยูร
และได้รับบทนำ เป็น ช้อย ในภาพยนตร์เรื่อง แสนแสบ (2521) คู่กับ ไพโรจน์ สังวริบุตร กำกับโดย ไพรัช กสิวัฒน์
ไอ้ถึก (2522) คู่กับ สรพงศ์ ชาตรี กำกับโดย จรัล พรหมรังสี อำนวยการสร้างโดย ชาญ มีศรี
และ หัวใจที่จมดิน (2522) กำกับโดย เชาว์ มีคุณสุต คู่กับ พิศมัย วิไลศักดิ์ พิศาล อัครเศรณี อุเทน บุญยงค์ และมารศรี ณ บางช้าง

(จากซ้าย) ม.จ.วัชรเรศร, ม.จ.วัชรวีร์, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ, ม.จ.บุษย์น้ำเพชร, หม่อมสุจาริณี, ม.จ.จักรีวัชร, ม.จ.จุฑาวัชร
#117
Posted 09 January 2009 - 01:42 AM
ความรู้ค่ะ เอามาฝาก
พระบรมวงศานุวงศ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมวงศานุวงศ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ...
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘
(1.หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล 2.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล)
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
(1.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลยเดช 2.สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
(1.หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร 2.สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ 3.สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี)
สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก
(สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมขุนสงขลานครินทร์)
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
(1.นางสาวสังวาลย์ ชูกระมล 2.หม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา 3.สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์)
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร
(สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณฯ)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
(สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดา กิติวัฒนาดุลโสภาคย์)
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
(1.หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา มหิดล 2.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา
3.สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา 4.ท่านผู้หญิงกัลยาณิวัฒนา รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์)
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี
(1.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี 2.ท่านผู้หญิงอุบลรัตนฯ เจนเซน)
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ
(1.หม่อมหลวงโสมสวลี กิติยากร 2.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ)
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา)
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
(1.หม่อมเจ้าบุษยน้ำเพชร มหิดล 2.หม่อมเจ้าสิริวัณวรี มหิดล)
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจัทบุรีสุรนาถ
(1.หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร 2.พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล)
พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช (หม่อมเจ้าวรานนท์ธวัช จุฑาธุช)
นายจุฑาวัชร วิวัชรวงศ์ (หม่อมเจ้าจุฑาวัชร มหิดล)
นายวัชเรศร วิวัชรวงศ์ (หม่อมเจ้าวัชเรศร มหิดล)
นายจักรีวัชร วิวัชรวงศ์ (หม่อมเจ้าจักรีวัชร มหิดล)
นายวัชรวีร์ วิวัชรวงศ์ (หม่อมเจ้าวัชรวีร์ มหิดล)
ท่านผู้หญิงพันธ์สวลี กิติยากร (หม่อมเจ้าพันธ์สวลี ยุคล)
หม่อมบัว กิติยากร (หม่อมหลวงบัว สนิทวงศ์)
หม่อมราชวงศ์กัลยาณกิติ์ กิติยากร
หม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ กิติยากร
ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ (1.หม่อมราชวงศ์บุษบา กิติยากร 2.หม่อมราชวงศ์บุษบา ลดาวัลย์)
หม่อมหลวงพลายชุมพล กิติยากร
หม่อมหลวงสิริณา จิตตาลาน (หม่อมหลวงสิริณา กิติยากร)
หม่อมหลวงสราลี จิราธิวัฒน์ (หม่อมหลวงสราลี กิติยากร)
ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม (1.นางสาวทัศนาวลัย รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ 2.นางทัศนาวลัย ศรสงคราม)
ท่านผู้หญิงอรุณ กิติยากร ณ อยุธยา (1.นางสาวอรุณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา 2.นางอรุณ กิติยากร ณ อยุธยา)
ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย (1.นางสาวสุธาวัลย์ ลดาวัลย์ ณ อยุธยา 2.นางสุธาวัลย์ เสถียรไทย)
คุณพุ่ม เจนเซน (คุณภูมิ เจนเซน)
คุณพลอยไพลิน เจนเซน
คุณสิริกิติยา เจนเซน
น.อ.วีระยุทธ ดิษยะศริน
พ.อ.อร่าม รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์
นายสินธู ศรสงคราม
นายจิทัศ ศรสงคราม
ดร.สุรเกีรยติ์ เสถียรไทย
นายสันติธาร เสถียรไทย
นายปิยะ จิตตาลาน
นายธีรเดช จิราธิวัฒน์
ด.ช.สุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์
ด.ช.สิทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์
นางสุจาริณี วิวัชรวงศ์ (1.นางสาวยุวธิดา ผลประเสริฐ 2.หม่อมสุจาริณี มหิดล ณ อยุธยา)
นางอนัญญา กิติยากร ณ อยุธยา (นางสาวอนัญญา สุวรรณวิหค)
ด.ญ.ธารา จิตตาลาน
มร.ปีเตอร์ เลด เจนเซน (Mr.Peter Ladd Jensen)
http://www.thaihypno.com
#118
Posted 09 January 2009 - 01:45 AM
#119
Posted 09 January 2009 - 01:48 AM
#120
1 user(s) are reading this topic
0 members, 1 guests, 0 anonymous users



























